อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

"ฝาหม้อน้ำ"อันเล็กๆ แต่หลายคนมองข้าม

“ฝาหม้อน้ำ” ชิ้นส่วนเล็กๆ ควบคุมแรงดันในหม้อน้ำ ช่วยรักษาระบบหล่อเย็นของรถยนต์ได้มหาศาล แต่หากชำรุดเสียหาย อาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมาภายหลัง! ศุกร์ที่ 4 กันยายน 2563 เวลา 08.00 น.


เคยสงสัยกันไหมว่า อยู่ดีๆทำไมน้ำในหม้อน้ำหายไป เริ่มจากทีละเล็กทีละน้อย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งใช้งานรถเป็นเวลานานๆ น้ำยิ่งหายมากขึ้น จนนำมาสู่ปัญหาความร้อนขึ้นสูงในที่สุด! แต่เมื่อหารอยรั่วเท่าไหร่หายไม่เจอ คิดว่าฝาสูบโก่งหรือประเก็นฝาสูบแตก โดยลืมไปว่า “ฝาหม้อน้ำ” ชิ้นเล็กๆแต่มีความสำคัญใหญ่หลวงไปซะได้

อันที่จริงแล้ว “ฝาหม้อน้ำ” (Radiator Cap) มีหน้าที่ ควบคุมแรงดันภายในหม้อน้ำให้คงที่ด้วยวาล์วที่ประกอบด้วยสปริงแรงดันและแผ่นยางทนความร้อนสูง โดยสปริงจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชุด ประกอบตัวใหญ่ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าอยู่ภายนอกมีหน้าที่ควบคุมแรงดัน และเมื่อแรงดันภายในหม้อน้ำสูงขึ้นจนชนะแรงสปริงที่ระบุไว้บนฝาหม้อน้ำอาทิ 0.9 หรือ 1.1 บาร์ น้ำก็จะถูกดันออกไปไปยังหม้อพักน้ำ (คงหายสงสัยว่าสาเหตุใดผู้ผลิตรถยนต์ถึงไม่กำหนดให้เติมน้ำในหม้อพักจนเต็มก็เพื่อรองรับน้ำที่ถูกดันจากหม้อน้ำ) และเมื่อน้ำในระบบเย็นลง แรงดันในหม้อน้ำลดลง สปริงตัวเล็กที่อยู่ในแกนกลางฝาหม้อน้ำจะทำหน้าที่เป็นวาล์วสุญญากาศ ดูดน้ำจากหม้อกลับไปยังหม้อน้ำดังเดิม

คราวนี้ลองคิดดูว่าถ้าฝาหม้อน้ำเกิดการชำรุดเสียหาย ไม่ว่าจะในกรณีที่มองเห็นด้วยตาเปล่า อาทิ ยางทนความร้อนหมดอายุ แข็ง ฉีกขาด หรือมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าคือสปริงแรงดันเสื่อมคุณภาพ ก็จะส่งผลให้การควบคุมแรงดันผิดปกติไปทำให้น้ำในระบบหล่อเย็นหายไป จนอาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมาภายหลัง ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน เราจึงควรตรวจสอบสภาพ “ฝาหม้อน้ำ” อยู่เสมอ หากพบชำรุดเสียหายให้รีบเปลี่ยนใหม่ทันที



การเลือกซื้อฝาหม้อน้ำ
-เลือกซื้อฝาหม้อน้ำที่ได้คุณภาพมาตรฐานจากศูนย์บริการก็ได้(ราคาไม่แพงอย่างที่คิด)
-อย่าเสี่ยงกับการใช้ฝาหม้อน้ำเทียมเพราะอาจจะได้ไม่คุ้มเสีย
- ควรเลือกซื้อฝาหม้อน้ำ ที่มีค่าแรงดันเท่ากับฝาหม้อน้ำเดิมที่โดยบนฝาหม้อน้ำจะมีตังเลขระบุไว้ อาทิ 0.9 บาร์ 1.1 บาร์

เทคนิคควรรู้
-ควรเติมน้ำยาหล่อเย็นที่ได้คุณภาพและเปลี่ยนถ่ายปีละครั้งเพื่อป้องกันการเกิดตระกรันอันจะนำมาสู่ความเสียหายของยางทนความร้อนและสปริงแรงดัน
-ตรวจสอบชุดสปริงวาล์ว สุญญากาศ ด้วยการเปิดฝาหม้อน้ำออกมาในขณะเครื่องเย็นแล้วลองใช้มือดึงแกนกลางด้านล่างซึ่งประกบติดกับแผ่นยางทนความร้อนถ้าแข็งหรือดึงไม่ออกแสดงว่าสปริงวาล์ว สุญญากาศ กลับบ้านเก่าแล้วต้องเปลี่ยน “ฝาหม้อน้ำ” ใหม่สถานเดียว
-ควรเปลี่ยนฝาปิดหม้อน้ำทุกๆ 8 หมื่นกิโลเมตร เพราะยางทนความร้อนและสปริงแรงดันเริ่มเสื่อมสภาพ...
................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 215