อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563

"เลือดชั่ว" บทพิสูจน์''มืออาชีพ''ของสื่อ

เรื่องราวอื้อฉาวนี้เตรียมจะถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด โดยเอาเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ดาราที่มีรูปลักษณ์คล้ายอลิซาเบทมารับบท ซึ่งขอบอกว่าเรื่องราวเข้มข้นมากชนิดเป็นหนังสือก็อ่านแบบวางไม่ลง พฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เวลา 12.00 น.


วันที่ 1 มิ.ย.นี้ จะเป็นวันที่มีการคลายล็อคมาตรการคุมการแพร่ระบาดของโควิดอีกระดับหนึ่ง ที่น่าสนใจคือการเดินทางข้ามจังหวัดสามารถทำได้แล้ว แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดที่เจ้าหน้าที่เขาจะสามารถสอบถามเหตุจำเป็นในการเดินทางได้ ใครที่อยากกลับไปเยี่ยมบ้านที่ภูมิลำเนาก็คงมีเหตุผลพอ ส่วนโรงหนังก็เปิดได้ แต่ยังงดจัดคอนเสิร์ต  ขณะที่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างชายทะเลก็ยังห้ามเปิดอยู่ เพื่อป้องกันการมั่วสุมกัน

คิดว่า ปลายเดือน มิ.ย.คงต้องปลดล็อคให้ได้ทั้งหมด แต่มีมาตรการในการรักษาระยะห่าง การต้องเชคอินเชคเอาท์สถานที่ต่างๆ เพื่อสามารถหาผู้ป่วยรายที่ 0 เจอได้และตามคนใกล้เคียงมาตรวจได้หากเกิดการระบาดซ้ำ แบบที่ย่านอิแทวอน ในกรุงโซล ประเทศเกาหลี ซึ่งก็ลำบากนิดหน่อยเพราะดันไปเจอผู้ป่วยรายที่ 0 ในบาร์เกย์ คนอื่นๆ ก็ไม่กล้าแสดงตัวเพราะในประเทศเกาหลีการเป็นเกย์ก็ไม่ใช่อะไรที่เขายอมรับ ขนาดในกองทัพยังใช้แอพหาคู่จับผิดทหารเกย์

ระหว่างนี้เปลี่ยนเรื่องจากโควิด -19 มาเล่าถึงหนังสือน่าอ่านในช่วงเก็บตัวกันดีกว่า พอดีเพิ่งได้อ่านหนังสือเรื่อง “เลือดชั่ว” (bad blood) สำนวนแปลของคุณสฤณี อาชวนันทกุล เขียนโดยจอห์น แครี่ย์รู นักข่าว ตีแผ่เรื่องสตาร์ทอัพลวงโลกที่เป็นข่าวอื้อฉาวคือ “เทรานอส” ซึ่งคิดค้นบุกเบิกสตาร์ทอัพตัวนี้โดย อลิซาเบท โฮมส์ ที่หลายปีก่อนฮือฮากันมากว่า จะเป็นการปฏิวัติการตรวจสุขภาพแนวใหม่สำหรับผู้กลัวเข็ม คือใช้ตัวอย่างเลือดนิดเดียวจากการเจาะปลายนิ้ว

เมื่อเจาะไป เลือดจะถูกเก็บเข้าแคปซูลจิ๋วเข้าเครื่องอ่านค่า และตอนนั้น อลิซาเบท โฮมส์ โฆษณาใหญ่โตว่า สรรพคุณของเครื่องเทรานอสนี่เรียกว่าตรวจได้แบบครอบจักรวาลมาก สามารถส่งผลไปยังทางแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยได้ เทรานอส ไปทำสัญญากับบริษัทขายยาดัง และเปิดตัวใหญ่โต หลายคนคงเคยเห็นภาพข่าวอลิซาเบทหญิงตาสีฟ้า ผมบลอนด์ แววตามุ่งมั่น ใส่เสื้อคอเต่าแบบสตีฟ จ๊อบส์ จากแอปเปิล ออกงานบ่อยๆ



อลิซาเบท เป็นต้นแบบของการขายฝันในโลกยุคปัจจุบัน เราต่างคงเคยได้ยินเวลาใครชวนไปขายตรงว่า “ไม่ต้องเรียนจบก็ประสบความสำเร็จได้” ตัว อลิซาเบท เองมีต้นทุนทางสังคมที่ดี เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยระดับทอปอย่างสแตนฟอร์ด แต่ลาออกมาพัฒนาเทรานอสกลางคัน ซึ่งก็สร้างความน่าสงสัยว่า คนที่เรียนไบโอเคมียังไม่จบสามารถจะพัฒนาอุปกรณ์ตรวจเลือดที่ประสิทธิภาพสูงขนาดนั้นได้อย่างไร

ในองค์กร เทรานอส เองก็มีปัญหามาก ตั้งแต่ในช่วงแรกๆ ที่มีก่อตั้งราวปี 2546 ที่พนักงานบริษัทแต่ละฝ่าย อย่างฝ่ายแลป ฝ่ายวิศวกรรม ที่เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลับถูกห้ามการติดต่อสื่อสารกันเอง มีการเซ็นสัญญาป้องกันความลับรั่วไหลอย่างรัดกุม มีรักษาความปลอดภัยจำนวนมาก อลิซาเบท กับรองซีอีโออย่าง ซันนี่ บัลวานี ซึ่งเป็นชาวอินเดีย และเป็นคนรักของอลิซาเบท จะเก็บข้อมูลทุกอย่างจากทุกฝ่ายมาเรียบเรียงจัดการเอง

ข้ออ้างที่ต้องทำอย่างนั้นคือ “มันเป็นสูตรทางการค้าที่มีมูลค่ามหาศาล” ให้ลองนึกภาพเคเอฟซี ที่สูตรหมักไก่นั้นมาจากคนละทิศและส่วนกลางผสมส่งไปยังสาขาเอง หรือสูตรน้ำโคคาโคล่า สูตรเหล่านี้เผยแพร่ไปแล้วจะเกิดการเลียนแบบจึงต้องรักษาความลับ เมื่อเทรานอสเปิดตัวออกมา กลายเป็นสตาร์ทอัพที่เรียกว่า “ยูนิคอร์น”คือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงถึงระดับพันล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยมาดแบบสตีฟ จ๊อบส์ ทำให้อลิซาเบทดูน่าเชื่อถือ

ระหว่างนั้น อลิซาเบท ตั้งกรรมการบริษัทเป็นผู้มีชื่อเสียงมากมาย ทั้งอดีตรัฐมนตรี อดีตทหารระดับนายพล เจ้าพ่อสื่อรูเพิร์ต เมอร์ดอกยังถือหุ้น ให้ทนายชื่อดังในซิลิคอน วาลเลย์อย่างเดวิด บอยส์ ร่วมถือหุ้นด้วย ทำให้เทรานอสกลายเป็น “บริษัทใหญ่ใครไม่กล้าแตะ” ขณะเดียวกัน คนทำงานก็เริ่มเห็นความไม่ชอบมาพากลขึ้นเรื่อยๆ ว่า เครื่องนี้มันใช้ตรวจไม่ได้จริง ต้องส่งผลเลือดไปตรวจกับเครื่องชนิดอื่นที่มีวางขายปกติ และตัวอย่างเลือดน้อยเกินไปในการวิเคราะห์ค่า



การตรวจสอบตัวอย่างเพียงใช้เลือดหยดสองหยดไม่สามารถวิเคราะห์สุขภาพได้แบบครอบจักรวาล แถมเมื่อตัวอย่างน้อยจำเป็นจะต้องใช้สารเจือปนให้ตัวอย่างจางลงไปอีก ทำให้ผลการวิเคราะห์ของเทรานอสยิ่งเพี้ยน และจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคน จนกระทั่งนักข่าวจากวอลสตรีท เจอร์นัล คือ จอห์น แครี่ย์รู ได้รับข้อมูลบางอย่างมาจากอดีตพนักงาน และลงมือสืบสาวราวเรื่องของเทรานอสอย่างจริงจังว่ามันเป็นนวัตกรรมลวงโลกหรือไม่

แน่นอนว่า กิจการระดับพันล้านย่อมมีการปกป้องตัวเองอย่างสูง เดวิด บอยส์ ออกโรงขู่ฟ้อง พนักงานบริษัทบางคนถูกสอดแนมว่ามีการนำความลับของเทรานอสไปขายกับวอลสตรีทเจอร์นัลหรือไม่ พนักงานต่างหวาดกลัวที่จะให้ข้อมูลกับจอห์น แครี่ย์รู แต่อาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขาสัญญารักษาความลับแหล่งข่าว ทำให้เขาได้รับข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ เรื่องการรักษาแหล่งข่าวนี้เหตุการณ์ที่คลาสสิคสุดคือคดีวอเตอร์เกต ที่ทำประธานาธิบดีนิกสันลาออกมาแล้ว

จอห์น แครี่ย์รู ทำงานข่าวอยู่บนพื้นฐานที่ว่า “ประโยชน์ของประชาชนต้องมาสูงสุด” เขาไม่กลัวต่อการดำเนินการทางกฎหมายของทนายมือแข็งของเทรานอส ไม่ว่าจะมีการส่งหนังสือให้แก้ไขบทความ หรือออกบทความโต้อย่างไรเขาก็ยังเดินหน้าต่อ ดูเป็นนักข่าวในอุดมคติที่อำนาจกับกลุ่มทุนไม่สามารถทำอะไรเขาได้เพราะยึดถือหัวใจวิชาชีพสื่อมวลชน และสุดท้ายเทรานอสก็ถูกแฉว่าเป็นผลิตภัณฑ์ลวงโลก คู่สัญญายกเลิก หุ้นบริษัทตกจนมูลค่าเหลือศูนย์

อลิซาเบท โฮมส์ กลายเป็นดาวร่วงแรงที่สุด จากที่ในปี 2557 ฟอร์บส์เคยยกย่องเธอเป็นมหาเศรษฐีที่ครองกิจการมูลค่ากว่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่พอปี 2558 ที่เรื่องนี้ถูกวอลสตรีทเจอร์นัลเปิดเผยก็ร่วงทันที กลต.สหรัฐอเมริกาตั้งกรรมการสอบอลิซาเบทและซันนี่ด้วยข้อหาฉ้อโกง สั่งคืนเงิน 18.9 ล้านดอลลาร์แก่ผู้ถือหุ้น และห้ามอลิซาเบทดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่หรือกรรมการผู้จัดการบริษัทมหาชนใดๆ 10 ปี จากนั้นจะยึดทรัพย์อีก

สุดท้ายชื่อของ อลิซาเบท โฮมส์ ก็หายไปจากสังคม และเป็นเครื่องเตือนใจให้คนอย่าหลงเชื่อสตาร์ทอัพใหม่ๆ ง่ายๆ อีกทั้งสารคดีเล่มนี้ยังเป็นแนวทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเป็นนักข่าว ว่า การทำข่าวเจาะมันควรต้องทำอย่างไร มีความซื่อตรงต่อแหล่งข่าว ไม่อ่อนไหวกับผู้มีอำนาจหรือทุน และกระบวนการเก็บข้อมูลจำเป็นต้องใช้หลักฐานอย่างรอบด้านก่อนสรุปความออกมาเป็นงานข่าวเจาะสักชิ้น ไม่ใช่เพียงแค่ไล่สัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง

เรื่องราวอื้อฉาวนี้เตรียมจะถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด โดยเอาเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ดาราที่มีรูปลักษณ์คล้ายอลิซาเบทมารับบท ซึ่งขอบอกว่าเรื่องราวเข้มข้นมากชนิดเป็นหนังสือก็อ่านแบบวางไม่ลง เผลอๆ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์อาจคว้าออสการ์ตัวที่สองในปีที่หนังออกฉาย เพราะชีวิตของโฮมส์จากคำบอกเล่าของแหล่งข่าวจนกลายเป็นหนังสือนี่มีสีสันมาก ตัวละครที่น่าจับตาอีกตัวคือตัวซันนี่ ก็เป็นบทจอมบงการตัวร้ายที่แรงอยู่

ก็เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ แง่คิด น่าอ่านในช่วงเก็บตัวโควิด.
......................................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 174