อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

เก็บข้อมูล''ดีเอ็นเอ'' การควบคุมคนแบบจีน ๆ

ช่วงโควิด-19 หนอนโรงพักขอพาผู้อ่านไปไกลต่างประเทศ กับเรื่องราวของตำรวจจีนกันสักตอน ทางเว็บไซค์ของสำนักข่าวนิวยอร์ก ไทมส์นำเสนอข่าวทางการจีนเก็บดีเอ็นเอจากชายชาวจีน เพื่อสร้างฐานข้อมูลไว้ โดยใช้งานจากบริษัทอเมริกา พุธที่ 24 มิถุนายน 2563 เวลา 14.00 น.


จากข่าวนี้ก็คือ บริษัทซึ่งเป็นของคนอเมริกันตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา มีการจัดทำชุดเก็บดีเอ็นเอขึ้นมา ในช่วง 3-4 ปีมานี้ ประเทศจีนได้สั่งซื้อเครื่องเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไปเป็นจำนวนมากจากบริษัทแห่งนี้ ซึ่งตัวแทนบริษัทก็บอกว่า มันเป็นเรื่องของการทำธุรกิจเป็นไปตามปกติ

เครื่องเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจำนวนมากที่สั่งซื้อเข้ามา ถูกกระจายไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในจีนทั่วประเทศใช้ พวกเขานำเครื่องนี้ไปใช้เก็บตัวอย่าง เจาะเลือดคนจีนด้วยกันเอง เด็กนักเรียนต่างถูกสั่งให้เข้าแถวเพื่อเจาะเลือด มีภาพเด็กร้องไห้จ้าเมื่อโดนตำรวจ 2 คนชายหญิงทำการเจาะเลือดเพื่อเก็บดีเอ็นเอ โดยมีแม่คอยปลอบอยู่ข้าง ๆ



ข้อมูลดีเอ็นเอเหล่านี้ถูกนำไปเก็บรวบรวมไว้ สร้างเป็นฐานข้อมูลที่ใหญ่มาก เพื่อจะได้รู้ว่าใครเป็นใครกันบ้าง ทางนิวยอร์ก ไทมส์รายงานว่า การเก็บข้อมูลดีเอ็นเอนี้ เน้นกระทำกับผู้ชาย และไม่ต้องเก็บชายทุกคนในจีน เพราะดีเอ็นเอจะเชื่อมโยงหรือมีความใกล้เคียงกับคนที่เป็นญาติกันนั่นเอง

เช่น ถ้าเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอหนอนโรงพักไป พ่อ น้องของหนอนโรงพัก ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บตัวอย่างไปด้วย เพราะหากรู้ดีเอ็นเอของหนอนโรงพักได้ ก็คงไม่ยากจะควานหาตัวคนใกล้ชิดในสายเลือดดีเอ็นเอ วิธีการนี้ทำให้เจ้าหน้าที่จีน ไม่จำเป็นต้องเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากผู้หญิงเลยนะครับ เพราะหากสาวถึงผู้ชายได้ ก็สามารถไล่เบี้ยหาทางผู้หญิงได้นั่นเอง

สำนักข่าวในจีนที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล บอกว่าการเก็บฐานข้อมูลดีเอ็นเอนี้ ทำให้ตำรวจจีนสามารถปิดคดีคนร้ายที่มีคดีข่มขืนได้ โดยก่อนหน้านี้พวกเขาหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราหญิงสาว 11ราย โดยในเหยื่อทั้งหมด มีเด็กหญิงอายุเพียง 8 ขวบรวมอยู่ด้วย



ทางการจีนได้ทำการตรวจสอบฐานข้อมูลดีเอ็นเอ และให้รางวัลนำจับ จนกระทั่งไปพบดีเอ็นเอของชายคนหนึ่งซึ่งกระทำความผิดในข้อหารับสินบน ดีเอ็นเอในตัวเขาใกล้เคียงกับดีเอ็นเอของคนร้ายที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ ตำรวจจึงนำตัวเขามาสอบปากคำ ทำให้ชายหนุ่มรับสารภาพว่าคือคนร้ายในคดีข่มขืนหลายคดีนั่นเองความสำเร็จนี้ทำให้ทางการจีนพยายามเร่งผลักดันการเก็บดีเอ็นเอเพื่อสร้างฐานข้อมูลต่อไป

แต่เรื่องนี้ มันไม่ได้มีแต่ด้านดีไปหมดทุกด้าน ขึ้นชื่อว่าความมั่นคงแล้ว เสรีภาพสิทธิส่วนบุคคลมักจะถูกล่วงละเมิดเสมอกรณีนี้ก็เช่นกัน

ชายหนุ่มรายหนึ่งบอกกับนักข่าวเองว่า เจ้าหน้าที่จีนข่มขู่ให้เขาต้องยอมเข้ารับการเจาะเลือดเพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ไม่อย่างนั้นจะนำชื่อเสนอให้กลายเป็นบัญชีดำ ซึ่งจะมีปัญหาในการดำเนินชีวิตในจีน มีชายอีกคนบอกว่า ทางการจีนบังคับให้เขายอมรับการตรวจดีเอ็นเอ ถึงจะสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้

ตามกฎหมายจีนนั้น การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลนั้นสามารถรกระทำได้ จีนมีระบบรวบรวมข้อมูลราษฎรในประเทศที่มั่นคงมาก พวกเขาเรียกมันว่า Skynet ชื่อเดียวกับโครงการหุ่นยนต์ในภาพยนตร์เรื่องคนเหล็กนั่นแหละครับ

แต่การเก็บข้อมูลดีเอ็นเอนั้น กฎหมายจีนยังไม่อนุญาตให้ทำได้ นั่นก็หมายความว่าคนจีนมีสิทธิปฏิเสธการเจาะเลือดเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอได้ โดยไม่มีความผิดแต่สุดท้ายตำรวจจีนก็หาคำขู่ข้อหาความผิดได้อยู่ดี เรียกได้ว่าคนจีนทั่ว ๆ ไปไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธการเก็บดีเอ็นเอได้อยู่ดี

เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนตระหนักว่า คนจีนนั้นก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวทางกฎหมาย พวกเขารู้และเข้าใจสิทธิของตัวเองเป็นอย่างดีขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งมีนักวิทยาศาสตร์ นักสิทธิมนุษยชนยืนยันว่าการกระทำตรงนี้เป็นเรื่องที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลมาก

จีนนั้นมีปัญหากับการปราบปรามชนกลุ่มน้อยในประเทศ ที่ผ่านมาคนอุยกูร์ ซึ่งเป็นชาติพันธ์ที่นับถือมุสลิม ถูกเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งในมุมกลับก็คือ จีนเองก็มีฐานข้อมูลแล้วว่าใครกันบ้างที่มีท่าทีต่อต้านรัฐ ยังไม่นับการสร้างค่ายกักกันในอุยกูร์ ซึ่งทั่วโลกก่นด่าประณาม ยกเว้นประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งชมชอบเป็นอย่างยิ่ง

นักสิทธิมนุษยชนยืนยันว่า การเก็บฐานข้อมูลดีเอ็นเอไปแบบนี้ เป็นสิ่งที่ทางการจีนต้องการเพื่อใช้ระบุตัวไล่ล่าหาตัวผู้ที่ต่อต้านรัฐหรือไม่เห็นด้วยกับพรรคคอมมิวนิสต์

มิหนำซ้ำ การที่รัฐเองมีดีเอ็นเอของเราอยู่ในมือ แล้วหากวันหนึ่งเราต่อต้านรัฐล่ะ ทีนี้จะแน่ใจได้อย่างไรว่ารัฐจะไม่จัดฉากเอาดีเอ็นเอเราไปใส่ในเหตุฆาตกรรมหรือเหตุอะไรสักอย่าง เพื่อหาเหตุผลในการจับกุมตัวเราดำเนินคดี

นี่เป็นคำถามสำคัญที่ทางการจีนไม่ได้ตอบคำถามนักข่าวนิวยอร์ก ไทมส์และคงไม่มีคำตอบใดหลุดออกมาอย่างแน่นอน

ท่ามกลางความมั่นคง การบังคับใช้กฎหมายในจีนที่มุ่งเน้นการสอดส่องผู้คน ทั้งการใช้กล้องวงจรปิด การพยายามใช้ระบบจดจำใบหน้า ฐานข้อมูลทั้งในเน็ตและส่วนตัว การเก็บดีเอ็นเอ ถือเป็นวิธีการที่ยกระดับการควบคุมให้กระชับวงล้อมมากยิ่งขึ้น

คำถามที่อยากถามผู้อ่านก็คือ เราพร้อมจะแลกเรื่องส่วนตัวนี้ แล้วมอบมันให้กับรัฐหรือไม่ จะยอมให้ความมั่นคงเป็นใหญ่เหนือกว่าสิทธิเสรีภาพหรือไม่

จะยอมให้เขาเข้ามาดูรู้จักกับเรื่องส่วนตัวของเราได้หรือไม่ บางคนอาจแย้งว่า ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิดจะกลัวไปทำไม คำถามที่อยากย้อนถามมุมกลับก็คือ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ทางการเองจะไม่ทำผิดต่อประชาชนเสียเองล่ะ

แม้จะเป็นเรื่องของตำรวจเจ้าหน้าที่จีนกับประชาชนในประเทศ แต่หันมามองประเทศไทย มันก็ชวนให้ฉุกคิดได้เหมือนกัน ของแบบนี้ เห็นเรื่องราวโลกข้างนอก เอามาช่วยคิดวิเคราะห์กับในไทย ก็ถือเป็นสิ่งที่ประเทืองปัญญาไม่ใช่น้อยนะครับ

................................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 207