อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 กันยายน 2563

ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย วันที่ 19 กรกฎาคม 2563

Victoria Premier Daniel Andrews ประกาศมีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 เพิ่มขึ้น 3 ราย จำนวนผู้ตืดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ ลดลงเหลือ 217 ราย ภายใน 24 ช.ม นับตั้งแต่เมื่อวาน (17 กรกฎาคม 2563 เวลา 21.00 น.) หลังจากเมื่อวันศุกร์ยอดพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2563 เวลา 06.30 น.


@@@@ จำนวนผู้ตืดเชื้อ COVID-19 รายใหม่ ลดลงเหลือ 217 ราย ภายใน 24 ช.ม นับตั้งแต่เมื่อวาน (17 กรกฎาคม 2563 เวลา 21.00 น.) หลังจากเมื่อวันศุกร์ยอดพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์จนน่าใจหาย 428 ราย เพียงชั่วข้ามคืน Premier Daniel Andrews ประกาศมีผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 2 ราย ในเช้าวันเสาร์โดยมีผู้หญิงอายุ 80 ปีและชายอายุ 80 ปีทั้งสองเสียชีวิตในโรงพยาบาล ในช่วงบ่าย Department of Health and Human Service แจ้งว่ามีผู้หญิงอายุ 90 ปีเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ในโรงพยาบาล ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสในรัฐวิคตอเรีย ยอดเพิ่มเป็น 35 คน โดยมียอดผู้ป่วยทั้งหมดในรัฐจำนวน 5353 ราย ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อไวรัสในโรงพยาบาล 110 คนโดยมีผู้ป่วยหนัก 25 คน ................. ในขณะที่ NSW Premier Gladys Berejiklian ออกมาประกาศเตือนเกี่ยวกับการระบาดของกลุ่มติดเชื้อ coronavirus ที่โรงแรม Crossroads ใน Casula ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ จำนวน 42 คน ว่าจะมีการประกาศข้อจำกัดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้านอาหารร้านกาแฟและบาร์ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์หน้า 24 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป การจองจะถูกจำกัดไว้ที่ 10 คนแทนที่จะเป็น 20 ที่อนุญาตไว้ก่อนหน้านี้ เราต้องการให้ผู้ชับริการทุกคนลงชื่อ ก่อนมี่จะเข้าไปนั่ง จะไม่มีการเต้นรำ ไม่ร้องเพลง ไม่มั่วสุม มีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 300 คนหรือหนึ่งคนต่อสี่ตารางเมตร ผับจะต้องลงทะเบียนแผนการรักษาความปลอดภัย COVID กับรัฐบาล NSW โดยเฉพาะด้านสุขอนามัยเพื่อให้เราตรวจเช็ค การรักษาระยะห่างทางสังคม การทำความสะอาด และสุขอนามัยในสถานที่ NSW Health ประกาศว่า ธุรกิจใดก็ตามที่พบว่ามีการฝ่าฝืนคำสั่งด้านสาธารณสุขอาจถูกลงโทษสูงถึง $ 55,000 และอาจต้องเสียค่าปรับเพิ่มอีก $ 27,500 ในแต่ละวันที่มีการกระทำผิดกฎหมาย ................. ในจำนวน ผู้ติดเชื้อ 42 รายนั้น มี 27 รายที่ไม่ได้ไปใช้บริการอะไรเลยที่ โรงแรม Crossroads แต่เป็นการติดเชื้อจากการติดต่อจากคนที่เคยไป และขณะนี้มีมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ล่าสุด 5 ราย ที่ถูกรายงานว่ามาใช้เวลาในห้างสรรพสินค้า Stockland ที่ Wetherill Park ในขณะที่ติดเชื้อ และมีการยืนยันว่า เกิดขึ้นที่ร้านอาหารไทยร็อคในห้างแห่งนี้ พนักงานวัย 30 ปี ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ COVID-19 แล้ว ขอให้คนที่เคยไปใช้บริการในวันที่ 9, 10, 11, 12 และ 14 กรกฎาคม 2563 ให้ไปตรวจเช็คและให้ระมัดระวังจับตาดูอาการของตนเอง อย่างไรก็ตาม AHPPC (Australian Health Protection Principal Committee) อ้างว่า ผู้ติดเชื้อ coronavirus ใน NSW ระลอกสองนี้ ติดเชื้อได้เร็วภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับเชื้อเร็วกว่าระยะฟักตัวปกติ โดยปกติผู้ติดเชื้อมักจะเริ่มแสดงอาการภายในห้าถึงเจ็ดวันของการจับไวรัสและเชื้อไวรัสต้องใช้เวลาฟักตัวถึงสองวันก่อนหน้านั้น Professo Michael Kidd รองหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ ยืนยันว่า ไม่น่าจะเป็นการวิวัฒนาการของเชื้อไวรัส หรือ เป็นเชื้อไวรัสตัวใหม่แต่อย่างใด เขาคิดว่าเป็นการตอบสนองในระบบร่างกายในคนแต่ละคนมากกว่า ................ นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2563 ว่าเขาได้รับคำแนะนำจาก Chief Medical Officer Paul Kelly รักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ เกี่ยวกับความเสี่ยงในการเปิดรัฐสภาเนื่องจาก การแพร่เชื้อ COVID-19 ในชุมชนเพิ่มขึ้นในรัฐวิคตอเรีย และการระบาดใหม่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ รัฐบาลไม่สามารถเพิกเฉยกับความเสี่ยงในการมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเดินทางมายังรัฐแคนเบอร์รา เพื่อการประชุมสภาไม่เพียงสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น แต่ยังมีพนักงานทุกคนที่ทำงานในรัฐสภาอีกด้วยจึงขอหยุดการประชุมในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า เมื่อต้นสัปดาห์ นายมอร์ริสันได้รับการโจมตีจากสื่อว่า เป็นการแสดลงตัวอย่างที่ไม่ดีของผู้นำประเทศ หลังจากที่มีรูปภาพของเขาเพลิดเพลินไปกับเกมส์ NRL เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ไม่สวมหน้ากาก ไม่ได้ระมัดระวังเรื่อง Social distancing และดื่มเบียร์ในขณะสนุกับเกมส์ เมื่อเขาไปเชียร์ทีม Cronulla Sharks ที่เขาเป็นแฟนคลับ ต่อสู้กับ ทีมดัง Penrith Panthers ใน NRL game ที่ Kogarah Oval ในขณะที่ชาวเมืองเมลเบิร์นถูกบังคับให้อยู่บ้านเมื่อถูก lockdown อีกครั้งหนึ่ง ................... รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย สถานะวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น ภายใน 24 ชั่วโมง ในรัฐวิกตอเรีย 217 ราย รัฐนิวเซาท์เวลส์ 15 ราย และ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 1 ราย สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย ได้ทำการ test เชื้อไวรัสทั่วประเทศไปแล้ว จำนวนกว่า 3,413,831 ราย มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 (confirmed case) รวม 11,441 ราย มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 233 ราย ตั้งแต่เวลา 21.00 น. ของเมื่อวานนี้ (แหล่งข้อมูล กระทรวงสาธารณสุขออสเตรเลีย เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 18 กรกฎาคม) ในจำนวนดังกล่าวมีผู้เสียชีวิต 118 ราย รักษาหายแล้ว 8,161 ราย

@@@@ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา และสถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ รับทราบความประสงค์ของคนไทยในรัฐวิกตอเรียที่ต้องการเดินทางกลับประเทศไทย แต่โดยที่ขณะนี้ รัฐวิกตอเรียประสบกับการระบาดของโรคโควิด -19 ระลอกใหม่และได้ประกาศระงับการลงจอดของเครื่องบินโดยสารระหว่างประเทศที่นครเมลเบิร์น ไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2563 ดังนั้น ทุกฝ่ายจึงต้องติดตามข้อมูลและพัฒนาการในเรื่องนี้จากทางการออสเตรเลียอย่างใกล้ชิดต่อไป อย่างไรก็ดี สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ จะแจ้งเที่ยวบินพาณิชย์พิเศษเพื่อนำคนไทยกลับประเทศไทย หากได้รับอนุญาตจากทางการออสเตรเลียให้ทราบในโอกาสแรก โดยคำนึงถึงแนวทาง การจัดการเคลื่อนย้ายคนไทยในต่างประเทศกลับประเทศไทยภายใต้การบริหารจัดการและกำกับของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 รวมทั้งมาตรการและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานต่างๆ ทั้งในไทยและออสเตรเลีย สถานเอกอัครราชทูตฯ พร้อมที่จะแนะนำ/ให้ความช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยในขณะนี้ ขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่และทางการท้องถิ่นในการปฏิบัติตามมาตรการทางสังคมและสาธารณสุข ตลอดจนมาตรการจำกัดการเดินทางอย่างเคร่งครัดด้วย

@@@@ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราพร้อมด้วยหัวหน้าสำนักงานและผู้แทนทีมประเทศไทยประกอบด้วย สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนไทยในประเทศออสเตรเลีย และสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ได้เดินทางไปนมัสการเจ้าอาวาสวัดป่าสุญญตาราม เมืองบันดานูน รัฐนิวเซาท์เวลส์และเยี่ยมชมสภาพการฟื้นฟูพื้นที่ของวัดฯ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าเมื่อต้นปี 2563 อนึ่ง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วัดป่าสุญญตาราม เมืองบันนานูน ร่วมกับองค์การอนามัยชุมชนได้ยุติการจัดงานบุญและกิจกรรมทางศาสนาของวัดฯ เป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะคลี่คลายลง


นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา พร้อมคณะได้เดินทางไปนมัสการเจ้าอาวาสวัดป่าสุญญตาราม เมืองบันดานูน รัฐนิวเซาท์เวลส์และเยี่ยมชมสภาพการฟื้นฟูพื้นที่ของวัดฯ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563

@@@@ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดชิงรางวัลวันดินโลก หรือ King Bhumibol World Soil Day Award ประจำปี 2563 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อถวายสดุดีพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงศึกษาค้นคว้าวิธีการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน อันนำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรและประชาชน และยังตอบสนองต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรดิน ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โปรดดาวน์โหลดและกรอกแบบฟอร์มการสมัครชิงรางวัลได้ที่เว็บไซต์ https://www.fao.org/world-soil-day/world-soil-day-award/en พร้อมส่งรายละเอียดกิจกรรม รูปถ่าย วีดีทัศน์ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทางอีเมล์ GSP-Secretariat @fao.org ภายในวันที่ 30 กันยายน 2563


เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมส่งผลงานเข้าประกวดชิงรางวัลวันดินโลก หรือ King Bhumibol World Soil Day Award ประจำปี 2563 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อถวายสดุดีพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ฯ

@@@@ ฉบับนี้ขอปิดท้ายด้วยเรื่องของครูมวยดังในนครเมลเบิร์น บอย คงศักดิ์ หมื่นสังข์ หรือ ชื่อบนสังเวียน ซุปเปอร์บอย ลูกเจ้าแม่สายวารีกับการดำเนินธุรกิจยิมส์ 8 Blade Warriors และวิกฤตการณ์การระบาดของ COVID-19 ซึ่งทวีความรุนแรงอีกครั้งในนครเมลเบิร์น โค้ชคงศักดิ์ เล่าว่า “กำลังมึนเหมือนโดนต่อยเลยครับ เจอหลายหมัดหนักๆ ปลายๆ ปี 2018 ผมได้ย้ายจากที่เก่าลาเวตัน (Laverton) มา ขยายกิจการมาในทำเลที่ดีกว่า และ กิจการดีขึ้นมากเพราะ อยู่ในศูนย์กลางที่มีคนเข้าออกมากมาย เลยทำให้เรามีลูกค้าเพิ่มขึ้นทุกๆวัน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและสวยงาม จนมาถึงสิ้นปี 2019 ตอนที่ COVID-19 เริ่มระบาดในประเทศจีนและแพร่กระจายไปทั่วโลก ทางออสเตรเลียประกาศ Lockdown ช่วงแรก ผมเลยต้องปิดกิจการไปชั่วคราวเพราะ ลูกค้าหายไปเยอะอีกทั้งกฏหมายบังคับในการเปิดยิมส์หลายอย่าง เราทำอะไรไม่ได้เลย ผมเลยตัดสินใจปิดยิมส์ไป 4 เดือน กว่าๆ ต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกและรับสอนมวยนอกสถานที่เพราะยังทำได้ตามกฏหมายของประเทศนี้ คนอื่นก็โดนกันหมด ไม่เป็นไร สู้ไปด้วยกัน รอเวลา ผ่านไปหลายเดือน โควิด 19 เริ่มทุเลาลง ในเดือนเมิถุนายน 2020 ผมเลยตัดสินใจกลับไปเปิดยิมส์ใหม่ร่วมกับน้องเมียซึ่งเป็นหุ้นส่วนกันมาตั้งแต่แรก ในโซนเดิมแต่เราต้องย้ายไปอยู่อีกห้องนึง ทำการปรับปรุงยิมส์ให้ได้มาตรฐานและดูแลทำความสะอาดตามที่รัฐบาลกำหนดไว้ พอกลับมาเปิดได้สัปดาห์แรกคนเต็มยิมส์ทุกวัน จนรู้สึกว่าเราจะกลับมาได้ดีกว่าเดิมหลายเท่าตัว แต่แล้วพอผ่านไป 3 สัปดาห์คนกำลังตื่นเต้นกับยิมส์ใหม่ เหมือนสวรรค์ล่ม! รัฐบาลมีประกาศให้ปิดยิมส์และทุกอย่างในรัฐนี้โดยยังไม่มีกำหนด ทุกวันนี้ก็ยังหวังว่าทุกอย่างจะกลับเป็นปกติได้เหมือนเดิมได้ในเร็ววัน” ................ บอย คงศักดิ์ หมื่นสังข์ เปิดกิจการยิมเป็นของตัวเองร่วมกับน้องของภรรยา มาเป็นเวลา 8 ปี แล้ว สอนออกกำลังกายและชกมวยไทย ตั้งแต่เด็ก 7 ขวบขึ้นไป เขาแต่งงานกับภรรยา โจซี่ (Josie) ครูสาวชาวออสเตรเลียน และมีลูกน่ารักด้วยกัน 3 คน แต่กว่าจะก้าวมายืนจุดนี้ได้ก็เอาเรื่องเหมือนกัน ชีวิตของเขาน่านำมาเป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องได้ศึกษา บอยเป็นคนบ้านมาบเนียน ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง พ่อกับแม่ยากจนมีอาชีพทำนาและสวน .............. บอยเล่าว่า “พ่อเป็นคนชอบมวยมาก เท่าที่ผมจำได้ ตอนผมอายุ 5 ปีกว่าๆ พ่อก็เริ่มเปิดค่ายมวยกับเพื่อน ตอนนั้นผมไม่ได้สนใจอะไร เพราะชอบเล่นขายของกับเด็กผู้หญิงมากกว่า แต่อยู่มาวันนึง เด็กนักมวยในค่ายของพ่อ เรียกผมว่าไอ้ตุ๊ด แล้วบอกว่าแน่จริงมาใส่นวมต่อยกัน ผมโกรธมากเลยไปต่อยกับเขาแต่โดนต่อยจนเลือดกำเดาไหล ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาผมเลยเริ่มซ้อมมวยเพื่อหวังจะเอาคืน แล้วบวกกับว่า พ่อให้เงินค่าขนมไปโรงเรียนเพิ่มอีกด้วย แต่จุดเริ่มต้นจากวันนั้น ทำให้ผมซึงไม่เคยคิดมาเลยว่า มวยไทยจะทำให้ผมได้ดีและมีทุกอย่างในวันนี้ ผมนั้นถือว่าเป็นมวยโง่ แต่อาศัยใจสู้และขยันซ้อม ผมจำได้ว่าตั้งแต่ผมเป็นเด็กเริ่มซ้อมมวย 6 เดือนแรก ไม่มีวันไหนที่ผมจะไม่มีเลือดและร้องไห้ ผมขึ้นชกมวยตอนอายุ 6 ขวบ และ 3 ครั้งแรกไม่เคยชนะใคร จนพ่ออับอายเพราะเป็นหัวหน้าค่าย ถึงกับบอกผมว่า ซื้อควายให้ตัวนึงเลิกมวยแล้วไปเลี้ยงควายดีกว่ามั้ย ผมเลยบอกว่า ผมขอชกอีกครั้งนึง ถ้าแพ้ผมขอไปเลี้ยงควาย ครั้งที่ 4 ผมขึ้นชกมวย หมด 5 ยก พี่เลี้ยงบอกว่าชนะชัวร์ แต่กรรมการให้เสมอ แต่ยังไงผมก็ได้ชกมวยต่อเพราะผมไม่ได้แพ้” เขาชกมวยมาเรื่อยๆ จนมีชื่อเสียงในจังหวัดและทั่วภาคใต้ พอเขาอายุได้ 13 ปี เขาก็ไม่มีคู่ต่อสู้ ต้องย้ายมาเรียนที่ กทม. (..ผดุงศิษย์พิทยา) และได้มาซ้อมมวยอยู่ค่าย น้าใหม่ เมืองคอน ซึ่งตอนนั้นมียอดมวยไทยเต็มค่าย เช่น เจริญทอง, โอเล่ห์, เจริญทรัพย์ และอีกมากมาย .............. เขาเล่าว่า “ตอนย้ายมาใหม่ๆ ผมคิดถึงบ้านมาก แอบร้องไห้ในห้องน้ำ เพราะไม่อยากให้ใครเห็น ผมอยากกลับบ้านแต่พ่อบอกว่าถ้าชกมวยค่าตัวไม่ถึงหมื่น ยังกลับบ้านไม่ได้ ผมจึงต้องกัดฟันตั้งใจซ้อมและขึ้นชกมวย ผมชกเวทีลุมพินีครั้งแรกชนะ และชนะติดต่อกัน 3 ครั้ง จนได้ค่าตัว 1 หมื่นถ้วน เลยได้กลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ ผมชกมวยจนเริ่มมีชื่อเสียงบางครั้งก็ต่อยระดับคู่เอกทั้งเวทีมวยลุมพินีและราชดำเนิน ตั้งแต่อายุ 15 ปี แต่ด้วยความที่อายุยังน้อยและวุฒิภาวะต่ำ รวมทั่งเป็นเด็กดื้อ พออายุได้ 17 ปี ผมก็ต้องเลิกมวยเพราะความเกเร แต่บังเอิญว่าตอนผมสอบโควต้านักกีฬาได้ ที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เลยตัดสินใจไปเรียนต่อ ผมเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกได้ไปชกมวยสากลสมัครเล่นและได้เหรียญทองกลับมา ทำให้ผมมีโอกาศไปชกมวยชิงแชมป์ประเทศไทยแต่ ก็พลาดแพ้ให้กับ วิจารณ์ พลถทธิ์ ในรอบตัดเชือก เลยหมดโอกาศติดทีมชาติ เลยหันไปเรียนต่อ พอเข้าปีสุดท้ายของการเรียนมหาวิทยาลัย ผมเริ่มไม่ค่อยได้เข้าเรียน เพราะทำงานร้านเกมส์ บวกกับติดเกมส์ ทำให้ผมเรียนไม่จบ” ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาชีวิตเขาก็ลุ่มๆ ดอนๆ บ้านไม่ได้กลับไม่เคยได้คุยกับพ่อเลยตั้งแต่เขาเลิกมวยมา เพราะพ่อโกรธที่เขาเกเร ทำให้เลิกมวยก่อนกำหนด ส่วนแม่ผมโทรมาร้องไห้บอกให้กลับบ้านเพราะเป็นห่วง เขาเป็นเด็กดื้อและหัวแข็ง เลยตัดสินใจทำงานในร้านเกมส์กับเพื่อน ไม่ติดต่อทางบ้านเลย 2 ปี จนวันหนึ่งแม่โทรมาบอกกับเขาว่าพ่อป่วยหนักอาจจะไม่รอด แต่อยากเจอหน้าเขาก่อนตาย เขารีบกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อ” ................ เขารำลึกความหลังว่า “เห็นพ่อมีแต่หนังห่อกระดูก ผมร้องไห้และคิดในใจว่าถ้าพ่อไม่จากผมไป ผมจะกลับมาอยู่ข้างๆพ่อ เหมือนพระเจ้าได้ยินคำอธิฐานของผม ผ่านไป 1 อาทิตย์ที่ผมมาเฝ้าพ่อ พ่อดีขึ้น จนเดินได้เป็นปกติและออกจากโรงพยาบาล ผมเลยตัดสินใจอยู่บ้านช่วยสอนมวยที่ค่ายพ่อ ตอนนั้นผมอายุย่าง 24 ปี และผ่อนผันทหารมาหลายปีแล้ว เลยตัดสินใจ เลือกจับ ใบดำใบแดง จับได้ใบแดง ต้องไปฝึกที่ปัตตานี ผมฝึกทหาร 3 เดือนเสร็จ รบกวนให้รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย (พล.. สมรถ คำสิงห์) ขอตัวไปประจำที่ กทม. พร้อมกับรับปากว่าจะไปช่วยซ้อมมวยให้ แสนชัย พี.เค. แสนชัยเป็นยอดมวยไทยแห่งยุค และชกมวยสากลสมัครเล่นให้กองทัพบก ผมเป็นทหารได้ปีกว่าๆ (กำหนด 2 ปี) ก็ขอตัวรุ่นพี่กลับไปอยู่บ้าน ผมกลับบ้านไปช่วยพ่อสอนนักมวยในค่าย แล้วบังเอิญ รุ่นน้องที่รู้จักพาฝรั่งมาซ้อมที่ค่ายมวย 2 อาทิตย์ เขาเห็นรูปผมสมัยเด็กเคยเป็นแชมป์ จังหวัด และ ภาคใต้ เลยชวนผมไปสอนมวยที่ ควีนแลนด์ ผมคิดอยู่ 1 คืน เลยโทรไปขอรุ่นพี่ (พล.. สมรถ คำสิงห์) ให้อนุญาตให้ผมไป เพราะตอนนั้นผมเหลืออีก 3 เดือน จะปลดทหาร พี่ใจดีอนุญาต แต่แม่ร้องไห้หนักมาก” ..................... และนั่นคือจุดเปลี่ยนของชีวิตเขา คงศักดิ์เข้าเหยียบแผ่นดินประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่ปี 2008 ในวันขึ้นเครื่องเขาได้พูดกับตัวเองไว้ว่าถ้าไม่ได้ดีจะไม่กลับบ้านให้พ่อแม่ต้องอับอายเหมือนครั้งที่เขาเรียนไม่จบ ภาษาและอาหารการกินเป็นปัญหาอย่างมากในอาทิตย์แรกๆทำให้เครียดมาก เริ่มต้นในระยะแรกเขาสอนเด็กเล็ก 3-4 คน และชกมวยหารายได้พิเศษไปด้วย พอเริ่มชกมวยก็มีฝรั่งรู้จักมากขึ้นเริ่มมีการสอน สัมมนาตามยิมต่างๆ อยู่ประมาณ 6 เดือน เจ้านายจึงขอให้เขาไปช่วยสอนที่ยิมของน้องชายในนครเมลเบิร์น ผมต้องย้ายมา ทำงานเยอะขึ้น และยังชกมวยหารายได้พิเศษเพราะรายได้จากการสอนได้ไม่มากนัก พอคนเริ่มรู้จัก ผมก็เริ่มมีสอนและสัมมนาตามยิมต่างๆ 3 เดือนต่อมาเขาได้รู้จักกับภรรยาเพราะเธอมาเรียนมวย คบกันได้หนึ่งปี เขาต้องกลับไทยเพราะวีซ่าหมด กลับไปอยู่ไทยได้ประมาณ 3 เดือนจึงกลับมาเมลเบิร์นใหม่ และตกลงแต่งงานกับแฟนสาว .............. เขาทบทวนว่า “ตั้งแต่ผมแต่งงานกับภรรยาคนนี้ทำให้ผมเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง เช่นว่า ผมทำงาน อาทิตย์ ละ $200 แล้วต้องทำงาน 6 วัน วันละ 8 ชม. นั้นมันไม่แฟร์ แล้วจะสามารถใช้ชีวิตดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างไร ผมเลยตัดสินใจ ไปหางานทำเพิ่มที่โรงงานชำแหละแกะ แล้วตอนเย็นกลับมาสอนมวยต่อ ผมทำงานตั้งแต่ตี 5 เลิก 3 ทุ่ม รายได้ผมได้เยอะขึ้นพอสมควร แต่พอทำได้สักพักร่างกายก็รับไม่ไหว เลยต้องขอลาออกจากการสอนมวย เพราะผมโดนเอาเปรียบมาตลอดด้วย ตอนนั้นเจ้านายโกรธผมมากถึงกับสบถว่า "หมาเลี้ยงไม่เชื่อง" ผมไม่ได้พูดอะไรมากมาย เพราะยังไงเขาก็เคยให้ผมทำงาน ให้ข้าวให้น้ำผม” เขาทำงานโรงงานได้ ประมาณ 8 เดือน เริ่มรู้สึกว่าอยากสอนมวยเพราะรักและเติมโตมากับมวยไทย เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแยกกันไม่ออกจึงปรึกษากับน้องภรรยาว่า อยากจะเปิดค่ายมวยต้องใช้เงินมากขนาดไหน Domenic น้องภรรยาบอกว่า เปิดเล็กไปก่อน ไม่ต้องใช้เงินมาก ตอนนั้นเขามีเงินอยู่ประมาณ $5,000 เลยตัดสินใจเปิดค่ายมวยขนาด 8×13 . มีแค่กระสอบ 4 ใบกับพื้นคอนกรีต ตอนกลางวันทำงานโรงงาน เลิกงาน มาสอนมวยต่อ ทำงานตั้งแต่ ตี 5 ถึง 2 ทุ่ม ................ เขาเล่าต่อว่า “ผมบอกตรงๆ ว่าเหนื่อยและท้อมาก เพราะเดือนแรกผมมีลูกศิษย์แค่ 2 คน ต้องเอาเงินจากการทำงานโรงงานมาจ่ายค่าเช่ายิม แต่เดือนที่สองก็เริ่มดีขึ้น และดีขึ้นเรื่อยๆ จนผมเริ่มมีเงินสร้างเวทีมวยเองได้ แล้วพอดีกับว่าผมได้งานใหม่ที่โรง Target ทำงานเบาลงและเงินดีขึ้นด้วย ผมเปิดยิมได้ 6 เดือน เริ่มมีนักมวยที่พร้อมขึ้นเวที เจ้านายเก่าผมไม่พอใจที่ผมเปิดค่ายมวย โทรบอกโปรโมเตอร์ทุกคนในเมลเบิร์นว่า ถ้าใครเอามวยผมขึ้นชกจะมีปัญหากับยิมเขาและเพื่อนๆของเขา เสนอมวยไปก็ไม่เคยได้ขึ้นเวที เป็นแบบนี้มา 3-4 เดือน ผมเครียดแต่ไม่ท้อ แล้ววันหนึ่งมีโปรโมเตอร์คนนึงชื่อ จอร์จ เขาโทรมาบอกว่า อยากให้โอกาสผม มวยผมถึงได้ขึ้นชก ผมเริ่มมีมวยชกและนักมวยผมเริ่มมีคนรู้จักทำให้โปรโมเตอร์คนอื่นอยากเอาไปชก และทำให้คนอยากมาเรียนมวยกับผมมากขึ้น ผมเปิดยิมส์ได้ 2 ปี ก็ต้องย้ายยิมให้ใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัวเพราะคนมาเรียนมากขึ้น จนถึงตอนนี้ เปิดยิมมาประมาณ 4 ปี มีลูกศิษย์พอสมควร นักมวยบางคนเป็นแชมป์ออสเตรเลียบ้าง เป็นแชมป์รัฐวิคตอเรียบ้าง” ....... เขากล่าวทิ้งท้ายว่า “ณ วันนี้ ชีวิตผมโอเคเลย แม้ไม่ได้สุขสบาย ผมแค่อยากจะบอกหลายๆคนว่า ผมไม่ใช่คนเก่ง ภาษาก็แย่ ตอนผมมาออสเตรเลียครั้งแรกมีเงินติดตัวมาแค่ $100 และกระเป๋าหนึ่งใบ แต่เป็นคนที่ไม่เคยยอมแพ้ ใช้ความพยายาม ทำอะไรด้วยความตั้งใจ ไม่ชอบเอาเปรียบใคร สิ่งที่ผมจำและบอกกับตัวเองเสมอว่า ถ้าเราไม่สู้จะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ถ้าเราทำดีและด้วยความบริสุทธิ์ใจ เราก็ไม่ต้องกลัวว่า สิ่งร้ายๆจะเข้ามาในชีวิต บางทีกลับมานั่งคิดว่า ถ้าวันนั้นผมเรียนจบมหาวิทยาลัย ชีวิตผมคงไม่ได้มาอยู่ที่นี่ และได้เปิดค่ายมวย สอนมวยทำในสิ่งที่ผมรัก ผมภูมิใจที่ได้เผยแพร่ศิลปะมวยไทย ทำให้คนออสเตรเลียได้รู้จัก คำว่า มวยไทย ไม่ใช่ Thai boxing ทุกวันนี้ผมเริ่มท้อบ้างเพราะเจ้าโควิดนี่แหละ แต่ยังไม่ถอย และยังไม่ได้คิดล้มเลิกที่จะเปิดยิมส์เผยแพร่มวยไทยในประเทศนี้ และหวังว่า โควิด 19 จะหาย ไป ไวๆ ทำให้ทุกอย่างในโลกกลับมาสู่ภาวะปกติ ส่วนพี่น้องคนไทยที่สนใจมาออกกำลังกายกับยิมส์ของเรา ติดต่อมาได้ใน เพจของยิมส์ในเฟชบุ๊คครับ 8 Blade Warriors Muay Thai หรือ เบอร์ส่วนตัวผม 0450494308
ขอบคุณมากครับ”


โค้ชบอย คงศักดิ์ หมื่นสังข์ ครูมวยดังในนครเมลเบิร์น หรือ ชื่อบนสังเวียน ซุปเปอร์บอย ลูกเจ้าแม่สายวารี กับการดำเนินธุรกิจยิมส์ 8 Blade Warriors Muay Thai ที่ Corner Grieves Parade และDoherty's Road เมลเบิร์น และวิกฤตการณ์การระบาดของ COVID-19


ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 65