อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563

ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย วันที่ 31 พฤษภาคม 2563

นายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ได้ประกาศข้อตกลงใหม่กับรัฐและดินแดนภายใต้เครือจักรภพออสเตรเลีย เพื่อจัดหาเงินทุนให้กับรัฐบาลกลาง มูลค่า 131.4 พันล้านดอลลาร์ ในการปฏิรูปโรงพยาบาลในด้านสาธารณสุขทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 5 ปี อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 06.30 น.

@@@@ นายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน ได้ประกาศข้อตกลงใหม่กับรัฐและดินแดนภายใต้เครือจักรภพออสเตรเลีย เพื่อจัดหาเงินทุนให้กับรัฐบาลกลาง มูลค่า 131.4 พันล้านดอลลาร์ ในการปฏิรูปโรงพยาบาลในด้านสาธารณสุขทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 5 ปี เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 โรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศจะมีเงินทุนในอีก 5 ปีถัดไป หลังจากรัฐและดินแดนทั้งหมดลงนามในข้อตกลงการปฏิรูปสุขภาพใหม่ของรัฐบาลนายมอร์ริสัน ข้อตกลงการระดมทุนครั้งนี้จะมีการผลิตและส่งมอบแพทย์ และพยาบาล อีกทั้งการบริการต่างๆมากขึ้นในโรงพยาบาลของรัฐในทุกรัฐ และเขตการปกครองทั่วประเทศ ข้อตกลงนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบสุขภาพของออสเตรเลียยังคงมีความเสถียรและมีการประสานงานในระดับประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิด และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดยรวมเครือจักรภพจะลงทุนประมาณ $ 131,400,000,000 เพื่อสนองความต้องการเงินทุนของโรงพยาบาลของรัฐเพื่อขับเคลื่อนในการปรับปรุงด้านสุขภาพสำหรับชาวออสเตรเลียทุกคนและสร้างความมั่นใจในระบบสุขภาพของประชาชนทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ................ ข้อตกลงปฏิรูปสุขภาพแห่งชาติ 2020-25 ฉบับใหม่ ยังมีเงินทุนประมาณ 31.4 พันล้านเหรียญ ในการระดมทุนเพิ่มเติมให้กับโรงพยาบาลของรัฐในช่วง 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2020-21 นี่คือนอกเหนือจากการลงทุนด้านสุขภาพกว่า 8 พันล้านเหรียญโดยรัฐบาลกลางในระหว่างช่วงวิกฤตการของ COVID-19 นี้ อีกด้วย ส่วนหนึ่งของข้อตกลงใหม่ของรัฐบาลมอร์ริสันนั้น ยังรับประกันได้ว่าการให้ความสนับสนุนด้านเงินทุนเพื่อสาธารณสุขแก่ทุกรัฐและเขตการปกครองนี้ ภายในระยะ 5 ปี จะไม่มีผลใดใดมากระทบเนื่องจากการระบาดของ COVID ‑ 19 ในครั้งนี้ ล่าสุดรายงานสถานการณ์โควิดทั่วประเทศ มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 24 ราย ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของเมื่อวานนี้ (แหล่งข้อมูล กระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 30 พฤษภาคม) รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นถึง 15 ราย รัฐวิกตอเรีย 7 ราย และรัฐนิวเซาท์เวลส์ 2 ราย ส่วนรัฐอื่นๆและดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกเลยเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม
 
@@@@ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ร่วมกับหน่วยงานทีมประเทศไทยในออสเตรเลีย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและออสเตรเลียได้จัดเที่ยวบินพาณิชย์พิเศษ TG 462 โดยสายการบินไทย นำคนไทยในออสเตรเลียจำนวน 260 คนเดินทางกลับประเทศไทย โดยออกจากนครเมลเบิร์นเมื่อเวลา 00.41 น. และมีกำหนดถึงกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 06.39 น. ของวันที่ 28 พ.ค. 63 (ตามเวลาท้องถิ่น) การจัดเที่ยวบินพิเศษ TG 462 นี้เป็นไปตามแนวทางจัดการเคลื่อนย้ายคนไทยในต่างประเทศกลับประเทศไทยของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงมาตรการสาธารณสุขเพื่อป้องกัน/ควบคุมโรค และมาตรการจำกัดการเดินทางของรัฐบาลไทยและออสเตรเลีย โดยผู้โดยสารที่เดินทางกลับประเทศไทยกับเที่ยวบินพิเศษนี้เป็นบุคคลสัญชาติไทยที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อาทิ พระสงฆ์ ผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน ผู้ที่ประสบปัญหาด้านสุขภาพ และผู้ที่ถือวีซ่าออสเตรเลียประเภทท่องเที่ยว (visitor) หรือวีซ่าชั่วคราวประเภทอื่นๆ ที่หมดอายุแล้วหรือใกล้หมดอายุและไม่สามารถต่ออายุได้อีก การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิภาพของคนไทยในต่างประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยให้ความสำคัญกับการนำคนไทยที่ตกค้างในต่างแดนและประสบปัญหาต่างๆ ให้สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย สำหรับคนไทยในออสเตรเลียที่ยังประสงค์จะกลับประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและออสเตรเลียเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือและจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อสถานเอกอัครราขทูตฯ ที่ หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 0402 735 642 หรือ 0429 597 191 หรือ Line ID: CBRCONSULAR และสถานกงสุลใหญ่ฯ ที่หมายเลขโทรศัพท์ (02) 9241 2542-3 สายด่วน 0411 424 303 LINE ID: thaiconsulatesydney
 
 
เที่ยวบินพาณิชย์พิเศษ TG 462 โดยสายการบินไทย ได้นำคนไทยในออสเตรเลียจำนวน 260 คนเดินทางกลับประเทศไทย โดยออกจากนครเมลเบิร์นเมื่อเวลา 00.41 น. และมีกำหนดถึงกรุงเทพฯ เวลาประมาณ 06.39 น. ของวันที่ 28 พ.ค. 63 (ตามเวลาท้องถิ่น)
 
@@@@ เเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 โครงการปันน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ได้มีการมอบอาหารสดและแห้งให้เด็กนักเรียนไทยที่ได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤต ในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากกงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำรัฐควีนส์แลนด์ นายแอนดูรว์ พาร์ค ได้เดินทางมามอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือนักเรียนไทยในโกลด์โคสท์ โดยมอบบัตรกำนัลเงินสด $40 ต่อหนึ่งคน โดยมีนักเรียนจำนวนเกือบ 100 คนเดินทางมารับด้วยตนเอง และเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว นายแอนดูรว์ พาร์ค ได้มอบให้กับนักเรียนที่นครบริสเบนเกือบ 200 คน กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยฯ ได้พูดคุยกับนักเรียนไทย และได้รับทราบถึงปัญหาที่นักเรียนไทยได้รับผลกระทบในช่วงวิกฤตครั้งนี้ เช่นในเรื่องของ ค่าเช่าบ้าน อาหาร ปัญหาในการเรียนออนไลน์ และ การขาดรายได้จากการทำงาน เป็นต้น กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยฯ ได้ให้ความช่วยเหลือนักเรียนไทยที่มีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศ โดยประสานงานกับสถานทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราจัดเที่ยวบินพิเศษ บริสเบน-เมลเบริ์น-กรุงเทพฯ ซึ่งจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการทางเฟซบุ๊กของสถานทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา ไปแล้ว นอกจากนั้นแล้ว นายแอนดรูว์ได้ให้คำแนะนำแก่นักเรียนไทยเกี่ยวกับหนังสือเดินทางที่จะหมดอายุในเร็วๆ นี้อีกด้วย นักเรียนที่มีปัญหา สามารถติดต่อกับทางสถานทูตไทยที่แคนเบอร์ราได้โดยตรง ทางทีมงานโครงการปันน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ขอขอบคุณ กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยฯ แอนดรูว์ พาร์คเป็นอย่างสูง ที่ได้ให้การช่วยเหลือนักเรียนไทยในครั้งนี้ ด้วยทุนส่วนตัวกว่า $10,000 และขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ คนไทย ที่ได้ร่วมบริจาคกับโครงการนี้ทุกท่าน
 
 
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 นายแอนดูรว์ พาร์ค กงสุลกิตติมศักดิ์ไทยประจำรัฐควีนส์แลนด์ ได้เดินทางไปมอบเงินส่วนตัวช่วยเหลือนักเรียนไทยในโกลด์โคสท์ ร่วมกับโครงการปันน้ำใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ซึ่งได้มีการมอบอาหารให้เด็กนักเรียนไทยเป็นประจำ
 
@@@@ เชฟพจน์ สุพจน์ บริสุทธิ์ เชฟฝีมือดีได้รวบรวมเพื่อนฝูง เพื่อมาร่วมแรงร่วมใจและรวบรวมกำลังทรัพย์ เพื่อทำอาหารไปแจกร่วมกันเมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563 เมื่อเวลา 12.00 น. ได้ทำการแจกอาหารที่บริเวณหน้าร้าน P’Kran Hair Salón ไกล้เขต Sydney China Town โดยรายการอาหารในวันนี้มี น้ำพริกปลาทู ข้าวไข่เจียว ขนม และเงินสดจำนวนหนึ่ง รวมแล้วกว่า 300 ชุด โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ได้นำอาหารมาแจก โดยครั้งแรกคือเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 เชฟสุพจน์และเพื่อนๆ ได้นำ ผัดกะเพรา คุกกี้ ข้าวไข่เจียว และ ข้าวหมูแดง มาแจกที่บริเวณหน้าร้านนัว ลาว ไทย ในเขต Sydney Thai Town ซึ่งในครั้งนั้นก็มีทั้งบุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ได้ผลกระทบจากวิกฤติไวรัส covid-19 อยู่ในสภาวะการขาดงานและขาดรายได้เพื่อประทังชีวิตได้มารับแจกอาหารกันเป็นจำนวนมาก ............... สุพจน์ เล่าว่า “ตัวพจน์เองก็ตกงานนะ เข้าใจสภาวะดี แต่เราพอมีเงินเก็บที่ออมเอาไว้ ปัจจุบันพจน์เป็นเชฟแผนกอาหารไทย ที่ Rooty Hill RSL Club เพิ่งเปลี่ยนงานมาไม่ถึงปี เงิน Job keeper ก็ไม่ต้องพูดถึง หมดสิทธิ์ Job seeker ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่เคยไปขอ อายมากเพราะไม่เคยตกงาน เข้าใจพวกน้องๆคนไทยมาก พจน์เคยอาศัยอยู่ทในตัวเมืองซิดนีย์มาเป็นเวลาหลายสิบปี และทำงานเป็นพ่อครัวร้านอาหารมาแล้วหลายที่รวมทั้งร้าน Chat Thai Town Hall เพราะฉนั้นจะรู้ความรู้สึกเลย พจน์จึงคิดโครงการนำอาหาร เครื่องดื่ม มาแจกแก่คนไทยและชาวต่างชาติที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากพิษโควิด ถึงแม้โครงการในครั้งนี้จะไม่ได้แบ่งเบาความเดือดร้อนมากนัก ถ้าเทียบกับจำนวนคนทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติครั้งนี้ แต่ทางพจน์และเพื่อนๆก็มีความยินดี และเต็มใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนได้ช่วยเหลือสังคมคนไทยบ้าง ฝากขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ร่วมกันทำให้โครงการนี้สำเร็จไปได้ด้วยดีและสร้างความอิ่มเอมใจให้ทุกคนทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมเป็นอย่างยิ่ง”
 

เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563 เมื่อเวลา 12.00 น. เชฟพจน์ สุพจน์ บริสุทธิ์ เชฟฝีมือดีได้รวบรวมเพื่อนฝูง เพื่อมาร่วมแรงร่วมใจและรวบรวมกำลังทรัพย์ เพื่อทำอาหารไปแจกร่วมกันที่บริเวณหน้าร้าน P’Kran Hair Salón ไกล้เขต Sydney China Town
 
@@@@ นี่ก็อีกรายชวนเพื่อนๆทำอาหารไปแจกน้องๆนักศึกษา หรือคนที่ตกงานมาแล้วหลายรอบ เดลินิวส์สอบถาม MC อ้อย อรวรรณ โกศะรถ มรรคนายกคนเก่งของวัด ถึงเหตุจูงใจที่ทำ  อรวรรณ กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “เหตุจูงใจที่ทำก็คือ เราก็ถูกให้ออกจากงานเหมือนกันคะ เห็นเจ้าของร้านอาหาร น้องๆในเมืองเขาทำอาหารแจกน้องๆนักศึกษา หรือคนที่ตกงานที่ไม่ได้เป็นคนสัญชาติออสเตรเลีย เรารู้เลยว่ามันลำบาก เรามีที่อยู่โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าก็มีบ้างที่ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่เราเป็นคนที่นี่ ไม่มีครอบครัว เงินที่บริษัทให้ หรือจะได้รับจากรัฐบาล (ถึงแม้ไม่มาก) แต่เราคิดว่า ไทยต้องไม่ทิ้งไทยคะ เราเลยชวนน้องๆ ร่วมทำอาหารแจก อาจไม่มากมาย ทำตามกำลังเท่าที่ทำได้ พอบางท่านรู้ ก็ส่งเงินมาช่วย เพราะถ้าเพียงลำพังตัวเอง คงได้แจกแค่ครั้ง สองครั้งเท่านั้นเองคะ เรามาคิดว่า น้องๆในเมืองมีเยอะก็จริง แต่เขาก็ยังมีพี่ๆที่น่ารักใจดีอีกหลายท่านคอยช่วยเหลือเขา ซึ่งเราก็เคยไปมอบให้ครั้งนึงแล้วคะ พอมาช่วงนี้รัฐบาลเปิดให้เดินทางได้สะดวกขึ้น เราก็เลยรวบรวมน้องๆว่าเรามาร่วมมอบอาหารและของบางอย่างให้กับน้องๆด้านนอกซึ่งถึงแม้ไม่มากเท่ากับน้องๆในเมือง แต่คนไปไม่ถึง และกำลังเราก็น่าจะสู้ไหว ครั้งแรกเราจึงจัดอาหารไปมอบให้น้องๆ กลุ่มที่ Wolli Creek และที่ Lidcombe พอครั้งที่สอง เราก็ไปมอบที่ Ashfield และ Lidcombe ซึ่งเรามอบไปแล้วสองอาทิตย์ แต่กะว่าจะมอบให้อีกสักระยะนึงคะ เพราะตัวเองก็จะต้องไปเรียนวิชาชีพเพื่อไปหางานเหมือนกันคะ จริงๆตัวเองก็เพิ่งจะเริ่มทำ ได้แต่อนุโมทนากับน้องๆที่เขาทำกันมาเป็นเดือนๆแล้วคะ ตั้งแต่เริ่มโควิด เราถือว่า เรายังเป็นแค่อนุบาลเมื่อเปรียบเทียบกับอีกหลายท่านคะ ตัวเองรับคำสอนจากครูบาอาจารย์ที่ว่า เป็นผู้ให้ย่อมเกิดความสุขใจ ก็เลยนำมาปฏิบัติตามคะ และอยากให้น้องๆที่ลำบากอยู่ อย่าได้ท้อถอย ขอให้นึกว่าเราจะสู้ไปด้วยกัน และให้มีความอดทนไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสคะ คนไทยไม่เคยทิ้งกันนะคะ สู้ ส็”
 
 
งานบุญงานกุศลที่จัดขึ้นในวัดไทยทั่วประเทศออสเตรเลีย โดยเฉพาะในเขตซิดนีย์และปริมณฑล จะต้องมีเธอเป็นประชาสัมพันธ์ เป็น MC เกือบแทบทุกงาน อ้อย อรวรรณ โกศะรถ คราวนี้มรรคนายกคนเก่งของวัด เล่าถึงเหตุจูงใจที่ทำอาหารไปแจกช่วงโควิด
 
@@@@ รศ. ดร.วรรณิสสร วิมลสถืตย์ เพิ่งย้ายจากเพิร์ธ มาอยู่ซิดนีย์ เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อมาเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่ Macquarie University สาขาวิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) ซึ่งเป็นสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่ปีนี้ อาจารย์วรรณิสสร มาเป็น lead ในสาย Structural Engineering ของภาค เพราะเพิ่งมีอาจารย์ด้านนี้อยู่คนเดียว มาถึงก็เจอวิกฤตการณ์โควิด 19 เลย ในช่วงนี้ อาจารย์วรรณิสสร ต้อง work from home นักศึกษาทั่วไปก็ต้องเรียนทาง online แต่ก็มีการปรับตัวกันได้เป็นอย่างดี อาจารย์ทุกคนต้องทำงานกันหนักมากขึ้น เพื่อช่วยนักศีกษา และให้การเรียนการสอนผ่านไปได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และจะมีการกลับเข้าสอนประจำกันเป็นระลอกตามนโยบายของรัฐและมหาวิทยาลัย ใน stage แรกนี้ กลับเข้าไปทำงาน 25% ที่เหลือต้อง work from home ................. Civil Engineering ที่ Macquarie University เป็นระดับปริญญาตรีที่มีหลักสูตร 4 ปี เป็น Honours degree จบแล้วจะได้วุฒิ Bachelor of Engineering (Honours) in Civil Engineering จบแล้วทำงานเป็นวิศวกรโยธาในสายงานต่างๆได้หลากหลาย สายงานด้านนี้ได้ผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำที่ผ่านๆมาน้อยมาก เพราะการก่อสร้างต่างๆมีอยู่ตลอด จบแล้วจะไปทำงานด้านอื่นก็ได้ด้วย หรือถ้าอยากเรียนต่อ ทางมหาวิทยาลัยก็มีระดับปริญญาโท และ ปริญญาเอกด้วย ถ้าใครสนใจอยากถามข้อมูลเพิ่ม ติดต่อมาได้ที่อาจารย์เลย
 

Civil Engineering ที่ Macquarie University เป็นระดับปริญญาตรีที่มีหลักสูตร 4 ปี เป็น Honours degree จบแล้วทำงานเป็นวิศวกรโยธาในสายงานต่างๆได้หลากหลาย สายงานด้านนี้ได้ผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำที่ผ่านๆมาน้อย เพราะการก่อสร้างต่างๆมีอยู่ตลอด
 
@@@@ อาจารย์สร ดอกเตอร์ วรรณิสสร วิมลสถิตย์ เธอเป็นคนกรุงเทพฯโดยกำเนิด เริ่มการศึกษาในระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนภาษาณุสรณ์ แถวฝั่งธนฯ จบมัธยมจากโรงเรียนเบญจมราชาลัย จากนั้นก็เอ็นทรานส์เข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรียนจนจบระดับปริญญาตรีสาขา วิศวกรรมโยธา หลังจากจบการศึกษาแล้วเธอก็ไปทำงานที่การไฟฟ้านครหลวงอยู่ได้ 2 เดือน ได้รับทุนจากสถาบันเทคโนโลยี AIT ที่รังสิต ศึกษาต่อปริญญาโท ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ใช้เวลาศึกษาอยู่นี่ 2 ปี ก็จบ หลังจากจบการศึกษาจึงไปทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่บริษัทออกแบบโครงสร้าง ที่กรุงเทพฯ ทำงานได้ 4 ปี ได้รับทุนจากรัฐบาลออสเตรเลียให้มาศึกษาต่อปริญญาเอก ด้าน Structural Engineering ที่ University of New South Wales ใช้เวลาศึกษาอยู่ 4 ปี ............ เธอเล่าว่า “จังหวะชีวิตดี แล้วก็โชคดีด้วยคะ เป็นทุนให้เปล่า ไม่มีข้อผูกพัน ใช้เวลาศึกษาอยู่ที่ UNSW 4 ปี ในระหว่างนั้นก็ใช้ชีวิตแบบนักศึกษาที่ซิดนีย์อย่างสุขสบายดี ไม่อัตคัตแล้วตอนนั้นก็ชอบซิดนี่ย์มาก แต่ก่อนชอบมากกว่าเพิร์ธด้วย แต่ตอนนี้ชอบเท่าๆกันแล้วค่ะ” หลังจากสำเร็จการศึกษา เธอเลือกกลับไปทำงานที่เมืองไทย เพราะอยากกลับไปช่วยพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอน บวกกับทนความคิดถึงบ้านไม่ไหว เธอไปสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง และก็ทำงานเป็นวิศวกรอยู่ที่บริษัทก่อสร้างด้วย หลังจากนั้น 2 ปี เธอได้ย้ายไปทำงานที่สิงคโปร์ อยู่ที่นั่น 4 ปี จึงกลับมาทำงานที่เมืองไทยอีก ได้ทำงานออกแบบและก่อสร้างตึกสูงหลายตึกในกรุงเทพเป็นเวลาอีก 4 ปี แล้วก็ต้องถึงคราวที่เธอต้องตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ที่ไหนดี สถานภาพ Permanent Resident ใกล้จะหมดอายุ เพราะไม่ได้อยู่ออสเตรเลียนานแล้ว ................ เธอย้อนว่า “ก็คิดว่าต้องย้ายกลับมาออสเตรเลียเพราะกังวลเรื่องครอบครัว ก็เลือกกลับมาอยู่เพิร์ธ ซื้อบ้านและก็เตรียมตัวย้าย ในระหว่างนั้น ก็คิดว่าลองหางานทำดูนะ เพราะว่าถ้ามาแล้วไม่มีงานทำก็คงเบื่อน่าดู จังหวะดีอีกแล้วค่ะ เห็นประกาศรับอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเคอร์ทิน ก็ลองสมัครดู ก็ได้รับการคัดเลือกให้มาสอนที่ มหาวิทยาลัยเคอร์ทิน สนุกกับงานมากแต่เป็นงานที่หนักและก็มีความรับผิดชอบสูงมาก” เธอเริ่มสอนที่มหาวิทยาลัยในปี 2551 ในตำแหน่ง Lecturer ที่ภาควิชา Structural Engineering ใน Curtin University ก่อนย้ายมาซิดนีย์ จนถึงปัจจุบัน เธอดำรงตำแหน่ง Associciate Professor สาขาวิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) ใน Macquarie University เธอสมรสแล้วและมีบุตรสาว 2 คน
 
 
รศ. ดร.วรรณิสสร วิมลสถืตย์ เพิ่งย้ายจากเพิร์ธมาเป็นอาจารย์ประจำอยู่ที่ Macquarie University สาขาวิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) ซึ่งเป็นสาขาที่เพิ่งเปิดใหม่ปีนี้ อาจารย์วรรณิสสร มาเป็น lead ในสาย Structural Engineering ของภาควิชา
 
ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 75