อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 2 มิถุนายน 2563

เปิด"ตู้แบ่งปัน"แห่งแรกในไทย "ตู้ต้นแบบของการให้"

ยกย่องครูเมืองนครปฐม เจ้าของไอเดีย “ตู้แบ่งปัน” แห่งแรกในไทย ลั่นต้องการสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ผู้รับอิ่มท้อง-ผู้ให้นอนหลับอย่างมีความสุข เผยทุ่มเทช่วยเหลือเกษตรกรด้วยโครงการที่เป็นประโยชน์มากมาย เสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.00 น.


ต้องชมแนวคิดโครงการตู้กับข้าวปันสุข สำหรับเป็นที่พึ่งแก่ผู้ยากไร้ โดยการนำอาหารมาใส่ในตู้กับข้าวที่ตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ของจังหวัดฯ เพื่อให้คนที่ไม่มีเงิน-เดือดร้อนลำบากจริง ๆ มาหยิบเอาไปกิน สุดท้ายเกิดภาพไม่เหมาะสมขึ้นมาอีกจนได้ พวกแย่งกันไม่รู้จักพอ-หยิบไปเกินความจำเป็น ไม่เหลือแบ่งให้คนอื่น...ระวังวันดีคืนดีมีคนขโมยยกตู้ฯกลับไปบ้านได้อายกันทั้งประเทศแน่ 
 
พูดถึงเรื่องโครงการตู้กับข้าวปันสุขที่ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็วทุกจังหวัดทั่วประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงการให้-น้ำใจของคนไทยที่มีให้แก่กันในยามบ้านเมืองวิกฤติ...มาถึงจุดนี้ต้องยอมรับเรื่องน้ำใจของคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกจริง ๆ เข้าเรื่องเลยดีกว่า โครงการตู้กับข้าวปันสุขต้นแบบมาจากไหนไม่รู้...แต่ที่แน่ ๆ โครงการตู้แบ่งปัน เป็นโครงการที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ผู้คิดริเริ่มคือ คุณครูชาตรี ต่วนศรีแก้ว อายุ  55 ปี สอนวิชาเกษตรที่โรงเรียนสถาพรวิทยา อ.บางเลน จ.นครปฐม พ่อพิมพ์ที่มีผลงานเสียสละช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรรม ท่านทำสิ่งดีงามให้กับสังคมมาอย่างต่อเนื่อง
 


“ครูชาตรี” บอกว่า สอนวิชาเกษตรให้กับนักเรียน โดยใช้ที่พื้นที่ว่างของโรงเรียนฯทำเป็นศูนย์เรียนรู้โรงเรียนวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ทำมา 15 ปีแล้ว สอนเด็ก ๆ ทำนาเองมีข้าวกิน-มีโรงสีสีข้าวให้กับเกษตรกรฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมีหลักสูตร 5 หลักสูตรให้กับเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมคือ 1. หลักสูตรเรียนด้วยใจเบื่อเมื่อไหร่ก็กลับ  ให้เกษตรกรทั่วประเทศที่สนใจอยากได้ความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรมาอบรมเรียนรู้อยู่ฟรีกินฟรีเรียนฟรี ทำมา 12 ปีแล้วมีเกษตรกรมาเรียนแล้วกลับไปทำเกษตรที่บ้านมากมาย ซึ่งจะไม่บังคับเบื่อหรือมีความจำเป็นกลับบ้านเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ส่วนใหญ่จะเรียนจนจบหลักสูตรเพราะเขาอยากได้วิชากลับไปประกอบอาชีพ 
 


พ่อพิมพ์ตัวอย่าง บอกต่อว่า 2.หลักสูตรปิ่นโตความรู้ เป็นหลักสูตรที่จุดประกายทำให้เกิดโครงการตู้แบ่งปัน โดยให้ความรู้กับทุกคนอบรมฟรีทุกวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ช่วงที่เขามาอบรมมีอาหารเลี้ยง ขณะที่เกษตรกรบางคนก็เอาผลผลิตต่าง ๆ มาฝากศูนย์ฯ เมื่อมีของมากมันก็เลยเหลือ ครูเลยไปขอตู้แช่ร้านซ่อมตู้เย็นที่เสียแล้วมาตั้งที่หน้าศูนย์ฯ ก่อนใส่ข้าวสาร น้ำปลา และไข่ไว้ให้ใครก็ได้ที่เขาลำบากไม่มีอาหารกินมาหยิบเอาไปได้  กระทั่งมีพันธมิตรซึ่งก็เป็นกลุ่มที่มาเรียน-มาอบรมเขารู้ข่าวก็ขอเข้าร่วมหลายกลุ่มฯ บางคนส่งปลาเค็ม หน้ากากอนามัย อาหารกระป๋อง ข้าวสาร ไข่ ฯลฯ มาให้โดยทางศูนย์ฯจะเขียนชื่อคนมอบไว้ที่ถุงบรรจุสิ่งของด้วย
 


“จะมีทีมงาน ไม่ก็นักเรียนเดินไปดูเรื่อย ๆ หากของหมดก็เอาไปเติมใหม่ ส่วนเสื้อผ้ามือสองที่ได้จากการบริจาค ทีมงานจะเอามาซักรีดใหม่ก่อนแพ็คใส่ถุง ใครอยากเอาไปใช้ก็หยิบไปได้เลย ช่วงแรกที่ทำของหมดเร็วมาก แต่ปัจจุบันมีของใส่มากกว่าคนรับ อย่างไรก็ตามช่วงต้นปี 60 แนวคิดอีกเรื่องดัดแปลงจากโต๊ะแบ่งปันมาเป็นตู้แบ่งปัน จู่ ๆวันหนึ่งไปเห็นคนซื้อใบกระเพรา โหระพา ตระไคร้ มะกรูด มะละกอในตลาดแล้วมันเกิดความคิดว่าทำไมต้องซื้อ ก็เลยชวนนักเรียนปลูกผักสวนครัวต่าง ๆ ตามริมถนนเมื่อได้ผลผลิตก็นำไปวางบนโต๊ะนักเรียนให้ชาวบ้านหยิบไปกินฟรี กระทั่งมีปัญหาเรื่องเสื้อผ้ามือสองที่เอามาวางให้ฟรีเปียกฝน เลยไปหาตู้ฯมาใส่แทนจนกลายเป็นที่มาของตู้แบ่งปัน”
 




3.หลักสูตรปิ่นโตความรู้สัญจร หลักสูตรนี้จะเป็นการลงพื้นที่ไปหาผู้สูงวัยที่อยู่บ้าน โดยเข้าไปสอนการทำเต้าหู่ให้ เพราะหากทำกินเองแล้วก็สามารถทำขายได้ด้วย  4.หลักสูตรบ่มเพาะคนกล้าคืนถิ่น เป็นโครงการสำหรับคนที่กำลังจะลาออกจากงานประจำแล้วสนใจอาชีพเกษตร โดยปีที่แล้วมีผู้สนใจเข้าบ่มเพาะ 120 คน  และ 5.หลักสูตรเรียนรู้อยู่กินกับปราชญ์ เป็นหลักสูตรโรงเรียนแห่งเดียวในประเทศ โดยช่วงปิดเทอมเด็ก ม.1-ม.6 จะส่งไปฝึกงานสัมผัสชีวิตจริง อยู่กินกับเกษตรกร 2 เดือน มีจังหวัดให้เลือก 48 จังหวัดจับสลากไปกันทุกปี ซึ่งเด็กจะไปใช้ชีวิตอยู่กับเกษตรกรที่เขามาเรียนที่ศูนย์เรียนรู้โรงเรียนวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนเกษตรกับทางต่างประเทศด้วย
 




“สิ่งที่ทำมาทั้งหมดเพราะอยากสร้างสังคมนี้เป็นสังคมแบ่งปัน คนเรามีอยู่ 2 ประเภท ผู้ให้กับผู้รับ ผู้รับกินอิ่มส่วนผู้ให้ให้แล้วนอนหลับสบายด้วยความสุข และสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตคือเมื่อ 5 ปีก่อนครูป่วยเป็นมะเร็ง ขณะที่รักษาตัวที่รพ.ศิริราช เห็นภาพที่ปลื้มปีติที่สุดในชีวิต คือภาพ ในหลวง ร.9 แม้ว่าพระองค์ท่านประชวรแต่ก็ยังทรงงานด้วยความเป็นห่วงพสกนิกร จึงตั้งปณิธานหากหายป่วยจะนำศาสตร์ของพระราชามาช่วยผู้คนโดยเฉพาะเกษตรกรให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ กระทั่งหายป่วยจึงนำหลักศาสตร์พระราชาตามแนวพระราชดำริฯ มาช่วยเหลือ-แบ่งปันให้กับสังคมดังกล่าว”

 

“เหยี่ยวขาว” ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงสำหรับสิ่งที่คุณครูทำให้กับสังคมนี้ นี่หากไม่มีข่าวตู้กับข้าวปันสุขก็คงไม่ทราบว่าก่อนหน้ามีการทำตู้แบ่งปันมาแล้ว สิ่งดีในปัจจุบันโยงไปหาสิ่งดี ๆ ในอดีตที่ยังคงยืนหยัดอยู่ตลอดไป ซึ่งตู้แบ่งปันถือเป็นต้นแบบของการให้นำไปสู่โครงการตู้ต่าง ๆ ก็ว่าได้ สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นเสมอสำหรับเมืองไทย...ขอชื่นชมทุกคนจากใจจริง.
.......................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Cha Tisol
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 110