อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

เชื่อในความสุขจากสองมือที่ทำ หวนรักถิ่นเกิดพลิกฟื้นผืนดิน

สามีภรรยาสำนึกรักบ้านเกิด ทิ้งเงินเดือน 6 หลัก กลับมาพลิกพื้นดินตามศาสตร์พระราชา ปลูกพืช 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ท่ามกลางเสียงดูถูก สุดท้ายทำสำเร็จ สร้างความสุขด้วยสองมือของตัวเอง อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2563 เวลา 08.00 น.


“ผู้คนออกเดินทางไปรอบโลก เพื่อตามหาสิ่งที่เขาต้องการ และกลับมาที่เดิม เพื่อพบว่าสิ่งที่เขาตามหาอยู่กับเขามาตลอด” ฉะนั้นแล้ว อย่าพยายามไขว่คว้าบางสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ควรหันกลับมามองดูรอบๆตัวเราเอง

เป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะสร้างธรรมชาติในพื้นที่ซึ่งเป็นที่ราบสูง และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยน้อยกว่า 1,000 มม. ต้องใช้เวลารอให้ธรรมชาติเติบโต หลังจากที่ลงมือทำด้วยใจที่ศรัทธาในพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ และแล้ว วันที่ 6 มี.ค.62 คือวันแรกที่เริ่มการขุดพื้นที่ ปลุกดินแดนให้ตื่นจากการหลับใหลในความแห้งแล้ง และไม่มีใครสนใจมานาน





“ชาล์ลีดัมม์ โปรเจ็ค” คือที่มาของการก่อร่างสร้างตัวของ 2 สามีภรรยา จากอดีตทั้งคู่เคยทำงานในออฟฟิศ มีรายได้รวมกันกว่า 120,000 บาท แต่ต้องหวนกลับมาพลิกแผ่นดินบ้านเกิด ณ บ้านห้วยหว้า หมู่ 3ต.ศรีบุญเรือง อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู บนพื้นที่ทำไร่นาสวนผสม 10 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่น้ำ 30% โคก 30% แปลงนา 30% ที่อยู่อาศัย 10% 

นายศิริชัย คิดสำราญ และนางสาวตติยา คิดสำราญ บอกว่า สมัยทำงานประจำอยู่ ได้ใช้เวลาเดินทางออกไปท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ เกือบทั้งประเทศ มีโอกาสได้พบเห็นโครงการหลวง ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ได้ทรงพระราชทานทำไว้เป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณด้วยพระบารมีแผ่ไพศาล พระราชทานให้จัดการเกี่ยวกับดินและน้ำมากมาย 





“เมื่อมีโอกาสได้พบเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกลทางภาคเหนือของไทย จึงตัดสินใจที่จะดำเนินการตามแนวทางของพระองค์ท่าน เมื่อกลางเดือน มกราคม 2562 ผมและเมียตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ขณะนั้นทำงานบริษัทเอกชนในตำแหน่งผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารระดับกลาง พวกเราทั้งสองได้รวบรวมเงินเก็บที่พอจะมีได้ นำมาปรับปรุงพื้นที่นา มันเป็นผืนนาที่แต่เดิมได้ปลูกข้าวอย่างเดียว หลังฤดูเก็บเกี่ยวก็ทิ้งพื้นที่ไม่ได้ทำอะไร เราทั้งสองได้ตั้งใจขุดสระน้ำและคลองรอบพื้นที่นา และต่อยอดด้วยแนวทางโคกหนองนา และการจัดการปลูกพืช 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง”

ทั้งคู่ใช้วิธีปรับให้เข้ากับแนวทางที่ชอบ เพราะชอบท่องเที่ยวภูเขาและป่าไม้ ดังนั้นจึงปรับมาใช้ในที่นานี้ หลังจากนั้นก็เริ่มขุดสระน้ำและคลองน้ำรอบที่นา รวมทั้งขุดบ่อเพื่อนำดินมาทำโคก หรือที่สูงเพื่อปลูกที่อยู่อาศัย เอาเงินเก็บที่มีว่าจ้างรถแบคโฮมาขุดต่อ และทุ่มเทให้กับที่นี่เพื่อหวังเพียงว่า จะได้สร้างความอุดมสมบูรณ์และความร่มรื่น และจะได้รับความสุขจากสิ่งที่ทำ ตามแบบที่พวกเขาชอบ เมื่องานเสร็จก็เริ่มมีหลายอย่างเกิดขึ้น





"ทั้งเสียงหัวเราะเย้ยหยันว่าเราทำอะไรบ้าบอ นำเงินมาทิ้งลงกับสิ่งนี้ทำไม บางคนก็บอกว่าบ้าไปแล้ว มาขุดทำลายที่นา แต่กลับไม่รู้สึกว่าต้องไปอธิบายอะไรเขาเหล่านั้น เพราะว่าสิ่งที่เราทำอยู่ เรามีเป้าหมายชัดเจนและแน่วแน่ ว่าทำเพราะอะไร แต่ก็มีบางท่านแวะเวียนมาให้กำลังใจเรา โดยเฉพาะกำลังใจที่ดีสุดคือกำลังใจจากคุณแม่และญาติๆ ของผม ทั้งลุงป้าน้าอา น้องๆหลานๆ ของผม"

เราทั้งสองนำเงินอีกส่วน มาจัดซื้อระบบน้ำและลงมือทำระบบเองด้วยตัวเองจนงานลุล่วง ซื้อต้นไม้มาปลูก ซึ่งคนก็ว่าผมบ้าเพราะผมปลูกไม้ป่า คนส่วนใหญ่เขาไม่ทำกัน แต่นี่คือตามแนวทางที่ผมเชื่อและชื่นชอบ นั่นเพราะต้นไม้นำความร่มเย็นมาให้พื้นที่ หลังจากที่เราทำงานของเราไปเรื่อยๆทุกวันจนเป็นรูปร่างขึ้น ก็เริ่มได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานต่างๆ เวลานี้ในไร่ของครอบครัวเรามีไม้ดอก ไม้ผล ไม้ป่า มีนาข้าวและสัตว์บกสัตว์น้ำไว้รอบบริเวณ ไม่ได้ซื้อ มีของกินของขายให้เพื่อนบ้าน เป็นความสุขเล็กๆที่เรามี





ตอนที่ลงมือทำ เราทำอย่างใจจริง ไม่เพียงรอคอย แต่ทำด้วยมือ สติปัญญา และทรัพย์สินเงินที่พอมี ทำด้วยความเพียร เมื่องานสำเร็จหรือเป็นรูปร่าง เมื่อนั้นโอกาสและการช่วยเหลือจะเกิดขึ้น พระองค์ท่านเคยสอนเรื่อง “ขาดทุน คือ กำไร” ซึ่งก็อาจคือการให้ไป...ยิ่งได้มา



อยากแนะว่าถ้าตั้งปณิธานจะทำอะไรแล้ว ต้องทำด้วยความสุขใจ สุขกาย แบบพอประมาณ พอดีกับสถานะ สิ่งที่ทำคือการทำเกษตรแบบผสมผสานกับงานวนเกษตร

นี่อาจจะเป็น คู่สามีภรรยาหนึ่งในต้นแบบที่ก้าวไปสู่ความหวังของชีวิตเดินตามแบบศาสตร์พระราชาอย่างแท้จริง

*********************
คอลัมน์ : นิยายชีวิต
โดย : คุณสลีป

เรื่องและภาพโดย : สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.หนองบัวลำภู

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    92%
  • ไม่เห็นด้วย
    8%

บอกต่อ : 213