อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563

เบาะแสจาก 'หญิงสาว' กับสิ่งที่ตำรา 'ตำรวจ' ไม่ได้สอน

หญิงสาวยังคงมาแจ้งเบาะแสอยู่ร่ำไป รวม ๆ แล้ว 4-5 ครั้งได้ ว่าข้างบ้านนู่น บ้านตรงนี้ ในซอยหมู่บ้านเดียวกัน มีพฤติกรรมค้ายา แรก ๆ หมวดหนุ่มก็ไปสืบเอง หลัง ๆ ก็เห็นว่าชักไม่ใช่! พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 น.


พลันที่พบหน้า ร้อยตำรวจโท ร้อยเวรประจำวันที่โรงพักแห่งหนึ่งก็ปวดหัวขึ้นมาโดยไม่ทันที่จะต้องทราบเรื่องจากปากของผู้มาแจ้งข้อมูล ครับ! เธอไม่ได้มาแจ้งความ แต่มาแจ้งข้อมูล

“คุณตำรวจค่ะ ดิฉันสงสัยว่าในหมู่บ้านน่าจะค้ายานะคะ”

พลันที่หญิงสาววัย 40 ปีเปิดปาก ร้อยตำรวจโทหนุ่มก็พยายามคลายอาการปวดหัวแล้วตอบไปว่า “อีกแล้วเหรอครับ พี่”

เรื่องราวมันเริ่มขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน หญิงสาวหน้าตาสะสวยคนนี้เดินขึ้นโรงพักมาแจ้งความจริง ๆ เป็นครั้งแรกในชีวิต เนื่องจากทำบัตรประชาชนหาย ทางร้อยตำรวจโทหนุ่มผู้เข้าเวรชี้แจงว่าสมัยนี้ไม่ต้องทำแจ้งความแล้วไปทำบัตรใหม่ที่สำนักงานเขตได้เลย



“แต่ก็อยากลงแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้นิดนะคะ เผื่อเขตไม่ยอมให้ทำ”
“ไม่ต้องหรอกครับ ไปทำได้เลยครับ”
“จริงนะคะ”
“จริงครับคุณพี่”

“เอ่อ...คุณตำรวจคะ ดิฉันอยากแจ้งให้ตำรวจไปตรวจสอบข้างบ้านนิดนะ มีพฤติกรรมเหมือนจะค้ายา” หมวดหนุ่มขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินเรื่องราวนี้ เขาไม่อยากเป็นร้อยเวรทำคดีนานนัก อยากไปโลดโผนเป็นนักสืบโดยเร็ว เมื่อได้รับเรื่องราวต้องสงสัยจากประชาชน จึงนั่งฟัง

หญิงสาวได้เห็นข้างบ้าน ชอบขับรถเข้าออกตอนดึก ๆ ดื่น ๆ ชวนสงสัยว่าทำอาชีพอะไร โดยจะขับรถกระบะเข้ามาแล้วขนของลงยามวิกาล ทำหลายครั้งหลายเที่ยว จนเธอชักสงสัยตื่นมาสังเกตแล้วคิดว่าน่าจะต้องให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตรวจสอบหน่อย วันนี้ประจวบเหมาะทำบัตรประชาชนหาย จึงได้ฤกษ์มาแจ้งตำรวจ

ตำรวจหนุ่มยินดีไปตรวจสอบให้ เมื่อเลิกเวร เขาก็ไปนั่งในห้องสืบสวน เพื่อลองปฏิบัติงานนักสืบฝึกหัด เพราะผู้กำกับการไม่ยอมให้ย้ายมาทำหน้าที่นักสืบจริง ๆ สักที เนื่องจากร้อยเวรประจำโรงพักขาดแคลน แต่ความอยากเป็นนักสืบมันขับดันให้หมวดหนุ่มใช้เวลาออกเวร และไม่มีงานค้างคามากนัก มานั่งห้องสืบ คอยเรียนรู้การทำงาน

สารวัตรสืบสวนฟังเรื่องราวของร้อยเวรหนุ่มที่มอบข้อมูลมาให้ ว่าแล้วก็พาไปตรวจสอบ

จากนั้นพวกเขาก็พบว่า คนข้างบ้านหญิงสาววัย 40 กว่าปีนั้น ทำอาชีพขนผ้าที่ไปให้ชาวบ้านเย็บจากต่างจังหวัด เอาเข้ามาขายในตลาดนัดจตุจักรนี่เอง การต้องขับรถไปรับของเสียไกล ทำให้มาถึงบ้านยามกลางคืน ตอนตำรวจตรวจสอบ พวกเขาจึงได้ซื้อเสื้อจากบ้านหลังดังกล่าวมาด้วยเสียหลายตัว “ไม่ได้เรื่องนะ” สารวัตรสืบสวนเตือนสติหมวดหนุ่ม



เรื่องราวน่าจะจบไปแล้ว แต่หญิงสาวก็ยังมาแจ้งเบาะแสอยู่ร่ำไป รวม ๆ แล้ว 4-5 ครั้งได้ ว่าข้างบ้านนู่น บ้านตรงนี้ ในซอยหมู่บ้านเดียวกัน มีพฤติกรรมค้ายา แรก ๆ หมวดหนุ่มก็ไปสืบเอง หลัง ๆ ก็เห็นว่าชักไม่ใช่! เป็นคนทำมาหากินทั้งนั้น เลยเริ่มปวดหัวกับพฤติกรรมหญิงสาวรายนี้

“ผมว่ามันไม่น่าใช่นะครับ คุณพี่” หมวดหนุ่มพยายามอธิบายหลังพบเจอหญิงสาวรายนี้ขึ้นโรงพักมาร้องเรียนแจ้งเบาะแสอีกแล้ว

“อันนี้ดิฉันว่าใช่นะคะ ลองไปตรวจดูอีกครั้งหน่อย ขับรถเข้าออกเหมือนกัน แต่คนในบ้านเหมือนเด็กวัยรุ่น ไม่น่ามีเงินซื้อบ้านอยู่กันได้ คือขับรถเข้ามานิดเดียวแล้วก็รีบขับออกไป จากนั้นก็มีรถมาขนของในบ้านหลังนี้แล้วรีบขับออกไปเช่นกัน”

หมวดหนุ่มปวดหัว แต่ก็ยินยอมไปตรวจให้ โดยยืนยันกับตัวเองว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว จากนั้นจะขอย้ายตัวเองไปช่วยงานจราจร จะได้ไม่ต้องรับหน้าเธอคนนี้อีก แถมเส้นทางนักสืบชักตีบตัน เพราะสารวัตรสืบสวนเห็นการไปตรวจข้อมูลของหมวดหนุ่มแล้วก็ส่ายหน้า “ยังไม่จบอีกเหรอ”

วันนี้เขาไปซุ่มตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวคนเดียว ดูมาหลายชั่วโมง จดทุกอย่าง เช้ามาวันหยุดเดินเข้าห้องสืบสวน นักสืบทั้งสัญญาบัตรและประทวนมองหน้า ก่อนจะหัวเราะ หึหึ นี่ไปตรวจสอบข้อมูลตามเบาะแสหญิงสาวมาอีกใช่ไหม หมวดหนุ่มบอกขอดูคนครอบครองป้ายทะเบียนหน่อย ตรวจสอบต่าง ๆ นานา สารวัตรสืบสวนมาเห็น ก็ส่ายหน้า แต่เห็นหมวดหนุ่มหน้าโทรม แสดงว่าทำงานหนัก มีความตั้งใจดี เลยร่วมทำงานไปด้วย พวกเขาไปเก็บเบาะแสบ้านหลังนั้นอีกครั้ง

จากนั้นผ่านไป 14 วัน ก็ได้หมายจับแล้วควบคุมตัวคนร้ายที่ขนยาเสพติดในบ้านจำนวนหลายแสนเม็ด ผู้บังคับบัญชาชมเชย สารวัตรสืบสวนยิ้มแป้น เพราะรองผู้กำกับการสืบสวนลาพักร้อน เขาจึงได้ฤกษ์ย้ายหมวดหนุ่มมาเป็นนักสืบอย่างสมใจ พร้อมชมเชยตามลำดับบังคับบัญชา



ร้อยตำรวจโทหนุ่มไปหาหญิงสาววัย 40 กว่าปีถึงบ้าน พร้อมแจ้งขอบคุณกับเบาะแส “แจ้งไป 100 ถูกครั้งเดียว ถือว่าใช้ได้ไหมค่ะ” หญิงสาวหัวเราะ ทำเอาหมวดหนุ่มหัวเราะไปด้วย แล้วมองทุกอย่างภายในบ้าน “อยู่คนเดียวเหรอครับ”

“อยู่กับลูกค่ะ แต่ตอนนี้แกไปอยู่ต่างจังหวัดกับตายาย” หญิงสาวมองหนุ่มน้อยตรงหน้า แล้วพูดตรง ๆ ไปว่า “สามีดิฉันหย่าไปหลายปีแล้วค่ะ”

หมวดหนุ่มแม้จะชำนาญกฎหมายตามที่ได้เล่าเรียนมา แต่ในสนามชีวิตยังเยาว์นัก แม้กระทั่งสนามแห่งความรัก เขาก็ยังไม่ค่อยถนัดถนี่หรือมีประสบการณ์แรกแย้ม ทำเอายิ้มหน้าแดงออกมา
หญิงสาวจับอาการออกตามประสาผู้ผ่านประสบการณ์ในชีวิตมาดีพอ จึงออกปากชวนว่า “กินข้าวกันนิดไหมค่ะ ให้ดิฉันได้เลี้ยงน้อง เป็นการขอโทษที่แจ้งเบาะแสพลาดมาหลายครั้ง และฉลองที่เบาะแสครั้งนี้ทำให้เธอได้ความดีความชอบเป็นนักสืบสมใจ”

เปลี่ยนสรรพนามบุคคลอย่างว่องไว นักสืบหนุ่มยิ่งหน้าแดงมากกว่าเดิม แล้วจึงตอบตกลงด้วยความเต็มใจ หัวใจเต้นแรง ความรู้สึกวูบวาบ อาการแบบนี้มันคืออะไร ตำรากฎหมายและสิ่งที่ได้เรียนรู้เพื่อมาเป็นตำรวจไม่ได้บอกไว้ด้วยสิ...
................................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 144