อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

ปิดมอเตอร์เวย์วาง"คานยักษ์" ​​​​​​​ทางวิ่งโมโนเรล"สีเหลือง"สายแรกของไทย

นับเป็นจุดสำคัญที่ประชาชนอาจไม่ได้รับความสะดวก เพราะต้องปิดการจราจรทั้งหมดชั่วคราวประมาณ 20 นาที เพื่อความปลอดภัย โดยอยู่ระหว่างกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน อังคารที่ 15 กันยายน 2563 เวลา 08.00 น.


ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 2 ปีแล้ว สำหรับ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30.4 กิโลเมตร (กม.) วงเงินก่อสร้างงานโยธา 43,104 ล้านบาท จัดให้เป็น รถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรลสายแรกของประเทศไทย ปัจจุบัน การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำลังเร่งเดินเครื่องการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยจะสามารถเปิดใช้งานได้เต็มระบบภายในปี 2565

สรุปความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ได้ผลงานภาพรวม 61.76% งานโยธาคืบหน้า 64.30% และงานระบบไฟฟ้าคืบหน้า 58.45% ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้งานก่อสร้างค่อนข้างล่าช้า เพราะติดปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ อาทิ การรื้อย้ายสาธารณูปโภค และดำเนินการตามประกาศข้อกำหนดห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) ช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  แม้งานก่อสร้างจะล่าช้าไปบ้าง แต่ รฟม. ยืนยันจะเร่งก่อสร้างให้โครงการแล้วเสร็จตามเป้าหมาย

งานก่อสร้างในเวลานี้กำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็วทุกขั้นตอน ทั้งการก่อสร้างตัวสถานี การติดตั้งคานทางวิ่ง (Guideway Beam) และทางเดินสำหรับการอพยพกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน (Emergency Walkway) รวมทั้งมีแผนติดตั้ง คานทางวิ่งเหล็ก (Steel Guideway Beam) ข้ามบริเวณจุดตัดระหว่างทางแยกต่างระดับพระราม ถนนศรีนครินทร์ กับทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์หมายเลข กรุงเทพฯ – ชลบุรี สายใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่มีความสูงประมาณ 20 เมตร 



นับเป็นจุดสำคัญที่ประชาชนอาจไม่ได้รับความสะดวก เพราะต้องปิดการจราจรทั้งหมดชั่วคราวประมาณ 20 นาที เพื่อความปลอดภัย โดยอยู่ระหว่างกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน

คานทางวิ่งในจุดนี้ระหว่างสถานีศรีกรีฑา และสถานีพัฒนาการ จะไม่เหมือนกับจุดอื่นๆ เพราะต้องใช้คานยาวถึง 60 เมตร เพื่อข้ามมอเตอร์เวย์ ขณะที่จุดอื่นความยาวคานทางวิ่งอยู่ที่ 30 เมตร ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้คานทางวิ่งที่ทำจากคอนกรีตได้เหมือนกับจุดอื่นๆ ต้องใช้คานทางวิ่งจากเหล็กแทน เพราะน้ำหนักเบาหากใช้คอนกรีตจะมีน้ำหนักมาก และเกิดปัญหาในการยกติดตั้งได้

สำหรับคานเหล็กขนาดความยาว 60 เมตร น้ำหนักรวมประมาณ 150 ตัน แบ่งเป็น ชิ้น โดยชิ้นที่ และ ยาวชิ้นละ 17.30 เมตร หนักชิ้นละประมาณ 45 ตัน ส่วนชิ้นที่ ยาว 25.40 เมตร หนักประมาณ 60 ตัน เทียบกับทางวิ่งคอนกรีตความยาว 30 เมตรจะหนักประมาณ 80 ตัน ดังนั้นหากเป็นคานคอนกรีตยาว 60 เมตรจะมีน้ำหนักมากกว่าคานเหล็ก 3-4
เท่า



รฟม. ได้เตรียมแผนดำเนินงานให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ประกอบด้วย 2 พื้นที่ ได้แก่ 1. พื้นที่ประกอบตัวคานทางวิ่ง และ 2. พื้นที่ติดตั้งชิ้นงาน ซึ่งทั้ง 2 พื้นที่อยู่ห่างกันประมาณ 1 กม. โดยจุดที่ 1 ซึ่งใช้ประกอบคานทางวิ่ง อยู่บริเวณไหล่ทางบนถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ฝั่งขาเข้าบริเวณถัดจากปากซอยพัฒนาการ 53 ระยะทาง100 เมตร จุดนี้ใช้เวลาทำงานประมาณ 10 วัน โดยวันที่เคลื่อนย้ายคานทางวิ่งมาจากโรงงานที่ จ.ระยอง เพื่อเข้าพื้นที่ประกอบคานทางวิ่ง ต้องปิดถนนทั้ง 2 ช่องจราจร ประมาณ 15-20 นาที ส่วนคืนที่ประกอบตัวคานทางวิ่งจะปิด 1 ช่องตั้งแต่เวลา 22.00 - 04.00 น. ให้รถวิ่งได้ 1 ช่อง

ขณะเดียวกันจะเตรียมพื้นที่ที่ ซึ่งเป็นจุดติดตั้งบนมอเตอร์เวย์ โดยรื้อย้ายแบริเออร์ที่เป็นแนวกั้นถนนตรงกลางออกชั่วคราว ระยะทางประมาณ 60 เมตร เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการขนส่งและยกติดตั้งชิ้นงาน ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 10 วัน เมื่อติดตั้งคานทางวิ่งแล้วเสร็จ จะติดตั้งแบริเออร์บนมอเตอร์เวย์ ให้คืนสภาพดังเดิม ใช้เวลาอีกประมาณ 20 วัน



เมื่อประกอบคานทางวิ่งในจุดที่ 1 แล้วเสร็จ จะเคลื่อนย้ายไปในพื้นที่จุดติดตั้งชิ้นงานบริเวณทางยกระดับช่วงทางแยกต่างระดับพระราม 9 ตัดถนนศรีนครินทร์ โดยจุดนี้จะติดตั้งเสารอไว้ เพื่อยกคานทางวิ่งมาวางได้ทันที ช่วงยกคานติดตั้งจะปิดการจราจรบนมอเตอร์เวย์ทุกช่องทางประมาณ 20 นาที ระหว่างช่วงเวลา 24.00 - 01.00 น. หลังติดตั้งคานเหล็กเสร็จสิ้น จะติดตั้งตาข่ายชั่วคราว เพื่อป้องกันวัสดุตกหล่น จากนั้นจะเร่งปรับพื้นที่ทั้งหมดให้คืนสภาพสู่ปกติโดยเร็ว

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มีทั้งหมด 23 สถานี แนวเส้นทางเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงินระยะแรก) ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว ไปตามแนวถนนลาดพร้าว และยกระดับข้ามทางด่วนฉลองรัช (ด่วนบางนา-อาจณรงค์) จนถึงทางแยกบางกะปิ จากนั้นจะเลี้ยวขวาไปทางทิศใต้ตามถนนศรีนครินทร์ ยกระดับข้ามทางแยกต่างระดับพระราม 9 และผ่านแยกพัฒนาการ แยกศรีนุช แยกศรีอุดมสุข แยกศรีเอี่ยม จนถึงแยกศรีเทพา ก่อนเลี้ยวขวาไปทางทิศตะวันตก ตามแนวถนนเทพารักษ์ และสิ้นสุดแนวเส้นทางบริเวณถนนปู่เจ้าสมิงพราย

อดทนกับปัญหาการจราจรกันอีกอึดใจ “รถไฟฟ้าสายสีเหลือง” จะมาช่วยยกระดับการเดินทางให้ดีขึ้น
.................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย "เทียนหยด"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 179