อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

ฝากป่าไว้กับ "วัด"

ปัญหาวัดกับป่า เป็นปัญหาที่เรื้อรังและสะสมมาอันยาวนาน พอ ๆ กับประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่า “บุกรุกป่า” พุธที่ 3 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น.


เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ยินข่าวมาว่า อธิบดีกรมป่าไม้ นายอรรพล เจริญชันษา กำลังจะหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้
นานมาแล้วยุค คุณสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงทรัพย์ ได้มีนโยบายแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือ ให้วัดอยู่กับป่าได้ แต่เงื่อนไขคือ ต้องขึ้นทะเบียน และเวลาจะสร้างอะไร ต้องขออนุญาตก่อน



ตอนนั้นมีการระดมความเห็นจากคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ มีการขับเคลื่อนนโยบายที่เด่นชัด มีการออกข่าว ถ่ายทอดสด อันใหญ่โต...ถูกใจได้รับสาธุการจากคณะสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร

สุดท้าย..ไปไม่ถึงฝั่งเพราะติดตรงที่ว่า ต้องให้วัดหรือสำนักสงฆ์ขึ้นทะเบียนและเวลาจะสร้างอะไรต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานก่อน

ตรงนี้คือ..ปัญหาในทางปฎิบัติ



วัดบางวัดตั้งมาก่อน เกิดก่อนจะประกาศเป็นป่าสงวน เกิดมาก่อนประกาศเป็นเขตอุทยาน เมื่อมีเงื่อนไขแบบนี้...คณะสงฆ์และชุมชนจึงปฎิเสธ เพราะในทางปฎิบัติยุ่งยาก มีเรื่องเล่า..

ยุคหนึ่งหลายสิบปีมาแล้ว ผมไปเป็นประธานสร้างเจดีย์ที่วัดแห่งหนึ่ง วัดนี้ตามประกาศของกรมการศาสนาเป็นวัดมาตั้งแต่ปี 2481 แต่ไม่มีเขตวัด ไม่มีโฉนด เพราะยุคนั้นคณะสงฆ์และชุมชน ชี้เขตวัดมีเชิงเขานี้ ลำห้วยนั้น ตรงนั้นคือ “เขตวัด” เป็นเพียงพอ

เวลาจะไปสร้างเจดีย์องค์ย่อม ๆ เจ้าหน้าที่อุทยานไม่ยอม อ้างว่าเป็นเขตอุทยาน รถไถ เครื่องจักรกลหนักเข้าไปไม่ได้..สุดท้าย ต้องอาศัยบารมีรัฐมนตรียุคนั้นจึงเริ่มสร้างได้ และให้อธิบดีกรมอุทยาน ฯ ประธานคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม รัฐสภา ไปบรรจุพระธาตุ ปัญหา “จึงจบ”





หรือแม้กระทั้งของบจากกรมทรัพยากรน้ำ ไปทำฝาย กักน้ำ อธิบดีอนุมัติงบแล้ว แต่เวลาเครื่องจักรใหญ่ลงไปทำ ก็ไม่สามารถทำได้...ติดเขตอุทยาน

แต่ปัจจุบันวัดแห่งนี้...พัฒนาไปไกล แบบ วัดอยู่กับป่าได้ เพียงแต่ “น้ำพึ่งเรือ เสื่อพึ่งพา” หากใช้หลักกฎหมายยังเดียว ไม่ดูบริบทสังคมชุมชน ไม่ดูประวัติความเป็นมาของวัด ความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ วัดและชุมชนก็เกิดอยู่ “ร่ำไป”

ผมเห็นด้วยที่อธิบดีกรมป่าไม้ จะขับเคลื่อนนโยบาย “ฝากป่าไว้กับวัด” โดยกำหนดขอบเขตให้ชัดเชนว่า จะฝากป่าไว้กับวัด แค่ไหน อย่างไร

แล้วให้คณะสงฆ์ ชุมชน ร่วมกันดูแล เหมือนกับ ป่าชุมชน ที่ฝากให้ชาวบ้านดูแลและร่วมกันบริหารจัดการเองได้



และเรื่องนี้ไม่ควรทำเฉพาะกรมป่าไม้อย่างเดียว ควรทำให้เป็นระดับกระทรวงไปเลย เพราะในกระทรวงทรัพย์ ยังมีอีกหน่วยงานหนึ่งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับชุมชนและวัด คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ฝากเป็นการบ้านให้ คุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม..ไปพิจารณา
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com.


ขอบคุณภาพ..กรมป่าไม้

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 250