อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563

"สตาร์ทรถ" เรื่องสำคัญแต่ถูกมองข้าม!

"สตาร์ทรถให้ถูกวิธี" เรื่องเล็กน้อยก่อนเริ่มเดินทาง แต่หลายคนมองกลับข้ามจนอาจเสียเงินโดยไม่ใช่เหตุ! ศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 เวลา 08.00 น.


"สตาร์ทรถ" เรื่อง่ายๆของการเริ่มขับรถยนต์คู่ใจ แต่ด้วยความที่มันง่ายซะเหลือเกิน ก็อาจจะทำให้หลายๆคนมองข้าม "ารสตาร์ทรถยนต์อย่างถูกวิธี" เพื่อยืดอายุมอเตอร์สตาร์ท(ไดสตาร์ท) และชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ให้มีสุขภาพดีและอยู่คู่รถของเราไปนาน ๆ วันนี้ "รู้ก่อนเหยียบ" ขอนำเสนอเทคนิคการสตาร์ทรถอย่างถูกวิธี มาฝากกันครับ

ตำแหน่งต่าง ๆ ของสวิทช์กุญแจรถยนต์
ตำแหน่งแรกคือ Lock : เมื่อเราเสียบกุญแจเข้าไป เป็นตำแหน่งที่เครื่องยังดับอยู่ และยังใช้ล็อกพวงมาลัย
ตำแหน่งที่สอง ACC : เป็นตำแหน่ง ในการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ เพื่อเปิดใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ภายในรถโดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่อง แต่ไม่ควรใช้เป็นเวลานาน ๆ เนื่องจากจะส่งผลให้แบตเตอรี่หมด จนไม่เหลือพอในการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้
ตำแหน่งที่สาม On : ในตำแหน่งนี้แรงดันไฟฟ้าจะถูกจ่ายไปยังระบบต่าง ๆ โดยมีไฟเตือนโชว์บนหน้าปัด เพื่อแสดงสถานะความพร้อมใช้งาน
ตำแหน่งที่สี่ Start : ในตำแหน่งนี้ เมื่อเราบิดกุญแจไฟฟ้าจะถูกจ่ายไปยังมอเตอร์สตาร์ท (ไดสตาร์ท) เพื่อหมุนฟลายวีล ที่ติดอยู่กับชุดเพลาข้อเหวี่ยงเพื่อฉุดให้เครื่องยนต์หมุน ในขณะเดียวกันนั้นระบบจุดระเบิดก็จะทำงานส่งผลให้เครื่องยนต์ติดในที่สุด อย่างไรก็ตามในตำแหน่งนี้ต้องปล่อยมือเมื่อเครื่องยนต์ติด หากบิดค้างไว้จะส่งผลให้เฟืองมอเตอร์สตาร์ท และเฟืองฟลายวีล เสียหายได้

เทคนิคสตาร์ทอย่างถูกวิธี
-ตรวจตำแหน่งการเกียร์ ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติ ต้องอยู่ในตำแหน่ง P หรือ N ถ้าอยู่ในตำแหน่งอื่นก็แค่สตาร์ทไม่ติดเท่านั้น แต่ในเกียร์ธรรมดาจะแตกต่างออกไป หากไม่ได้ปลดเกียร์ว่างก่อนสตาร์ทอาจส่งผลให้รถพุ่งชนสิ่งต่าง ๆ ที่ขว้างหน้าจนเกิดความเสียหายได้
-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในรถทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแอร์ วิทยุ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อให้ได้กำลังไฟสูงสุดจากแบตเตอรี่ จ่ายไปยังระบบสตาร์ท บางท่านคงคิดว่าไม่เห็นต้องปิดก็สตาร์ทได้ จริงอยู่ว่าสามารถทำได้ แต่จะเป็นการเพิ่มภาระให้มอเตอร์สตาร์ทและเครืองยนต์ทำงานหนัก ส่งผลให้เกิดการสึกหรอมากขึ้น และในกรณีที่แบตเตอรี่เริ่มเสื่อมอาจทำให้ไม่มีกำลังไฟเพียงพอในการสตาร์ทเครื่องยนต์
-ตรวจสอบไฟเตือน เมื่อบิดกุญแจไปในตำแหน่ง On ควรตรวจสอบว่าไฟแสดงสถานะของระบบต่าง ๆ โชว์บนหน้าปัดครบและดับลง นอกจากนั้นควรสัเกต ว่ามีสิ่งผิดปกติหลังเครื่องยนต์ติดหรือไม่ ทั้งอาการสั่นของเครื่องยนต์ หรือ เสียงที่ผิดปกติ
-ไม่สตาร์ทแช่-ยาว เมื่อรถสตาร์ทติดยากไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ควรหลักเลี่ยงการสตาร์ทแช่ยาวเกิน 15 วินาที เพราะจะส่งผลให้มอเตอร์สตาร์ทเสียหายได้ นอกจากนี้ต้องเว้นระยะห่างในการสตาร์ทครั้งต่อ 15 วินาทีเป็นอย่างน้อย

ด้วยวิธีง่ายๆ กับการเสียเวลาเพียงแค่เล็กน้อย เอาใจใส่ "การสตาร์ทอย่างถูกวิธี" ให้มากขึ้น ก็จะช่วยให้รถยนต์ของท่านมีสุขภาพดีและยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าอย่างที่คาดไม่ถึงได้อีกด้วยนะครับ...

..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 204