อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

จอมโจรแห่งโลกออนไลน์

หนอนโรงพักขอไปข่าวต่างประเทศอีกสักตอน ช่วงนี้ดูเหมือนกฎหมายและความยุติธรรมในโลกภายนอกจะดูดีน่าเชื่อถือมากกว่าภายในอย่างน่าแปลกใ พุธที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 14.00 น.


เมื่อกลางเดือนก่อน ทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์อันโด่งดังถูกแฮกข้อมูล โดยเหล่าคนดังระดับโลก ทั้งอีลอน มัสก์ นักธุรกิจ เจฟ เบซอส เจ้าของอะเมซอน โจ ไบเดน ผู้ท้าชิงประธานาธิบดีของอเมริกา วอเรน บัฟเฟตต์ พ่อมดการเงินบิล เกตต์ เจ้าพ่อไมโครซอฟท์ หรือแม้กระทั่งคานเย เวสต์ นักร้องชื่อดังก็โดนแฮกกันหมด

โดยทวิตเตอร์ของบุคคลเหล่านี้จะขึ้นข้อความว่า หากใครโอนเงินบิทคอยน์มาให้ บุคคลมีชื่อเสียงเหล่านี้จะโอนเงินมากกว่าเดิมเป็น 2 เท่าคืน สำหรับบิทคอยน์นั้นเป็นสกุลเงินในดิจิทัล สามารถใช้ชำระสินค้าและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นลดลงตามกลไกของตลาดได้ด้วย ซึ่งมันก็เหมือนกับเงินธนบัตร เหรียญที่เราใช้กันวันนี้



ผลการหลอกก็คือมีคนโดนหลอกกันเป็นจำนวนมาก ทวิตเตอร์เร่งทำการแก้ไข กู้โปรไฟล์บัญชีทวิตเตอร์คนดังเหล่านี้คืน พร้อมกับการโดนสังคมทั้งโลกด่ากันยกใหญ่ ถึงมาตรการป้องกันข้อมูลส่วนตัวที่หละหลวมมาก ปล่อยให้แฮกเกอร์ลอบเข้าถึงข้อมูลและก่อการครั้งใหญ่นี้ได้

หลังเกิดเรื่อง แน่นอนว่านี่คือความผิดทางกฎหมายแล้ว นอกจากเจ้าหน้าที่รัฐจะทำการสืบสวนว่าแฮกเกอร์ที่ก่อเหตุนี้เป็นใคร ทางทวิตเตอร์ยังจ้างบริษัทดูแลความปลอดภัยในโลกออนไลน์มาสืบสวนพบว่า ทวิตเตอร์ไม่มีการป้องกันที่ดีพอ ไม่มีการส่งสัญญาณเตือนเวลาคนของตัวเองเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว ซึ่งบริษัทมีชื่อเสียงในเรื่องสื่อสังคมออนไลน์ จะทำกัน แต่ทวิตเตอร์ไม่มีระบบตรงนี้

จากการสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่า แฮกเกอร์รายนี้น่าจะเก่งเรื่องการแฮกมากกว่าการฟอกเงิน ดังนั้นเงินน่าจะตามคืนได้ไม่ยาก ไม่พอแฮกเกอร์รายนี้ยังไปคุยกับสำนักข่าวนิวยอร์ก ไทมส์โม้การกระทำของตัวเองอีกด้วย

แต่ขอเวลาอีกไม่นาน ช่วงต้นเดือนนี้ ตำรวจก็สามารถจับกุมแฮกเกอร์รายนี้ได้พร้อมเพื่อนร่วมขบวนการอีกประมาณอย่างน้อย 2 คนโดนจับด้วย (หมายความว่าอาจจะมีผู้ร่วมขบวนการมากกว่านี้)
สำหรับผู้ต้องหารายนี้อายุเพียง 17 ปีเท่านั้นครับ ชื่อของเขาคือเกรแฮม อีวาน คลาร์ก ซึ่งประวัติของเจ้าตัวนั้นไม่ธรรมดาเลย แต่เป็นความไม่ธรรมดาที่แย่หน่อย คือเขาเลือกเดินทางสายโจรออนไลน์ตั้งแต่ยังเด็กเลย



ตอนคลาร์ก อายุเพียง 10 ขวบ เขาก็เป็นคนดังในเกมส์ไมน์คราฟต์แล้ว โดยเกมส์นี้ผู้เล่นจะสร้างสิ่งต่าง ๆ จากบล็อกสี่เหลี่ยมในรูปแบบ 3 มิติ สามารถสร้างสรรค์อะไรได้มากมาย เป็นเกมส์ที่น่าเล่นมาก ๆ แต่หนอนโรงพักไม่ถนัดเท่าไหร่นัก แล้วมันจะมีตัวละครเข้าสู่โหมดต่าง ๆ เชื่อมโยงทั้งโลกเป็นชุมชนจินตกรรมผ่านเกมส์ขึ้นมา แล้วตัวคลาร์กนี่เขาก็เล่นเก่งมาก มีช่องทางยูทุบซึ่งมีคนติดตาม เพราะเขาเก่งในการเล่นในโหมดต่อสู้ แต่ดันคิดวิธีรวยทางเลว คือจะขายตัวละครเท่ ๆที่เขาสร้างขึ้นมา พอใครหลงเชื่อโอนเงินไป เขาก็จะชักดาบเงียบบล็อกหายไปเลย

ทีนี้เด็ก ๆ บางคนก็บอก ตอนนั้นยังเป็นวัยรุ่น ปริมาณเงินมันยังไม่เยอะ แต่คลาร์กผู้ซึ่งพ่อกับแม่แยกทางตั้งแต่เขาอายุเพียง 7 ขวบ และใช้เวลาส่วนมากเล่นเกมส์นี้ เพื่อหลบหนีปัญหาในครอบครัว และการขาดแคลนเพื่อนดันเห็นช่องทางรวยแบบโจร ๆ ขึ้นมา

ตัวคลาร์กนั้นก็เหมือนเด็กวัยรุ่นคนชอบเกมส์ที่หลงใหในเกมส์เป็นจำนวนมาก แต่เขาดันคิดวิธีไม่ถูกต้อง อ่านถึงตรงนี้อยากให้ผู้อ่านระลึกไว้เสมอว่า เกมส์ไม่เคยทำให้ใครเสียคน แต่คนต่างหากที่เสียคนเอง คนมันแย่เลือกเดินทางผิด นั่งเฉย ๆ มันก็หาช่องทางทำความเลวได้เสมอ หวังว่าจะไม่มีใครโทษเกมส์กันอีกแล้วนะครับ

กลับเข้าเรื่อง ทีนี้พอคลาร์กอายุมากขึ้น เขาก็ก้าวสู่แฮกเกอร์วายร้าย โดยการเริ่มแฮกมือถือราษฎรทั่ว ๆ ไป แล้วแบล็กเมล์เป็นค่าไถ่ข้อมูลส่วนตัว พร้อมให้จ่ายเงินค่าไถ่ด้วยบิทคอยน์ ทีนี้เขาก็สร้างรายได้จากการเดินสายโจรออนไลน์แบบนี้อย่างมั่งคั่ง

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ได้แกะรอยจับกุมเขาได้ แต่ไม่ได้ตั้งข้อหาอะไร นอกจากเอาเงินบิทคอยน์ที่เขาก่อเหตุไปคืนผู้เสียหาย สำหรับสาเหตุที่ไม่ตั้งข้อหาคลาร์ก เพราะว่าเขายังเป็นเยาวชนอยู่เลย พอโดนจับนั้น เพื่อน ๆ ก็คิดว่าคลาร์กจะเลิกเป็นมหาโจรออนไลน์แล้ว ซึ่งเขาก็พร้อมกลับตัวกลับใจเป็นพลเมืองตามกฎหมายที่มีอารยะเสียที

แต่เรื่องนี้เดาได้ง่ายครับว่าสุดท้ายเป็นอย่างไร ก็คลาร์กมาก่อเหตุแฮกทวิตเตอร์นี้เอง

 

สำหรับวิธีการนั้น คลาร์กให้การกับอัยการและเจ้าหน้าที่ในคำเบิกความว่า เขาได้ชักจูงพนักงานทวิตเตอร์ที่ทำงานในแผนกไอที ให้หาช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของบัญชีในทวิตเตอร์ นอกจากนี้เขายังได้ร่วมมือกับเพื่อนซึ่งทำธุรกิจขายชื่อบัญชีทวิตเตอร์เท่ ๆ ซึ่งจะมีคนสนใจซื้อ (เหมือนคนชอบซื้อป้ายทะเบียนรถสวย ๆ นะครับ) หลังจากทำการซื้อขาย ส่งมอบบัญชีกันแล้ว คลาร์กยังไปแฮกบัญชีเหล่านี้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เหมือนเฟซบุ๊กเรามีคนเป็นเจ้าของบัญชีเราอีกคน

การที่ทีมขุนโจรออนไลน์ต้องการเงินเป็นบิทคอยน์ เพราะตามได้ยากกว่าหลอกโอนเงินเข้าบัญชี ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลจากธนาคารได้ แต่สุดท้ายก็ไม่พ้นมือตำรวจครับ เขาโดนจับจนได้
ทั้งที่จริง ก่อนจะถูกจับกุม คลาร์กมีความเป็นอยู่ที่ดีเลย ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ในโลกออนไลน์เขาไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง เข้าขั้นเก่ง ซึ่งหากเลือกเส้นทางสายอื่น เขาน่าจะมีเงินเดือนชีวิตดีได้อย่างสบาย ๆ แต่การที่เขาเลือกเดินสายนี้ มันกลายเป็นความผิดระดับชาติ เจ้าหน้าที่ระดับรัฐบาลกลางลงมาสืบสวนจับกุมเรื่องนี้เอง ทำให้ความเป็นเยาวชนของคลาร์ก ไม่มีผล เขาจะถูกตั้งข้อหา 30 ข้อหา ในความผิดระดับเดียวกับผู้ใหญ่ นั่นทำให้เขามีโอกาสติดคุกยาว ๆ เลยทีเดียว

เพื่อน ๆ คนรู้จักคลาร์ก พอรู้เรื่องนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เขาไม่ค่อยแคร์ใครนอกจากตัวเอง” เกมเมอร์ชื่อดังรายหนึ่งซึ่งเคยร่วมงานกันในช่องยูทุบกล่าวไว้

ลึก ๆ แล้วไม่รู้ว่าทำไมตัวคลาร์กตัดสินใจเดินทางสายนี้ แต่ในเมื่อเลือกแล้ว กระทำผิดแล้ว สุดท้ายก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ตามกระบวนการยุติธรรมที่ไม่บิดพลิ้ว อันจะทำให้สังคมดำรงอยู่ได้อย่างปกติสุข
................................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 


ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 191