อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

"คู่ชีวิต:แก้กม.ให้สมรสเท่าเทียม"กฎหมายเดียวแต่ต่างชื่อ

เรื่อง พ.ร.บ.คู่ชีวิตนี้ เอาจริงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะว่ามันมีความพยายามยกร่างมาเกือบ 10 ปีแล้ว ผลักดันโดยกลุ่มเอ็นจีโอ LGBT  จะเข้าสภาฯ ทีพอเปลี่ยนรัฐบาลก็ตกที พฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563 เวลา 12.00 น.


เมื่อวันพุธที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต พ.ศ... ซึ่งเป็นร่างที่ให้สิทธิในการจดทะเบียนคู่ชีวิตที่มีฐานะ “เกือบ” เท่าเทียมกับกฎหมายสมรส โดย ครม. เห็นชอบออกมา 2 ฉบับคือ พ.ร.บ.คู่ชีวิตร่างหนึ่ง และอีกร่างเป็น พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) พ.ศ...ที่มีเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจดทะเบียนคู่ชีวิตแล้วห้ามจดซ้อนตาม ปพพ.1448 อีก , เหตุแห่งการหย่า และการจ่ายค่าเลี้ยงดูจะจบลงหากมีการจดทะเบียนใหม่

ซึ่งก็เรียกว่า “ช้าอย่างไม่ควรช้า” ยังไม่ต้องมองถึงเรื่องมิติของการให้สิทธิช้าหรอก เอาแค่เรื่องว่า “มันช้าที่เดินตามฝ่ายค้าน” เพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เข้าชื่อ ส.ส.20 คนเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.... นำไปก่อนแล้ว ซึ่งเป็นกฎหมายที่จะแก้ไข ปพพ. ในหมวดของครอบครัวให้ครอบคลุมที่สุด ด้วยหลักการ “ใช้กฎหมายสมรสฉบับเดียว”

ร่างของนายธัญวัจน์เสร็จและเข้าเวบไซด์ของรัฐสภาเพื่อรับฟังความเห็นแล้ว มีคนไปแสดงความเห็นล้นหลามจนเป็นข่าวดังว่า มาถึง 50,000 กว่ารายชื่อ ซึ่งในทางจิตวิทยา สายสิทธิ์กลุ่มหลากหลายทางเพศเขาออกมาในเชิงเชียร์ร่างของนายธัญวัจน์เสียมากกว่า เพราะเท่ากับว่า “ไม่มีการแบ่งการสมรสเป็นสองกล่องระหว่างชายหญิงกับกลุ่มหลากหลายทางเพศ” มันเป็นความหมายเชิงสัญลักษณ์ของความเท่าเทียมที่ดูดีกว่า ว่า ทำไมกับ LGBT ต้องใช้คู่ชีวิตไม่ใช้คำว่าคู่สมรส



แต่มาพิจารณาในตัวกฎหมาย ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรมเพิ่งเผยแพร่ร่างเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ในเวบไซด์ของกรม เอาจริงก็แทบจะไม่ต่างกัน เทียบดูร่างของพรรคก้าวไกล คือร่างที่ให้ไล่แก้ ปพพ.ที่เกี่ยวกับครอบครัว สิทธิคู่สมรส รายมาตรา ซึ่งความเห็นนักกฎหมายบางรายบอกว่า “มันจะยุ่งยาก” เพราะการแก้ ปพพ. รายมาตรามีโอกาสที่สภาฯจะพิจารณานานกว่า และต้องไปแก้ตำราเรียน ปพพ.ใหม่หมด

ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต มัน “รวบตึง” อยู่ในมาตรา 15 ที่ระบุว่า “นอกจากที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะในหมวดนี้แล้ว ให้นำบทบัญญัติแห่ง ปพพ.ว่าด้วยครอบครัวมาใช้บังคับแก่คู่ชีวิตโดยอนุโลม” ก็คือ บรรพ 5 เรื่องการหมั้น เรื่องการสมรส เรื่องสิทธิในการจัดการทรัพย์สินร่วม การรับบุตรบุญธรรม การหย่า อะไรเหล่านี้ก็ใช้ล้อกับ ปพพ.เดิมได้ เกิดมีข้อพิพาทก็ส่งศาลเด็กเยาวชนและครอบครัววินิจฉัย ถ้าจะออกกฎหมาย คู่ชีวิตจะดูรับหลักการง่ายกว่า

ในส่วนที่ยังขาดอยู่คือสิทธิรับสวัสดิการ ประกันสังคม บำเหน็จบำนาญของคู่ชีวิตนั้น ยังไม่สามารถรวมในร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตได้ เพราะมันเป็นกฎหมายการเงินรัฐ ซึ่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ได้ท้วงติงในที่ประชุม ครม.ให้กระทรวงการคลังไปพิจารณายกร่างกฎหมายต่างหากให้ได้สิทธิ์เท่าคู่สมรสต่างเพศมากที่สุด และที่ยังขาดคือคู่ชีวิตอุ้มบุญไม่ได้ เพราะกฎหมายระบุการอุ้มบุญต้องใช้เชื้อจากคู่สมรสถูกกฎหมายเท่านั้น ป้องกันการค้ามนุษย์

เรื่อง พ.ร.บ.คู่ชีวิตนี้ เอาจริงไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะว่ามันมีความพยายามยกร่างมาเกือบ 10 ปีแล้ว ผลักดันโดยกลุ่มเอ็นจีโอ LGBT จะเข้าสภาฯ ทีพอเปลี่ยนรัฐบาลก็ตกที แล้วก็ร่างกันใหม่ให้ครอบคลุมตามข้อเสนอคณะทำงานให้ได้มากที่สุด จนกระทั่งร่างที่ออกมาล่าสุดคือร่างที่ 6 แต่เมื่อกฎหมายออกมาวันแรกๆ สื่อบางสำนักยังไม่เข้าใจที่ไปเอาสิทธิตามร่างเก่าที่มันยังไม่ครอบคลุมมาทำอินโฟกราฟฟิคเทียบ ทำให้คู่ชีวิตดูเหมือนไม่เท่าเทียม

และกระบวนการออกกฎหมาย ไม่ใช่แค่ใช้ฝ่ายบริหาร , นิติบัญญัติเท่านั้น แต่ยังใช้อำนาจตุลาการเข้าช่วย มีความพยายามที่จะร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ปพพ.1448 ที่กำหนดให้ “ชายและหญิง” สมรสกัน เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 27 เพราะไม่ครอบคลุมกลุ่มหลากหลายทางเพศ ขอให้เปลี่ยนเป็นคำว่า “บุคคล” ซึ่งปีนี้ก็เพิ่งยื่นไปอีกรอบ ยังไม่รู้ศาลรัฐธรรมนูญเอาอย่างไร แต่การยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นการใช้โมเดลไต้หวัน

ไต้หวันนั้นยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความเรื่องสิทธิสมรสคู่รักเพศเดียวกัน ในที่สุดศาลเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญ ก็ประกาศชัยชนะกัน ติดแฮชแทก lovewins กันทั่วหน้า แต่พอแก้กฎหมาย ทำประชามติ สายอนุรักษ์นิยมกลับโหวตคว่ำไม่ยอมรับการแก้กฎหมาย ทำให้ไต้หวันก็ต้องออกกฎหมายสมรสเพศเดียวกันมาอีกฉบับ ซึ่งสิทธิก็ไม่ได้ครอบคลุม เช่น รับบุตรบุญธรรมได้ต่อเมื่อเป็นลูกติดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่รับรองการสมรสของคู่สมรสจากประเทศที่ไม่มีกฎหมายนี้

ในขณะที่บางประเทศในยุโรป การจัดชั้นกฎหมายการใช้ชีวิตคู่ บางประเทศไม่ได้มีระดับเดียว เช่นถ้าต้องการแค่สิทธิการจัดการทรัพย์สินร่วม ก็จดในตัวกฎหมายที่น่าจะเรียกว่“สิทธิเฉพาะบางอย่างในการใช้ชีวิตคู่” หรือจะเรียกว่า civil partnership ก็ได้ แต่ถ้าต้องการสิทธิเท่าเทียมคู่สมรสจริงๆ ก็สามารถจดเป็น “สมรสเพศเดียวกัน” หรือ same sex marriage”ได้ ขณะที่ civil partnership มันครอบคลุมว่า ชายหญิงต้องการสิทธิเท่ากฎหมายนั้นก็จดกันได้



เมื่อออก พ.ร.บ.คู่ชีวิตมา ก็เห็นปัญหาของรัฐบาลไทยชัดๆ ข้อหนึ่ง คือการ “อ่อนการประชาสัมพันธ์” ในการที่จะออกมาอธิบายรายละเอียดให้ชัดเจนเสียแต่แรก โดยเฉพาะมาตรา 15 ที่เรียกว่า “พูดให้เคลียร์ก็ม้วนเดียวจบ” ว่าสิทธิอะไรมันแทบไม่ต่าง เดือน มิ.ย.เป็นเดือนไพรด์ หรือเดือนเฉลิมฉลองสิทธิและความมีตัวตนของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ เป็นวาระที่น่าจะหยิบมาพูดถึงเอาคะแนนเสียงก็ไม่หยิบมาพูด ให้เห็นว่ารัฐบาลแคร์เรื่องสิทธิมนุษยชนตรงนี้

และจริงๆ การปรับภาพให้รัฐบาลดูทันสมัย ฝั่งเศรษฐกิจก็ส่วนหนึ่ง แต่ฝั่งสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนสำคัญมากไม่แพ้กัน เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นอะไรที่ตื่นตัวกันทั่วโลก รัฐบาลอยากได้คะแนนนิยมต้องเป็นหัวหอกหรือผู้สนับสนุนแก้กฎหมายที่จำกัดสิทธิ และทำให้เร็ว ซึ่งพรรคก้าวไกลทำคะแนนตรงนี้ไปได้เยอะมากจากการออกมาเรียกร้องกฎหมายสิทธิ์ในการผลิตสุราจำหน่ายเองไม่ให้นายทุนผูกขาด หรือแก้กฎหมายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร

ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวว่าองค์กรทางศาสนาอิสลามออกมาค้าน ซึ่งเอาจริงไม่ว่าใครก็ไม่ควรตอบโต้อย่างรุนแรง ต้องอธิบายว่ากฎหมายมันจำเป็นต่อการใช้ชีวิตอย่างไร เช่นการจัดการทรัพย์สินที่ทำให้คู่ชีวิตได้ผลประโยชน์อัตโนมัติหากไม่ทำพินัยกรรม เราเรียกร้องให้เคารพอัตลักษณ์ที่แตกต่าง LGBT ก็คืออัตลักษณ์หนึ่ง กลุ่มความเชื่อด้านศาสนาก็คืออัตลักษณ์ เราเรียกร้องให้เขาเคารพสิทธิเรา เราก็ต้องเคารพสิทธิของเขาด้วย มันต้องมีการพูดคุยอย่างเป็นอารยะ

ง่ายๆ คือมันต้องมีกฎหมายให้สิทธิ์ ใครจำเป็นต้องใช้หรืออยากใช้ก็ใช้ แต่ถ้าใครที่ไม่อยากใช้ก็ไม่ต้องใช้ เท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ยังกลัวว่าคู่ชีวิตถ้ารับๆ ไปก่อนแล้วมันไม่เหมาะสมก็จะแก้กฎหมายยาก แต่ให้ลองมองอีกมุมหนึ่งว่า ถ้าใช้จริงแล้วมันถึงจะเห็นปัญหา และเมื่อเห็นปัญหาก็สามารถแก้ไขได้ ก็เช่นเดียวกับร่าง พ.ร.บ.แก้ไข ปพพ.นั่นแหละ ถ้าเห็นปัญหาในอนาคตต่อไปมันก็ต้องค่อยๆ แก้ เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน อะไรก็เกิดขึ้นได้

ถ้ากฎหมายออกมาก็คือพัฒนาการด้านสิทธิ เพราะเขาจดแต่งงานเพศเดียวกันได้ไปร่วม 30 ประเทศแล้ว.
..............................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”

ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    87%
  • ไม่เห็นด้วย
    13%