อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2563

กีฬาสูง-ต่ำ กิจกรรมยามว่างแก้เหงา ตอนที่ 1

กีฬาในร่มของคนบาปชนิดอื่น ๆ ผมพอจะเล่นได้เตาะ ๆ แตะ ๆ แต่สำหรับไฮโลแล้วผมพยายามอย่างหนักที่จะทำความเข้าใจกับมัน แต่ก็ไม่สำเร็จ... จันทร์ที่ 6 เมษายน 2563 เวลา 11.00 น.


เห็นจะต้องโทษสภาพสังคมเมื่อร่วม 30 กว่าปีที่แล้วกับเรื่องราวที่ผมจะเล่าให้ฟังตอนนี้

เรื่องมันก็สืบเนื่องมาจากสมัยเป็นนักเรียนเตรียมทหาร-นักเรียนนายร้อยโน่นแหละ ชีวิตที่ใช้ร่วมกันในหมู่นักเรียนประจำอาทิตย์ละ 7 วัน เดือนละ 30 วัน รวม 6 ปี (รุ่นผมถูกเร่งรัดให้ออกเป็นนายทหารตอนปี 4 จึงไม่ได้เรียนครบ 5 ปี) นับจำนวนวันเบ็ดเสร็จได้เท่าไหร่ รบกวนคุณผู้อ่านที่ชอบตัวเลขใช้เครื่องคิดเลขจิ้มดูเอาเทอญ
 
อยู่กันยาวนานอย่างนั้น ในที่จำกัดอย่างนั้น ของมันก็ต้องหาเรื่องบันเทิงแก้เหงากันบ้างละ เวลากลางวันไม่เท่าไหร่เพราะทางโรงเรียนท่านไม่เคยเปิดโอกาสให้พวกเรามีเวลาว่าง ทั้งเรียนหนังสือทั้งฝึกวิชาทหารกลางแจ้งแถมยังโดนรุ่นพี่ซ่อมเอาอีกต่างหาก เผลอแผล็บเดียวก็หมดไปวัน ๆ แล้ว
 
กลางคืนก่อนนอนซึ่งเราจะมีเวลาส่วนตัวกันประมาณชั่วโมง และเสาร์อาทิตย์ที่จะต้องผลัดกันเข้าเวรวันหยุดนี่แหละที่ทำให้พวกเราเหงาเพราะไม่มีอะไรจะทำ ทั้งโรงเรียนมีโทรทัศน์ให้ดูเพียงเครื่องเดียวที่สโมสรนักเรียนซึ่งอยู่ห่างตั้งโยชน์จากตึกนอนของพวกเรา ดังนั้นเด็กหนุ่มหัวเกรียนพลังเหลือเฟืออย่างพวกผมก็ต้องหาเรื่องฆ่าเวลากันบ้าง
 
เล่าเรื่องตลกกันก็แล้ว เอาหนังสือเรียนมาอ่านก็แล้ว อ่านหนังสืออ่านเล่นก็แล้ว วิ่งออกกำลังรอบโรงเรียนก็แล้ว แบ่งข้างเตะบอลกันก็แล้วก็ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ…


 
ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่า รุ่นพี่ท่านไหนเป็นผู้ริเริ่มหาเรื่องทำแก้เหงาที่กำลังจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ขึ้นมา แต่พอถึงรุ่นผมดูเหมือนว่ามันคล้ายจะเกิดขึ้นมาเองแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว คล้าย ๆ กับวัฒนธรรมอะไรบางอย่างในสังคมไทยที่สืบสานตกทอดกันมาชั่วคนแล้วชั่วคนเล่า อย่างเช่น พอถึงจะเลือกตั้งทีหนึ่งก็ต้องมีการย้ายพรรคกันทีหนึ่ง มีการเตรียมแผนถล่มฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้ได้คะแนนเสียงมาเป็นของตัวเอง มีการคิดสูตร 5-7-9 เพื่อขย่มขวัญพรรคการเมืองแกนนำของอีกฝ่ายหนึ่ง มีการเตรียมแลกแบงก์ยี่สิบ-ห้าสิบ-ร้อย ถ้าเลือกตั้งหน้าหนาวก็ต้องกว้านซื้อผ้าห่มมาตุนไว้แจก ได้-ไม่ได้ เพราะ กกต.ทําท่าดุเหลือเกินก็เผื่อเหนียวไว้ก่อนอย่างน้อยก็เป็นการตีกันคู่ต่อสู้ไว้ ฯลฯ คุณลองคิดดูครับว่าพฤติการณ์แบบนี้มันเริ่มขึ้นสมัยไหน ใครเป็นนักการเมืองอัจฉริยะคนแรกที่คิดค้นขึ้น แล้วมีใครสั่งใครสอนให้ยึดถือปฏิบัติกันมาก็เปล่าทั้งนั้นใช่ไหมครับ แต่เลือกตั้งที่ไรก็เห็นเป็นอยู่อย่างนี้ และคงเป็นไปเช่นนี้ตราบชั่วนิจนิรันดร
 
ไอ้เรื่องทำนองนี้ที่เกิดกับพวกผมก็คือ...กีฬาในร่มชนิดหนึ่ง ซึ่งผู้บังคับบัญชาใจคอคับแคบชอบเรียกให้มันเสียหายว่า “การพนัน”
 
แม้การพนันจะเป็นอบายมุขที่นำไปสู่ความฉิบหายก็จริงอยู่ แต่เมื่อเทียบกับความหอยเหา (ตามสำเนียงทองแดงของ เสธ.ไพโรจน์เมื่อ 30 ปีก่อน) ไร้ชีวิตชีวาเพราะไม่มีอะไรจะทำแล้ว พวกผมจำนวนไม่น้อยก็ยอมเสี่ยงภัยเพื่อความตื่นเต้นทั้งการได้เสียในวง และทั้งการเสี่ยงจากนักเรียนปกครอง ทั้งจากผู้หมวดผู้กอง ฯลฯ ซึ่งหากถูกจับได้ ระเบียบโรงเรียนวางไว้ด้วยระวางโทษสูงสุด ทั้งตัดคะแนนความประพฤติยันเพดานแถมส่งเข้าห้องขังอีกต่างหาก
 
กีฬาในร่มที่หลวงท่านเรียกว่าการพนันนี้ ตอนเด็ก ๆ พวกเราก็เจียมเนื้อเจียมตัวเล่นกันแบบเด็ก ๆ เช่น เป่ากบ ล้อต๊อก ปั่นแปะ ทายเบอร์แบงก์ ฯลฯ โตขึ้นมาหน่อยก็พัฒนาใช้เครื่องมือที่ทันสมัยมากขึ้นซึ่งมักไม่พ้น-ไพ่ แล้วก็เอามาเล่นกันตั้งแต่อีแก่กินน้ำ กบกบแดง ยี่อิด รัมมี่ เผ และโปคเกอร์ เป็นต้น จนถึงวิวัฒนาการขั้นสุดยอดสำหรับกีฬาในร่มแบบผิดกฎหมายของพวกเราก็คือ-ไฮโล


 
ในทางกฎหมายอาญาของบ้านเมือง ดูเหมือนไฮโลจะถูกจัดไว้เป็นการพนันประเภท 1 ซึ่งหากถูกจับได้ก็จะต้องโทษหนัก คงเป็นเพราะเป็นการพนันที่ได้เสียกันมาก และมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงมากหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ

เพราะผมเล่นไม่เป็นครับ…
 
กีฬาในร่มของคนบาปชนิดอื่น ๆ ผมพอจะเล่นได้เตาะ ๆ แตะ ๆ แต่สำหรับไฮโลแล้วผมพยายามอย่างหนักที่จะทำความเข้าใจกับมัน แต่ก็ไม่สำเร็จ มีทั้งกั๊ก ทั้งเต็ง ทั้งอะไรต่อมิอะไรเยอะไปหมด แถมยังมีการยักกันไปยักกันมาจนผมเวียนหัว มีบางครั้งที่ผมสู้อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนเฝ้าดูเพื่อนเขาเล่นกัน สงสัยตรงไหนก็ถามเพื่อนจนมันรำคาญเพราะรบกวนสมาธิมัน โดยเฉพาะเวลาฟังเสียงเจ้ามือเขย่า ตรงไหนที่สำคัญผมก็จดลงสมุดไว้แบบฟังเลกเช่อร์ในห้องเรียน แต่ห่างไปแค่ไม่กี่วัน ผมก็ลืมเสียแล้ว จนในที่สุดผมก็จึงละความพยายามและยอมรับว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ในเรื่องนี้
 
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีได้เสียกันในวงกีฬาในร่มที่ทางราชการไม่ยอมรับนี้แต่รับรองได้เลยว่าไม่ได้เล่นกันถึงล่มจม เอาบ้านเอารถมาจำนำกัน อย่างมากก็ 10 บาท ใครแทง 20 บาทเพื่อนก็ขนหัวลุกแล้ว และสุดท้ายหลังเกมการต่อสู้จบลงใครที่เพื่อนเชื่อว่ารวยที่สุดก็มักต้องรับหน้าที่เป็นเจ้ามือสำหรับอาหารมื้อพิเศษซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วมักแพงกว่าเงินเดิมพันที่กินเพื่อนไปเสียอีก.
...............................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์ 
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

บอกต่อ : 66