อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

เช็กลิสต์ปวดแบบไหนทำเสี่ยง "ข้อเข่าเสื่อม"!

วันเวลาผ่านโรคภัยเริ่มถามหา แต่อาการปวดแบบไหนถึงจะเสี่ยงเป็น "โรคข้อเข่าเสื่อม" วันนี้Healthy Clean มีคำตอบมาฝากกัน เสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 เวลา 14.00 น.


เมื่อวันเวลาผ่านไป อายุคนเราก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความเสื่อมของร่างกายเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย โรคภัยเริ่มถามหาเข้ามามากมาย โดยเฉพาะ "โรคข้อเข่าเสื่อม" ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหลายคนจะเข้าใจว่า เป็นปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ แต่ความเป็นจริงแล้ว กลุ่มวัยรุ่นวัยทำงานก็เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องข้อเข่าเสื่อมด้วยเช่นกัน วันนี้ Healthy Clean จึงขอพาทุกคนมาเช็กลิสต์อาการปวดต่างๆ แบบไหนจึงจะเสี่ยงเป็น "โรคข้อเข่าเสื่อม" 

โดย นพ.ปิยวัฒน์ จิรัปปภา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญกระดูกและข้อ ประจำโรงพยาบาล พริ้นซ์ อุบลราชธานี เผยว่าจากสถิติแล้วพบว่า "โรคข้อเข่าเสื่อม" เป็น 1 ใน 5 ปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุไทย ซึ่งโรคข้อเข่าเสื่อมนั้น เกิดจากการที่กระดูกอ่อน ผิวข้อมีการสึกหรอ หลุดร่อน ทำให้กระดูกมีการเสียดสีกัน และร่างกายพยายามที่จะซ่อมแซมตัวเอง โดยการสร้างกระดูกขึ้นมาใหม่ แต่จะเป็นการสร้างในตำแหน่งที่ไม่ควรจะสร้าง ทำให้เกิดอาการอักเสบของข้อ ปวดเรื้อรัง บวม กดเจ็บ เคลื่อนไหวลำบาก และข้อผิดรูป

สำหรับ "สาเหตุของข้อเข่าเสื่อม" นั้นก็มาจากการที่ร่างกายคนเรามีอายุที่มากขึ้น มีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้ข้อผิดวิธี เช่น การนั่งยอง นั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิเป็นระยะเวลานานๆ การไม่ออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าไม่แข็งแรง หรือการใช้ยา โดยมีการใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน  อาจจะเคยได้รับบาดเจ็บบริเวณเข่า เช่น กระดูกหัก เข่าแตก เอ็นฉีก เป็นต้น และเกิดจากโรคที่เคยเป็น เช่น โรครูมาตอยด์ โรคเก๊าท์



โดยอาการเบื้องต้นของ การปวดแบบไหนถึงจะเข้าข่ายเสี่ยงเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม? ส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีอาการ ปวดหรือเจ็บข้อเข่าเวลาเดิน นั่ง หรือขึ้นลงบันได ปวดเรื้อรังหลายปี เข่าโตขึ้น ข้อเข่าบวม และขาโก่ง โดยผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคข้อเข่าเสื่อม มีหลายกลุ่มด้วยกัน ตั้งแต่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน เป็นผู้ที่ปวดเข่าเรื้อรังหลายปี อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป เคยป่วยด้วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคพุ่มพวง (SLE) โรคเก๊าท์ รวมไปถึงกลุ่มผู้ที่เคยเกิดอุบัติเหตุทำให้มีกระดูกหักบริเวณข้อเข่า

แต่หากป่วยเป็น "โรคข้อเข่าเสื่อม"แล้ว สามารถรักษาได้ 2 รูปแบบ ด้วยกันคือ..
รูปแบบแรก "การรักษาแบบไม่ผ่าตัด" เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและช่วยให้เข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น โดยมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต ได้แก่ รับประทานอาหารที่เหมาะสมเพื่อควบคุมน้ำหนักตัว การออกกำลังกายชนิดส่งแรงกระแทกข้อเข่าน้อยเป็นประจำ เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เดิน เพื่อส่งเสริมให้ข้อเข่าแข็งแรงขึ้น และ    ลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักตัวมากเกินไป เพื่อลดแรงกดบนข้อเข่า รวมไปถึงการรักษาด้วยยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ และยากลุ่มสารอาหารเสริมสร้างกระดูก

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการฉีดสารน้ำเลี้ยงไขข้อ ในกรณีที่มีอาการปวดไม่มาก และการทำลายของกระดูกอ่อนยังไม่รุนแรง การฉีดยาสเตียรอยด์ ในกรณีที่มีอาการปวดเฉียบพลันที่รุนแรงและเป็นครั้งคราว และทำกายภาพบำบัด เช่น บริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า

ส่วนการรักษาอีกรูปแบบก็คือ "การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด" เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จำเป็นในกรณี รักษาด้วยยาและปรับวิธีดำเนินชีวิตแล้วไม่ได้ผล

แต่จะให้ดีที่สุดคือการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆของตัวเองลง หันมาดูแลตัวเองทั้งการควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายเพื่อยืดอายุ "เข่า" ของเราให้นานยิ่งขึ้น ก่อนที่การรักษาต่างๆไปจนถึงวิธีการผ่าตัดจะมาเยือนก่อนเวลาอันควร...

....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"
ขอบคุณภาพประกอบ โรงพยาบาลบำรุงราช



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 191