อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563

"รังเกียจ-ตีตรา" ปัญหามิติสังคมที่ต้องเยียวยา

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) คณะสังคม สงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และภาคีเครือข่าย เปิดโครงการ “พัฒนาสมรรถนะและรูปแบบการดูแลทางสังคมและเสริมพลังชุมชนในการเฝ้าระวัง ดูแล และจัดการทางสังคม สำหรับผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคโควิด-19” หรือ พสด. อาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563 เวลา 10.30 น.


ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การรับมือกับวิกฤติโควิด-19 นั้นมีหลายมิติ และ สสส. ได้ช่วยสื่อสารไทยรู้สู้โควิดแต่พอถึงจุดหนึ่งเราเรียนรู้ว่า ความกลัวที่อาจจะเกินพอดี ได้สร้างปัญหาในทางอ้อม เกิดการรังเกียจ การตีตรากลุ่มเสี่ยงหรือผู้ที่ติดเชื้อ ทำให้มีการปกปิดการติดเชื้อมากขึ้น และสำหรับโรคระบาดถือเป็นเรื่องอันตราย



จากปัญหาดังกล่าว เป็นที่มาของโครงการ พสด. ในการช่วยพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะห์ รูปแบบ กลไก การให้คำปรึกษา ด้านสุขภาวะในสถานการณ์โควิด-19 พร้อมเสริมสร้างพลังชุมชนในการเฝ้าระวัง ดูแล ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบดำเนินการโดยใช้กระบวนการประเมินปัญหาทางสังคม ให้คำปรึกษาผู้ป่วยที่รักษาหายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ CLICKNIC เพื่อช่วยเหลือ ฟื้นฟูสุขภาพกาย จิตใจ พร้อมกลับคืนสู่สังคมอย่าง

มีคุณภาพ รวมถึงการพัฒนาสมรรถนะนักสังคมสงเคราะห์ ผ่าน 4 หลักสูตรได้แก่

1. หลักสูตรอบรมแบบออนไลน์และ e-learning โปรแกรม Hotline Counselling  2. การให้คำปรึกษาเสริมพลัง Empower Counselling 3. การบำบัดด้วยความคิดและพฤติกรรม Cognitive Behavior Therapy และ 4. โปรแกรม Mental Health and Psychosocial support เพื่อทำงานเชิงลึกกับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ ยังส่งเสริมชุมชนในการจัดการตัวเองเพื่อรับมือกับโรคอุบัติใหม่ ด้วยรูปแบบชุมชนจัดการตนเองเพื่อป้องกัน เฝ้าระวังโรคโควิด-19 พัฒนารูปแบบ New Normal กับการจัดการทางสังคมในมิติสุขภาวะชุมชน นำไปสู่การถอดบทเรียน จัดทำคู่มือ แนวทางปฏิบัติ และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อไป



รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหา วิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มธ. ถือเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่ประกาศตัวมีส่วนร่วมต่อสู้กับโควิด-19 ด้วยการผันรูปแบบมาเป็นโรงพยาบาลสนาม และปิดตัวลงหลังจากส่งตัวผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วรายสุดท้าย เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 63

ทางโรงพยาบาลจึงต้องเตรียมความพร้อม โดยทีมงานสังคมสงเคราะห์ที่ได้รับแจ้งจากผู้ป่วยว่าไม่สามารถกลับเข้าสู่ครอบครัวหรือชุมชนได้ จะนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการติดตามดูแลผลกระทบทั้งด้านสุขภาพและสังคม หรือประเมินส่งตัวต่อให้กับหน่วยงานภาคีที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อไป



ด้าน นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กรมควบคุมโรค ในฐานะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตั้งแต่การคัดกรอง รักษา ส่งกลับคืนสู่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่รักษาหาย ซึ่งมีภูมิคุ้มกัน และผู้ที่กักตัวในสถานที่ของรัฐ เมื่อพ้นระยะฟักตัว หากประชาชนในสังคมมีการรังเกียจ เลือกปฏิบัติ อาจทำให้กลุ่มดังกล่าว เกิดความกดดัน และทำให้คิดฆ่าตัวตายได้

ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ถือเป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนให้ความช่วยเหลือโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในสังคมนั้น โดยได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนในภาวะโควิด-19 โดยแบ่งเป็น 2 มาตรการหลัก คือ “มาตรการด้านการเงินและมาตรการด้านสวัสดิการ” รวมทั้งจัดทำคู่มือป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ให้กับสถานสงเคราะห์คนชราทุกแห่ง เพิ่มคู่สาย สายด่วน 1300 จาก 15 คู่สาย เป็น 60 คู่สาย รองรับผู้ที่โทรเข้ามากว่า 4,000 สายต่อวัน.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24