อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

ประชาชนจับมือรัฐ ร่วมพัฒนาเกษตรไทยให้ยั่งยืน

รัฐส่งเสริมเกษตรกรให้ทำเกษตรแปลงใหญ่ก็ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรดีขึ้น เพราะเกษตรกรมีแรงจูงใจที่ต้นทุนการผลิตลดลง พฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น.


ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบด้านภูมิอากาศและภูมิประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพ มีทรัพย์ในดินสินในน้ำมากมายและเป็นอู่ข้าวอู่น้ำแหล่งสำคัญในอุษาคเนย์สมกับที่เรียกขานว่าดินแดน “สุวรรณภูมิ” จึงเป็นที่จับตาหมายปองแสวงประโยชน์จากประเทศมหาอำนาจมาในทุกยุคทุกสมัย

แม้ว่าปัจจุบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยถูกทำลายจนเสื่อมโทรมมานานหลายทศวรรษ แต่ก็อยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขและพลิกฟื้นให้กลับมามีสภาพที่ดีขึ้นได้

ภาคเกษตรกรรมเป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศและหล่อเลี้ยงชีวิตของคนไทยให้มีความกินดีอยู่ดีมาตั้งแต่ในอดีตจวบจนปัจจุบัน หากรัฐบาลมีวิสัยทัศน์และเล็งเห็นความสำคัญของภาคเกษตรกรรมได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ซึ่งนับวันจะยิ่งทวีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการดำเนินชีวิตของมวลมนุษยชาติ

การผลิตสินค้าเกษตรมีความจำเป็นต่อปัจจัยสี่ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัยและยารักษาโรค หากมีการต่อยอดงานวิจัยและเพิ่มมูลค่าของสินค้าจะสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด รัฐบาลจึงต้องกำหนดยุทธศาสตร์ มีนโยบายและแผนงานในเชิงรุกอย่างชัดเจน ประเทศไทยจึงจะสามารถฝ่าฟันปัญหาเศรษฐกิจได้แม้จะต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 หรือภาวะวิกฤติอื่นๆที่อาจเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย

ในห้วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลพยายามใช้นโยบายกำหนดพื้นที่การเพาะปลูก (zoning) เพื่อให้การเพาะปลูกของเกษตรกรมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และแหล่งน้ำ แต่เกษตรกรก็ไม่ได้ให้ความสำคัญหรือเห็นความจำเป็นตามแนวทางของรัฐ เพราะเกษตรกรไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง มีความเคยชินกับการเพาะปลูกในลักษณะเดิมๆ แม้แต่การแนะนำให้ปลูกพืชต่างชนิดหมุนเวียนสลับกันไปเพื่อลดผลกระทบจากการทำลายผลผลิตของแมลงศัตรูพืชก็ไม่เป็นผล



อย่างไรก็ตามนโยบายของรัฐที่ส่งเสริมเกษตรกรให้ทำเกษตรแปลงใหญ่ก็ได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรมากขึ้น เพราะเกษตรกรมีแรงจูงใจที่ต้นทุนการผลิตลดลง ในขณะที่มีผลผลิตสูงขึ้น โดยรัฐใช้การตลาดนำการผลิตทำให้เกษตรกรมีอำนาจเจรจาต่อรองราคาสินค้าได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น

ทั้งนี้การทำเกษตรแปลงใหญ่คือการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิตและมีการบริหารจัดการร่วมกัน รวมถึงมีการจัดการด้านการตลาดเพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการแข่งขันซึ่งมีหน่วยงานภาครัฐและภาคีที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก

ในขณะเดียวกันวิสาหกิจชุมชนก็เป็นกลไกสำคัญที่รัฐผลักดันและสนับสนุนให้คนในชุมชนร่วมกันก่อตั้งเป็นสถาบันเกษตรกรเพื่อดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการผลิตสินค้าและการให้บริการ มีการดำเนินกิจการโดยคณะบุคคลที่สมาชิกเป็นผู้เลือก ซึ่งหน่วยงานของภาครัฐให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด

เพื่อให้เห็นภาพของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของประชาชนกับรัฐ ในการแก้ปัญหาและพัฒนาภาคเกษตรกรรมให้มีความก้าวหน้าอย่างเข้มแข็ง จึงขอนำวิสาหกิจชุมชนซึ่งก่อตั้งขึ้นที่หมู่บ้านหนองโพรง ต.มาบเหมียง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มาให้ได้รับรู้เพื่อจุดประกายความคิดและสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคมไทย

จุดเริ่มต้นเกิดจากการไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคของนายสงคราม ธรรมะ ซึ่งประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรตามบิดามารดา การปลูกมันสำปะหลัง มะม่วงแก้ว ฯลฯ มีรายได้ไม่คุ้มกับการลงทุน จึงได้หันมาปลูกมะม่วงฟ้าลั่น เขียวเสวยในพื้นที่ 10 ไร่ ตามคำแนะนำของเกษตรอำเภอ

ต่อมามีการขยายพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นและจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนโดยมีสมาชิกเข้าร่วม ปัจจุบันมีพื้นที่เเพาะปลูกมะม่วงเกษตรแปลงใหญ่รวม 1.600 ไร่ ตลาดส่งออกต่างประเทศ คือ เวียดนามและกัมพูชา นอกจากนี้ยังมีมะม่วงน้ำดอกไม้ซึ่งมีตลาดอยู่ในประเทศเป็นหลัก

การทำงานอย่างมีส่วนร่วมในเชิงบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ อ​าทิ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร ฯลฯ กระทรวงทรัพยา​กรธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อม​ ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงพาณิชย์​ ได้แก่ กรมการค้าภายใน และยังมีอีกหลายกระทรวงที่ร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานเพื่อยกระดับและพัฒนาภาคเกษตรกรรมให้มีความเจริญก้าวหน้าตามยุทธศาสตร์ของรัฐอย่างเป็นรูปธรรม
.............................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 208