อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563

"ความเชื่อ"กับการใช้เงินแบบผิดๆ

คอลัมน์"ปากท้องต้องรู้"ในครั้งนี้ จะทำให้ผู้อ่านได้พบกับความเชื่อของการใช้เงินแบบผิดๆ มีเรื่องอะไรบ้างมาติดตามกัน อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563 เวลา 11.00 น.


“ความเชื่อ” เป็นธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ และถือว่าเป็นวัฒนธรรมของมนุษย์อย่างหนึ่ง โดยที่การดำรงชีวิตของมนุษย์ในสมัยโบราณที่มีความเจริญทางด้านวิชาการน้อยนั้น ทำให้ความเชื่อเกิดจากการเกิดขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่มนุษย์เชื่อว่าเป็นการบันดาลให้เกิดขึ้นจากอำนาจของเทวดา พระเจ้า หรือภูตผีปิศาจ ดังนั้นเมื่อเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ขึ้น เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด อุทกภัย และวาตภัย ต่างๆ ขึ้น ล้วนเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อชีวิตหรือความเป็นอยู่ของมนุษย์ ซึ่งยากที่จะป้องกันหรือแก้ไขได้

ส่วนความหมายของ คำว่า “ความเชื่อ” นั่นก็คือ การยอมรับว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นความจริงหรือเป็นสิ่งที่เราไว้ใจ ความจริงหรือความไว้วางใจที่เป็นรูปของความเชื่อนั้น ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นความจริงที่ตรงตามหลักเหตุผลหรือหลักวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้ ความเชื่อในแต่ละเรื่องราวจะมีผลกับชีวิตคนเราแตกต่างกัน เช่น ในบางเรื่องช่วยสร้างความสบายใจ บางเรื่องทำให้เกิดกำลังใจและเกิดความพยายามจนประสบความสำคัญ ในขณะที่บางคน “มีความเชื่อแบบผิดๆ” ก็อาจจะเกิดการหลงผิด หลงทาง เกิดหนี้สินต่างๆได้ โดยเฉพาะ “ความเชื่อเกี่ยวกับการใช้เงิน” ที่คอลัมน์ “ปากท้องต้องรู้” ขอยกตัวอย่างที่พบเห็นกันบ่อยๆในสังคมปัจจุบันมาบอกเล่ากัน



คนในบางกลุ่มเชื่อว่า เมื่อทำงานแล้วจะต้องมีบ้าน มีรถ มีบัตรเครดิต แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะบ้าน หรือรถ ล้วนเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ใช่การลงทุน เพราะไม่ก่อให้เกิดรายได้ ยิ่งการกู้เงินมาซื้อ นอกจากจะไม่สร้างรายได้แล้ว ยังสร้างภาระดอกเบี้ยเงินผ่อนเสียอีก ดังนั้น คนที่เริ่มทำงานอย่าเพิ่งรีบร้อนสร้างหนี้ ควรทำงานเก็บเงินก้อน และซื้อบ้าน ซื้อรถเมื่อพร้อมจะดีกว่า ส่วนเรื่องบัตรเครดิตหากไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายของตัวเองได้ ก็อย่าทำบัตรเครดิตเลย เพราะจะเป็นการเพิ่มช่องทางสู่การเป็นหนี้ในอนาคตเสียเปล่า ๆ

ขณะที่บางคนคิดว่าซื้อเงินผ่อนสิดี จะจ่ายเงินก้อนโตไปทำไม เพื่อนำเงินที่เหลือไปซื้ออย่างอื่นดีกว่า แต่จริงๆแล้วควรคิดว่า จ่ายสดดีกว่า เพราะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเงินผ่อน 

และเมื่อมีบัตรเครดิตแล้ว ก็จะต้องผ่อนชำระซึ่งบางคนเชื่อว่า “จ่ายค่าบัตรเครดิต จ่ายแค่ขั้นต่ำก็พอ” ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด เพราะการจ่ายขั้นต่ำจะยิ่งสร้างดอกเบี้ยในเดือนถัดไป

ส่วนคนที่ชอบของถูก บางคนเชื่อว่า “เมื่อสินค้าราคาถูกก็ควรซื้อๆ ไปก่อน เดี๋ยวก็ได้ใช้เองแหละ” ถือเป็นความคิดที่ผิดเช่นกัน ผู้ซื้อควรให้น้ำหนักระหว่างความคุ้มกับความจำเป็น เพราะหากเราซื้อไปจำนวนมากๆ กินใช้ไม่ทันสุดท้ายของเหล่านั้นก็หมดอายุและต้องทิ้งอยู่ดี



นอกจากนี้ บางคนอาจคิดว่า “เกิดมาทั้งทีก็ควรใช้ชีวิตให้สุด ตายไปเดี๋ยวไม่ได้ใช้ ไม่ได้ทำ” จึงนำเงินไป กิน เที่ยว อย่างเต็มที่ แต่ไม่มีเงินเหลือให้เก็บในบัญชีสักบาท ก็ถือเป็นความคิดที่ผิดเพราะในช่วงบั้นปลายชีวิต ที่ไม่มีงานไม่มีเงิน และยิ่งมีโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมาอีก สุดท้ายจะอยู่อย่างไร

หากพูดถึงเรื่องโรคภัย ไข้เจ็บ หรืออุบัติเหตุ บางคนเชื่อว่า “ประกันชีวิต… ทำไปก็ไม่ได้ใช้” แต่ในความเป็นจริงมีไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ คนที่มีสุขภาพแข็งแรงก็อาจป่วยได้ ซึ่งในยุคนี้สมัยนี้เจ็บป่วยขึ้นมาค่าใช้จ่ายไม่ได้ถูกๆ
 
และบางคนเชื่อว่า “ทุกปัญหาย่อมมีทางออก” ใช่ ทุกปัญหามีทางออกหากมีการลงมือแก้ไข ไม่ใช่การนั่งรอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาช่วย เช่น หากตอนนี้เป็นหนี้ ก็จะต้องรู้แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง จะวางแผนปลดหนี้อย่างไร

สำหรับใครที่มีความเชื่อแบบผิดๆดังตัวอย่างข้างต้นนี้ ควรรีบลบความเชื่อเดิมออก แล้วปรับทัศนคติใหม่ ก่อนที่ชีวิตจะพบกับทางตัน เพื่อชีวิตที่มีอิสรภาพในอนาคต.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 79