อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 22 กันยายน 2563

สทบ.หนุนกองทุนหมู่บ้านพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน สร้างรายได้

สทบ. กระตุ้นท่องเที่ยวชุมชนเป็นต้นแบบ สร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกองทุนด้วยกันเอง พุธที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 09.54 น.


นายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่กองทุนหมู่บ้านในไร่ ม.7 ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา พร้อมรับฟังรายงานผลการดำเนินงานโครงการและกิจกรรมการโดยท่องเที่ยวชุมชน จากประธานโครงการรีสอร์ตประชารัฐ ต.นาเตย ก่อนที่นายรักษ์พงษ์ จะได้พบปะสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ และมอบแนวทางการดำเนินโครงการเพิ่มรายได้ให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านด้วยการท่องเที่ยว โดยระบุนโยบาย “การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย หลังการแพร่ระบาดของ  COVID-19 รัฐบาลเน้นทุ่มเทการฟื้นฟูพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังจากมีคนไทยหลายล้านคน ย้ายกลับไปอยู่ในต่างจังหวัดช่วงที่ตกงานเพราะไวรัสโควิด จากนี้เครื่องมือทุกอย่าง นโยบายทุกด้าน จะมุ่งเน้นไปสู่ชุมชนอย่างเต็มที่ การท่องเที่ยวชุมชนโดยกองทุนหมู่บ้านเป็นหนึ่งในโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เพื่อสร้างรายได้ให้กับกองทุนหมู่บ้านและสมาชิก และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับกองทุนฯต่างๆ จากทั่วประเทศ ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาดูแลงานเพื่อกลับไปพัฒนาชุมชนของตนเอง”



ทั้งนี้ กองทุนหมู่บ้านในไร่ ตำบลนาเตย ถือว่ามีศักยภาพความพร้อมในการเป็นแหล่งท่องเที่ยว สามารถจัดโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชน วิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนที่มีประวัติยาวนานถึง 200 ปีได้อย่างดี  สามารถนั่งเรือล่องคลองบ่อดาน (ทะเลใน) ชมวิถีชีวิตสามารถเข้าไปศึกษากิจกรรมและถ่ายรูปได้ เช่น ชมกระชังการเลี้ยงปลาหลายชนิด เป็นปลาเศรษฐกิจที่คนในหมู่บ้านเลี้ยงไว้กินเองและขาย สามารถกางเต้นท์นอนริมทะเลพร้อมยังฃจัดกิจกรรมอีกมากมาย อาทิ ปิ้งย่าง ก่อไฟย่างปลา (มีอุปกรณ์ให้ครบ) อาหารทะเลสามารถซื้อได้จากชาวประมงในพื้นที่ ถ้าอยากตกปลาเองก็มีบริการออกเรือตกปลา ปลาที่ตกได้นำกลับมาประกอบอาหารได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม มีการสาธิตยิงปลา/แทงปลา โดยออกเรือไปกับชาวประมงในพื้นถิ่น คนที่มาเที่ยวจะได้เห็นและเรียนรู้การล่าปลาตามแบบฉบับดั้งเดิมของชาวประมงบ้านซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบัน ชมสาธิตการทำผ้าบาติกของชาวบ้านซึ่งเป็นผ้าบาติกแบบดั้งเดิมโดยใช้การเขียนด้วยเทียน มีการเขียนลวดลายอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะของหมู่บ้าน 



นายรักษ์พงษ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า  “อยากให้กองทุนหมู่บ้านอื่น หากมีศักยภาพและภูมิประเทศที่เหมาะกับการท่องเที่ยวก็สามารถลุกขึ้นมาทำท่องเที่ยวชุมชน โดยกองทุนหมู่บ้านฯ เพราะท่องเที่ยวถือเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างรายได้ให้กับชุมชนและคนในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งหากสามารถทำให้คนมาท่องเที่ยวได้เยอะ และสามารถขายสินค้าในพื้นที่ได้ด้วย ก็จะเกิดการจ้างงาน คนในหมู่บ้านเองก็ไม่ต้องออกไปทำงานข้างนอก สามารถทำงานในหมู่บ้านได้เลย ซึ่งกองทุนหมู่บ้านฯถือเป็นหน่วยงานเดียวที่สามารถทำได้ เพราะกองทุนหมู่บ้านฯไม่จำต้องรอให้ใครมาเที่ยว สมาชิกกองทุนหมู่บ้านจากจังหวัดอื่นๆ กว่า 7 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศ สามารถมาท่องเที่ยวกันเองได้เลย ซึ่งทาง สทบ.มีหน้าที่ในด้านนี้อยู่แล้วในการเป็นบริษัทจำกัด ประจำหมู่บ้าน โดยมีสมาชิกกองทุนเป็นผู้ถือหุ้น และปันผลไปถึงทุกคนในหมู่บ้าน หากหมู่บ้านมาทำธุรกิจท่องเที่ยวชุมชน ก็จะมีรายได้ โดย สทบ.จะเข้าไปช่วยในการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวให้ เงินก็จะไม่รั่วไหลไปไหน นอกจากนี้ยังอยากให้ทุกหมู่บ้านใช้สินค้ากันเอง ซึ่งเรากำลังรณรงค์ให้ใช้สินค้าของชาวบ้านด้วยกันเป็นหลัก”



ด้าน นายสุนันท์ โคบุตร ประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน ต.นาเตย ผู้บริหารรีสอร์ทประชารัฐ กล่าวว่า ธุรกิจท่องเที่ยวของกองทุนหมู่บ้าน ต.นาเตย สร้างปี 2560 รวมตัวกันจากกองทุนหมู่บ้าน เมื่อได้รับเงินสนับสนุนจาก สทบ. 8.7 ล้านบาท เพื่อสร้างเป็นห้องพักอาศัย 4 หลัง รวม 8 ห้อง ห้องซักรีด 1 หลัง อาคารห้องประชุมและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว 1 หลัง เรือแคนู 10 ลำ เสื้อชูชีพ 30 ตัว และวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ ที่จำเป็น บริการห้องพัก 1,000 ต่อคืน ล่องเรือแคนนูน 200 บาท/ 2 ชม. อาหาร 300-350 บาท/หัว  บริการท่องเที่ยวชุมชน 700 บาท/เที่ยว สนใจติดต่อ โทร 087-883-1379

นอกจากนี้  นายรักษ์พงษ์ ยังได้นำคณะลงพื้นที่ กองทุนหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 บ้านนากลาง ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา  พบปะสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน และมอบแนวทางการดำเนินงานโครงการการเพิ่มรายได้ ด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชน และเปิดอาคารศูนย์ประสานงานท่องเที่ยววิถีชุมชน เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านตำบลโคกกลอย พร้อมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน โดยประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านระดับอำเภอในจังหวัดอำนาจเจริญ ได้นำข้าวสาร จำนวน 9,500 กิโลกรัม และจังหวัดนครนายก นำข้าวสาร 250 กิโลกรัม มาแลกเปลี่ยนอาหารทะเลแปรรูป และผลิตภัณฑ์จากสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน 11 จังหวัดของภาคใต้ และเยี่ยมชมโครงการท่องเที่ยวชุมชนตำบลโคกกลอย และโครงการนากลางสมาร์ทฟาร์ม ซึ่งเป็นต้นแบบในการจำหน่ายและแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยมีการทำโรงเรือนระบบปิดปลูกเมล่อน พืชผักสลัด มะเขือเทศ และจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจำหน่ายในร้านค้าของกองทุนหมู่บ้าน เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้แก่สมาชิกกองทุน และเป็นแหล่งท่องเที่ยว ศึกษาดูงานให้แก่ผู้ที่สนใจด้วย



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 9