อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

ครูน้ำตาตกถูกยึดบ้าน-ที่ดิน เพราะค้ำหนี้กยศ.ให้ลูกศิษย์

“ครูวันดี” ผู้มีแต่ให้.. หวังศิษย์มีอนาคตที่ดี ค้ำประกันเงินกู้กยศ.ให้เรียนสูงๆ สุดท้ายถูกศิษย์เบี้ยวหนี้ แม้เรียนจบมีงานดีๆทำยังเฉยเมย ตัวเองต้องนั่งชดใช้หลายปีไม่พอจ่ายถูกยึดบ้านและที่ดิน อาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563 เวลา 08.00 น.


“ครูวันดี” หรือ นางวันดี จินา อายุ 77 ปี อดีตครูโรงเรียนฉวางรัชดาภิเษก อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ที่เปรียบเสมือน “เรือจ้าง” อีก 1 ลำ ที่กำลังเจอพายุมรสุมถาโถมอยู่กลางลำน้ำใหญ่ในช่วงบั้นปลายชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ แทนที่จะได้อยู่อย่างสงบกับนายวราพงษ์ จินา อายุ 80 ปี สามีคู่ทุกข์คู่ยากในบ้านพักอ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ทุกวันกลับต้องมานั่งน้ำตาตกหวังเพียงว่าลูกศิษย์ที่ตัวเองค้ำประกันเงินกู้จะหันมาเห็นใจจ่ายหนี้กยศ.ที่เหลือ 7 หมื่นกว่าบาท เพื่อตัวเองจะได้ไม่ไร้ที่ซุกหัวนอนในตอนแก่ชรา
 
แม่ครูผู้ให้กำลังนั่งกอดอกสีหน้าเคร่งเครียดน้ำตาคลอเบ้า เล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงชีวิตเมื่อ 23 ปีก่อนว่า ในช่วงในปีพ.ศ. 2540 นโยบายเงินกู้เงิน กยศ. ของรัฐบาลเพิ่งเริ่มดำเนินการใหม่ๆ นักเรียนที่ครอบครัวยากจนเริ่มเห็นหนทางในการที่จะได้เรียนต่อให้สูงขึ้นเพื่อจะได้มีอนาคตที่ดี ซึ่งขณะนั้นมีนายวุฒิ นักเรียนชั้นมัธยมปลายคนหนึ่งมาขอให้ครูช่วยค้ำประกันเงินกู้กยศ. ที่เขาต้องการเป็นเงิน 8,000 บาทเศษ ครูเห็นแก่อนาคตของลูกศิษย์จึงเซ็นค้ำประกันให้ และนายวุฒิกับพ่อแม่ก็ยืนยันว่าจะไม่ทำให้ครูต้องเดือดร้อนอย่างแน่นอน


 
“ครูคิดเพียงต้องการช่วยเหลือลูกศิษย์เพื่อส่งเขาให้ถึงฝั่ง แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่า เมื่อเขาถึงฝั่งจะถีบหัวเรือส่ง ครูค้ำประกันยอดหนี้ให้เขาเพียง 8,000 กว่าบาทเท่านั้น แต่หลังจากนั้นเขากลับเอาเอกสารของครูไปยื่นกู้กยศ. เพื่อเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยอีกซึ่งเขาไม่เคยบอกครูมาก่อน กระทั่งผ่านมาจนถึงปีพ.ศ. 2551 ครูเกษียณราชการมาแล้วก็ได้รับหมายศาลจังหวัดทุ่งสงจึงรู้ว่าถูกฟ้องร้องเรื่องที่นายวุฒิไปกู้ยืมเรียนกยศ. มาเป็นเงินต้นสูงถึง 86,490 บาท ดอกเบี้ย 12,574.98 บาท เบี้ยปรับ 75,058.03 บาท รวมยอดหนี้ทั้งสิ้น 174,123.01 บาท เพราะครูเป็นผู้ค้ำประกันที่ 2 จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงเดือนพ.ย.2561 ครูก็ได้รับหนังสือจากสำนักงานบังคับคดีนครศรีธรรมราช สาขาทุ่งสง ว่าได้ยึดบ้านและที่ดินที่ครูอาศัยอยู่ ทำให้ครูตกใจมากคิดหนักว่าจากนี้จะไปอยู่ที่ไหน ทั้งที่บ้านหลังนี้ก็ราคาสูงกว่ามูลหนี้เสียอีก พอตั้งหลักได้ครูกับสามีจึงได้พากันไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ฉวาง เพื่อเป็นหลักฐาน”


 
ครูวันดี เล่าอีกว่า หลังจากนั้นครูได้พยายามติดต่อทวงถามนายวุฒิและพ่อแม่เพื่อให้มารับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าวและขอให้เห็นใจครูบ้าง เพราะนายวุฒิเองก็ทำธุรกิจร้านอาหารมีรายได้ดี ซึ่งทีแรกพ่อแม่และนายวุฒิก็ยืนยันว่าเขาพร้อมจะรับผิดชอบเองทั้งหมด ขอให้ครูไม่ต้องเป็นห่วง หลังจากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยครูได้พาพ่อแม่ของนายวุฒิไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อทำบันทึกข้อตกลงไกล่เกลี่ยข้อพิพาทชั้นบังคับคดี โดยพ่อแม่นายวุฒิสัญญาจะผ่อนจ่ายหนี้ให้ครบในเวลา 2 ปี ซึ่งครูก็คิดว่าพ้นภาระการรับผิดชอบจากครูไปแล้ว


 
แต่เรื่องกลับไม่จบง่ายๆ ฝ่ายของนายวุฒิไม่ยอมผ่อนจ่ายตามสัญญาทั้งที่มีบ้านกับที่ดินของครูเป็นประกัน ซึ่งหากเขาไม่จ่ายให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนดภายในเดือน พ.ย.2563 บ้านครูก็ต้องถูกขายทอดตลาด ทำให้ครูต้องดิ้นรนหาเงินมาผ่อนจ่ายเอง ทุกวันนี้สามีครูทำสวนยางก็ลำบากเพราะราคายางไม่ดี ครูเองก็ปลูกพืชผักสวนครัวขายได้ทีละเล็กน้อย แต่ก็พยายามจ่ายหนี้ของนายวุฒิให้ได้เดือนละ 3,000-4,000 บาท โดยผ่อนไปได้กว่า 70,000 บาทแล้ว ยังเหลืออีกประมาณ 70,000 บาท ซึ่งก็เหลือเวลาอีกแค่ 2 เดือนเท่านั้น ครูก็ไม่รู้จะหาเงินมาให้ทันเวลาได้อย่างไร อยากวิงวอนให้นายวุฒิลูกศิษย์ที่หายหน้าหายตาไปและพ่อแม่กลับมารับผิดชอบช่วยครูบ้าง และขอให้เขาหันกลับมามองครูที่เหมือนไม้ใกล้ฝั่งคนนี้ที่เคยช่วยเหลือ ให้ได้อยู่ในบ้านของตัวเองจนถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตด้วย..
 
คอลัมน์ : นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : ไพฑูรย์ อินทศิลา จ.นครศรีธรรมราช
ภาพประกอบ : กุลธิดา จิตรพริ้ง

คลิกอ่านเรื่องราว "นิยายชีวิต" เพิ่มเติม ได้ที่นี่..  




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    77%
  • ไม่เห็นด้วย
    23%

บอกต่อ : 196