อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

การทูตทางลับ

ญี่ปุ่นได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ คนที่ 99 และคนแรกของรัชศกเรวะ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา คือ นายโยชิฮิเดะ ซึงะวัย 71 ปี ขณะเดียวกันก็มีการเปิดเผย รัฐบาลชุดที่แล้วของนายกฯชินโซ อาเบะ พยายามเป็นคนกลางประสานการเจรจาในทางลับ เพื่อผ่อนคลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งตอนแรกทำท่าจะประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว จันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 07.00 น.

สูตรสันติภาพของโตเกียวคือ เสนอให้อิหร่านใช้น้ำมันดิบ แลกสินค้าเกษตร ข้าวโพดและถั่วเหลืองของสหรัฐ เอื้อประโยชน์แบบวิน-วิน ด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย
 
แหล่งข่าววงในรัฐบาลญี่ปุ่น ยืนยันกับสำนักข่าวเกียวโด ว่า ข้อเสนอถูกยื่นอย่างเป็นทางการ ในเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว ขณะอาเบะเดินทางเยือนอิหร่านอย่างเป็นทางการ และเป็นนายกฯญี่ปุ่นคนแรกในรอบ 41 ปี เพื่อพยายามเป็นคนกลาง สลายความขัดแย้ง ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ

วันที่ 12 มิ.ย. 2562 อาเบะยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ สูตรแลกเปลี่ยนสินค้า ขณะเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีฮัสซัน โรว์ฮานี ผู้นำอิหร่าน ในกรุงเตหะราน การหารือนี้ถูกปิดเป็นความลับ สื่อทั้งของอิหร่านและสื่อญี่ปุ่นที่ติดตามคณะของอาเบะ ไม่มีใครทราบ 
 
เพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน ญี่ปุ่นจะใช้วิธีซื้อข้าวโพดและถั่วเหลืองจากสหรัฐ แล้วนำไปแลกกับน้ำมันดิบของอิหร่าน โดยญี่ปุ่นรับหน้าที่ขนส่งทั้ง 2 ทาง กรณีนี้เกษตรกรสหรัฐได้ระบายขายออกผลิตผล ในขณะที่สหรัฐกำลังอยู่มนช่วงกลางสงครามการค้ากับจีน ลูกค้าผลิตผลเกษตรกรรายใหญ่ ส่วนอิหร่านได้ขายน้ำมันดิบ และเพิ่มปริมาณธัญพืชในสต๊อกกลาง ที่กำลังร่อยหรอ
 
การเยือนอิหร่านของอาเบะ มีขึ้นหลังการประสานเจรจาในทางลับ ระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้ง 2 ประเทศ ในช่วงต้นเดือน มิ.ย. ซึ่งเตหะรานได้ร้องขอให้โตเกียว เพิ่มรายการยารักษาโรคและเครื่องจักรกล ที่อิหร่านกำลังขาดแคลน เข้าไปในข้อเสนอแลกเปลี่ยนสินค้าด้วย

ตอนแรกทั้งอิหร่านและสหรัฐมีท่าทีเห็นดีด้วย กับแผนข้อเสนอของอาเบะ ซึ่งมีเป้าหมายโน้มน้าวอิหร่าน ให้ยอมเจรจากับสหรัฐ แต่ต่อมาอิหร่านเล่นแง่ โดยยืนกรานสหรัฐต้องยกเลิกคว่ำบาตรก่อน อิหร่านจึงจะร่วมโต๊ะเจรจา ขณะที่สหรัฐตอนหลังก็กลับลำ ไม่เอาด้วยเช่นกัน โดยตั้งแง่ยื่นเงื่อนไขที่อิหร่านไม่มีวันทำได้
 
สาเหตุหลักของความล้มเหลว เกิดจากความไม่ไว้วางใจสหรัฐอย่างฝังลึกของอิหร่าน รวมทั้งนโยบายที่ไม่สอดคล้องของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ
 
นอกจากความพยายามของญี่ปุ่นแล้ว ยังมีอีกบางประเทศ ที่ต้องการเป็นคนกลาง ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ด้วยการเสนอแผน และดำเนินการอย่างลับๆ เช่นกัน อย่างเช่น ฝรั่งเศส ซึ่งเสนอจัดสรรวงเงินสินเชื่อให้อิหร่าน 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 466,180 ล้านบาท แต่ก็ล้มเหลวเหมือนกัน.

-----------------------------------------------------
    
เลนซ์ซูม    

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 95