อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 ตุลาคม 2563

ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย วันที่ 20 กันยายน 2563

รัฐวิกตอเรีย สถานการณ์โดยทั่วไปเริ่มดีขึ้น มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่รายวัน 21 ราย มีผู้เสียชีวิตจากไวรัส 7 คนรวมถึงชายอายุ 60 ปี 1 คน ชายในวัย 80 ปี 3 คน และชาย 1 คนและหญิง 2 คนในวัย 90 ปี ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตของวิกตอเรียอยู่ที่ 757 คน อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563 เวลา 06.30 น.


รัฐวิกตอเรีย สถานการณ์โดยทั่วไปเริ่มดีขึ้น มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่รายวัน 21 ราย มีผู้เสียชีวิตจากไวรัส 7 คนรวมถึงชายอายุ 60 ปี 1 คน ชายในวัย 80 ปี 3 คน และชาย 1 คนและหญิง 2 คนในวัย 90 ปี ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตของวิกตอเรียอยู่ที่ 757 คน  Premier Daniel Andrews กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 ว่า ตัวเลขที่ลดลงต่ำแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ของรัฐบาลกำลังได้ผลแต่ไม่ใช่ว่าชาววิกตอเรียสามารถผ่อนคลายได้ ตัวเลขเหล่านั้นบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่สามารถทำได้เมื่อคุณปฏิบัติตามนี้ ตรรกะทั่วไป สามัญสำนึก เป็นสากล ประสบการณ์ของเราเองแสดงให้เราเห็นว่าคุณไม่สามารถหวังที่จะรักษาตัวเลขให้ต่ำได้จนกว่าคุณจะลงมือทำเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้" เขากล่าว “หากต้องการเริ่มการผ่อนคลายข้อ จำกัด การปิดล็อกในวันที่ 28 กันยายน ผู้ติดเชื้อรายใหม่จะต้องมีค่าเฉลี่ยระหว่าง 30 ถึง 50 ในช่วง 14 วัน มีการทดสอบอีก 11,900 ครั้งในวันศุกร์ที่ผ่านมา พรีเมียร์แดเนียล แอนดรู กล่าว สำหรับทุกคนที่ได้รับการทดสอบขอบคุณมาก และใครก็ตามที่มีอาการสิ่งเดียวที่ต้องทำอย่ารอให้ถึงวันจันทร์อย่ารอช้าไปรับการทดสอบอย่างเร่งด่วน มีมากกว่า 200 site ที่สามารถตรวจเชื้อและรวดเร็วมาก 90% ของผลลัพธ์จะกลับมาภายใน 24 ชั่วโมง มันเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้ เรียบง่าย แต่สำคัญมาก อาจไม่เพียงพอสำหรับผู้สูงอายุชาววิกตอเรียหลายหมื่นคนที่ต้องเผชิญกับฤดูร้อนอันเงียบเหงาเนื่องจากสถานดูแลผู้สูงอายุของรัฐยังคงมีการปิดกั้น COVID-19 อยู่ เราเสียใจที่จะต้องบอกว่า การเยี่ยมจากเพื่อนและครอบครัวจะถูก จำกัดอย่างเคร่งครัดในปี 2564 การไปเยี่ยมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในที่อยู่อาศัยนั้นจะยังไม่กลับมาเป็นปกติ จนกว่าจะมีวัคซีนป้องกันออกมาแล้ว หรือจนกว่าจะมีการพัฒนาการทดสอบผู้เข้าเยี่ยมเมื่อมาเยี่ยมที่ศูนย์ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะสามารถตรวจคัดกรองผู้เข้าเยี่ยมได้ทันทีว่ามีการติดเชื้อหรือไม่

สรุปรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ในออสเตรเลีย สถานะวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 รัฐวิคตอเรีย พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก 21 ราย ภายใน 24 ช.ม รัฐนิวเซาท์เวลส์ พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย รวมผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศ จำนวน 24 ราย ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ในรัฐและดินแดนอื่นอีก

Premier Daniel Andrews กล่าวเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2563 ว่า รัฐวิกตอเรียพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 รายใหม่รายวัน 21 ราย ตัวเลขที่ลดลงต่ำแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ของรัฐบาลกำลังได้ผล แต่ไม่ใช่ว่าชาววิกตอเรียสามารถผ่อนคลายได้ตัวเลขลดลงเมื่อคุณปฏิบัติตามกฏ

เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ และหน่วยงานทีมประเทศไทยประจำออสเตรเลีย ได้ร่วมกันจัดเที่ยวบินพาณิชย์พิเศษอำนวยความสะดวกให้คนไทยในออสเตรเลียที่มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทยจำนวน 184 คน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG476 ออกเดินทางจากนครซิดนีย์ เวลา 10.48 น. และมีกำหนดถึงประเทศไทยเวลา 16.44 น. ผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าว ประกอบด้วยคนไทยจากรัฐต่าง ๆ ได้แก่ รัฐ New South Wales รัฐ Victoria รัฐ Queensland รัฐ Western Australia รัฐ Southern Australia รัฐ Northern Territory รัฐ Tasmania และ Australian Capital Territory ในโอกาสนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารคนไทยที่เดินทางกลับที่ท่าอากาศยานนครซิดนีย์ด้วย



เที่ยวบินพาณิชย์พิเศษของสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG476 นำคนไทยในออสเตรเลียจากรัฐต่าง ๆ จำนวน 184 คน ออกเดินทางจากนครซิดนีย์ เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563 เวลา 10.48 น. และมีกำหนดถึงประเทศไทยเวลา 16.44 น. ในวันเดียวกัน

ขอแสดงความยินดีกับ น้องแพ็ต พัทธนันท์ บัตเล่อร์ ผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊คชื่อดัง ห้องชุมชนคนไทยในออสเตรเลีย-สะใภ้จิงโจ้ ที่ไปรับมอบ Australian citizenship เสียที หลังจากการตัดสินใจอันยาวนาน ขอแนะนำเฟสบุ๊คกรุ๊ปที่มีประโยชน์ กรุ๊ปนี้กันนิดหนึ่ง ห้องชุมชนคนไทยในออสเตรเลีย-สะใภ้จิงโจ้ นี้ นอกจากจะช่วยตอบปัญหาครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาวีซ่าและปัญหาอื่นๆที่เกิดกับหญิงไทยที่แต่งกับสามีชาวออสเตรเลียน สมาชิกในกรุ้ปนี้และตัวแอดมินก็จะช่วยกันตอบ ช่วยกันแก้ปัญหา และที่สำคัญที่สุดใช้เฟสไว้ช่วยเหลือผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับอุบัติเหตุ ไฟไหม้ หรืออุบัติเหตุรถชน เจ็บป่วยมากมายอย่างมีประสิทธิภาพ  จึงเป็นที่นิยมกันทำตามแบบกันในการให้ความช่วยเหลือกันมากขึ้นในประเทศออสเตรเลีย

พัทธนันท์ ไปเข้าพิธีมอบ Australian citizenship ที่ Ken Jackman Hall เลขที่ 2 Robbos Way ที่เทศบาลเมือง Kwinana จัดขึ้น โดยมี นายกเทศมนตรี นาง Carol Adams เป็นผู้มอบให้ เมือวันที่ 17 กันยายน 2563 เธอเล่าถึงเรื่องนี้ว่า “แพตได้ไปสอบซิติเซ่นออสเตรเลียเสียทีเพราะอย่างแรกก็ย้ายจากเมือง Port Hedland ที่ รัฐWestern Australia เพราะสามีทำงานในเหมือง เข้ามาอยู่ในเมืองเพิร์ธแล้ว แต่งงานอยู่ออสมานานแพตเพิ่งอยากจะสอบเอาสัญชาติ อาจจะเพราะความงกค่าต่อ PR ซึ่งแพงขึ้นทุกปีด้วยมังคะ กับกลัวเขาออกกติกาใหม่คือสอบภาษาอังกฤษร่วมด้วยซึ่งมันจะยิ่งยากไปอีก การเตรียมตัวนั้น ถามว่ากังวลมั้ยมีแน่นอนคะ การจะไปสอบไม่ใช่อายนะถ้าเราจะสอบตก  แต่ขี้เกียจจะเข้าเมืองไปสอบอีก หลังจากฟังประสบการณ์ที่คนอื่นเล่ามาเยอะแยะ แพตก็ตัดสินใจทำเรื่องขอสอบตั้งแต่ตุลาคมปี 2018 ใช่คะฟังไม่ผิดหรอก ปี2018 นานมากคะ สำหรับการรอเรียกสอบ  แล้วก็มี อีเมลเรียกสอบมาถึงเดือนมกราคม 2020 แต่แพตพลาดค่ะ ไม่เห็นอีเมลที่เขาเรียกสอบ จึงได้ติดต่อขอทำเรื่องอีกครั้ง แต่ทางแผนกรับค่าสอบติดต่อขอคืนเงินให้แพตมา เพราะเห็นไม่ติดต่อเรื่องไปทำการสอบ ซึ่งแพตมาเห็นเอกสารตอนเขาจะคืนเงินค่าสอบถึงตกใจ ทำไมฉันพลาดขนาดนี้ เขาเรียกสอบตั้งแต่มกราคม มาเห็นอีเมลในเดือนมีนาคม สามเดือนถึงเห็นอีเมลเพราะมันไปตกที่กล่องขยะ junk  ฝากเพื่อน ๆ ที่จะสอบอย่าลืมเชคให้ดี ๆ นะคะ ตอนแรกกังวลมากมายกลัวต้องยื่นเอกสารชุดใหม่อีกรอบ แต่โชคดีไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แค่โทรไปบอกเจ้าหน้าที่ว่าฉันยังต้องการสอบ ช่วยฉันหน่อย ขอยื่นมาปีกว่าแล้ว ช่วยดูให้ฉันที คนรับโทรศัพท์น่ารักมาก มาย เอาเอกสารอัพเรื่องขึ้นเว็บ ในอิมมิแอคของเราให้ คือแพตส่งเอกสารทางไปรษณีย์ แต่เจ้าหน้าที่ช่วยเอาขึ้นเวบให้ จากนั้นก็รอมาตั้งแต่มีนาคมจนวันที่ 6 กรกฎาคม เขาก็เรียกตัวนัดสอบวันที่ 9 กรกฎาคม จนท.คราวนี้โทรมานัดอีกรอบ ดีมากเลยค่ะ  แต่ที่กังวลคือตายแล้ว มีเวลาเตรียมตัวไปสอบแค่ 3 วัน มันไวมากหนังสือไม่ทันอ่านสักตัวยัง แถมคืนก่อนจะสอบปาร์ตี้ทุเรียนยันคืนสุดท้ายก่อนสอบทั้งวันจนถึง3 ทุ่มมเพื่อนๆถึงแยกย้ายหนังสือไม่ได้แตะเลยค่ะ ทำไงละทีนี้ เทคนิค คือดูเฉลยข้อสอบท่องเอาเลย อ่านคำถามอ่านคำตอบซ้อมทำในเวบ ประมาณสัก 100 ข้อ ทำ 2 รอบ อ่านเอกสารประกอบวนไปนิดนึง ให้มันผ่านตาให้มากที่สุดในคืนเดียว เช้าไปสอบเลย ขั้นตอนง่าย  มากๆ นั่ง10 นาที จากเวลาเขาให้ 45 นาที ต่อข้อสอบ 20 ข้อ ทั้งกังวลทั้งกลัว ง่ายมากคะ ใครถึงกำหนดขอยื่นสอบได้ ทำเรื่องเถอะ  มันไม่ยากเลยจริง ๆ จากนั้นก็รอ จะอีเมลเรียกมาให้ไปสาบานตนเพื่อทำพิธีให้ได้เป็นคนของประเทศนี้โดยสมบูรณ์หลังการทำพิธีจบ การสอบผ่านหากยังไม่สาบานตนไม่ถือว่าเป็นซิติเซ่นโดยสมบูรณ์นะคะ จนกว่าจะผ่านพิธีสาบานตนให้เรียบร้อยและรับเอกสารจากรัฐถึงจะเป็นผู้ถือสัญชาติโดยสมบูรณ์ หลังจากพิธีสาบานตนก็ไปเลี้ยงฉลองเงียบๆกับเพื่อนสาวสองคนที่ Thai By The Sea Restaurant เขต Rockingham เป็นอันจบวัน เริ่มต้นการเป็นพลเมืองโดยสมบูรณ์ของแพตคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนคะ Aussie Aussie Oi Oi Oi”



ขอแสดงความยินดีกับ พัทธนันท์ บัตเล่อร์ ผู้ก่อตั้งเฟสบุ๊คชื่อดัง ห้องชุมชนคนไทยในออสเตรเลีย-สะใภ้จิงโจ้ ไปเข้าพิธีมอบ Australian citizenship และสาบานตน ที่ Ken Jackman Hall ที่เทศบาลเมือง Kwinana จัดขึ้น เมือวันที่ 17 กันยายน 2563

พี่ตา ศิริรัตน์ แม่น้ำใส ทำบุญบ้านที่ Green Valley โดยนิมนต์ หลวงตาน้อย สังวโรภิกขุ จาก วัดพุทธเมตตา เขต St Johns Park พร้อมพระสงฆ์อีก 2 รูป มาทำพิธีเพื่อเป็นศิริมงคล พร้อมทั้งทำบุญวันคล้ายวันเกิด น้องรัก เล็ก ณิชาภา บุญรังษี ครบรอบ 50 ปี ไปพร้อมกัน หลวงตาน้อย ครบ 100 พรรษา ปีนี้ยังคงเดินอย่างคล่องแคล่ว ความจำดี นำพระสงฆ์สวดเจริญพระพุทธมนต์ จบแล้วเจ้าภาพถวายถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และภัตตาหาร พระสงฆ์ให้พรเจ้าของบ้าน และเจ้าของวันเกิด ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ทั่วบ้าน และคนที่มาร่วมงานเพื่อเป็นสิริมงคล เป็นเสร็จพิธี หลังส่งคณะสงฆ์กลับวัด แขกและเพื่อนสนิทนั่งรับประทานอาหารต่อ พี่ตา ศิริรัตน์ ซึ่งปีนี้ย่างเข่า 74 ปี แต่ยังสวยสดใสอยู่ตลอดเพราะทำบุญเป็นประจำกล่าวฝากถึงทุกคนว่า “ปีนี้ทำบุญบ้านหรือยังเอ่ย ถ้ายังก็น่าจะหาโอกาสทำบ้างนะคะ อย่างน้อยปีหนึ่งก็ควรทำสักครั้ง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้าน เจ้าของบ้าน และคนอื่นๆ ที่อยู่ในบ้าน จะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข เป็นการแสดงออกถึงความ กตัญญูต่อที่พักอาศัย ถามว่าทำบุญบ้านจำเป็นไหม การประกอบพิธีทำบุญบ้านอยู่คู่กับวิถีชีวิตคนไทยมานาน ป้าว่าควรจะทำอย่างยิ่ง และทำโดยยึดหลักของความพอดี ความพอประมาณ หรือหลักมัตตัญญุตา ไม่จำเป็นต้องทำเอิกเกริก ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ แขกก็เชิญมาเฉพาะที่สนิทกันจริงๆ จะได้ไม่เป็นการรบกวนคนอื่น”



ริรัตน์ แม่น้ำใส ทำบุญบ้านที่ Green Valley โดยนิมนต์ หลวงตาน้อย สังวโรภิกขุ จาก วัดพุทธเมตตา เขต St Johns Park พร้อมพระสงฆ์อีก 2 รูป มาทำพิธีเพื่อเป็นศิริมงคล พร้อมทั้งทำบุญวันคล้ายวันเกิด น้องรัก ณิชาภา บุญรังษี ครบรอบ 50 ปี

ขอแนะนำให้คุณผู้อ่าน ได้รู้จักกับ เมืองคอฟส์ ฮาร์เบอร์ Coffs Harbour (ฝรั่งชาวเมือง slur word ออกเสียงเป็น คอฟซาเบอร์) เป็นเมืองชายทะเลใหญ่อีกเมืองหนึ่งของรัฐนิวเซาธ์เวลส์และได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลกติดต่อกันหลายปี อยู่บนชายฝั่งตอนกลางทางด้านเหนือของนิวเซาธ์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย อยู่ห่างจากนครซิดนีย์ไปทางด้านเหนือ 540 กม. และอยู่ห่างมาทางตอนใต้ของบริสเบน 390 กม. นับเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดบนชายฝั่งทางเหนือมีประชากรประมาณ 71,822 คน สถิติสำมะโนประชากรในปี 2561 เศรษฐกิจของคอฟส์ ฮาร์เบอร์ เคยมีพื้นฐานมาจากกล้วยเป็นหลัก จนทำให้ภูมิภาคนี้เป็นที่รู้จักในนาม Bananacoast แต่ปัจจุบันนี้ถูกแทนที่ด้วยบลูเบอร์รี่เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวและการตกปลา

Coffs Harbour ตั้งอยู่บริเวณสุดขอบของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะ Solitary Islands Marine Park อันเป็นสวรรค์สำหรับ ปลาโลมา เต่า ปลาเขตร้อน tropical fish และปลาวาฬอพยพ เส้นทางเดินเลียบชายฝั่งหมู่เกาะ Solitary Islands มีจุดชมวิวบนเนินเขาปลายแหลมที่ยื่นออกไป headlands เป็นจุดสำหรับการชมปลาวาฬ ที่น่าตื่นตาเพราะจะเห็นปลาวาฬกระโดดเล่นน้ำอย่างชัดเจนที่สุดกว่าที่ใดใดในประเทศออสเตรเลีย ในระหว่างเดือนพฤษภาคมและพฤศจิกายน

สะพานท่าจอดเรือ Marina breakwater bridges บนหาด Jetty เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติของเกาะ Muttonbird มีทิวทัศน์อันงดงาม Coffs Harbour มีวิทยาเขตของ Southern Cross University ตั้งอยู่ มีทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนหลายแห่ง มีศูนย์การค้าใหญ่ๆสามแห่ง และสถานีวิทยุอีกหลายสถานี ที่สำคัญ Coffs Harbour อยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติหลายแห่งรวมถึงอุทยานแห่งชาติทางทะเล มีสวนสนุกและสวนน้ำ Big Banana Fun Park เป็นที่พักผ่อนสำหรับครอบครัวครบวงจร ที่สำคัญมี Water slide ที่สูงที่สุดในออสเตรเลีย มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Dolphin Marine Conservation Park ขนาดกลาง แต่เปิดโอกาสในการว่ายน้ำกับโลมา และโดนแมวน้ำจูบ รวมถึงการแสดงและกิจกรรมต่างๆอีกมากมาย

มีเที่ยวบินโดยสาร QantasLink และ Virgin Australia บินออกจากสนามบินคอฟส์ ฮาร์เบอร์ประจำทุกวันไปยังนครซิดนีย์และเมลเบิร์น (ส่วน Tiger air นั้นบินอาทิตย์ละ 5 วัน) ขับรถไปคอฟส์ ฮาร์เบอร์ ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. 30 นาที จากซิดนีย์ มีรถไฟของ NSW TrainLink และบริการรถโดยสารทั่วไป

 

เมืองคอฟส์ ฮาร์เบอร์ Coffs Harbour เป็นเมืองชายทะเลใหญ่อีกเมืองหนึ่งของรัฐนิวเซาธ์เวลส์และได้รับคัดเลือกให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของโลกติดต่อกันหลายปี อยู่ห่างจากนครซิดนีย์ไปทางด้านเหนือ 540 กม. อยู่ห่างมาทางตอนใต้ของบริสเบน 390 กม.

พี่เพื่อนและน้องๆจัดเลี้ยงเซอร์ไพรส์ ตัดเค้ก มอบของขวัญฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 70 ปี ให้ ป้าเฉลียว มาร์ค หล้าดวงดี ที่ Surf Club Restaurant & Bar ในเมือง Coffs Harbour เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563 เกือบ 40 ปี ที่พยาบาลสาว จากรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาปักหลักใช้ชีวิตครอบครัวที่ออสเตรเลีย ป้าเฉลียวเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ ไม่ว่าใครย้ายถิ่นฐานมาอญู่ที่เมืองคอฟฟส์ ฮาเบอร์ใหม่ ป้าเฉลียวก็จะคอยให้คำแนะนำ ในการใช้ชีวิตที่เมืองนี้ คอยบอก หรือพาไปส่งซื้อของ เวลามีงานในชุมชนหรือการกุศล เธอจะทุ่มเต็มร้อย ฝีมือการแกะสลักและจัดดอกไม้ ทำให้ชาวออสเตรเลียทึ่งมาแล้วทุกงาน เป็นคนที่แอ็คทีฟตลอดเวลา ไม่ยอมอยู่นิ่ง ทำสวน ปลูกผักปลอดสารพิษกินเอง มีมากก็แบ่งปันผู้อื่น ถ้ามีเยอะเกินก็เอาไปขายในตลาด งานวันเกิดเธอนั้นถูกจัดโดยเพื่อนสนิทไม่กี่คนแล้วเรียกเธอไปทานข้าวด้วยกันเพื่อเซอร์ไพรส์ ได้ผลเซอร์ไพรส์จริงเพราะเธอไปถึงร้านอาหารเพื่อนๆที่กะจะมาเลี้ยงเธอ ทานอิ่มกันทุกคนแล้ว นั่งรอเจ้าของวันเกิดมาตัดเค้กกันอย่างเดียว ต้องขอโทษขอโพยกันรอบโต๊ะ เธอหัวเราะตามสไตล์ “จะไปรู้เหรอว่า จะฉลองวันเกิดเรา งานเข้าตั้งแต่เช้าเพราะกำลังทำ shade และห้องน้ำหลังบ้าน ทั้งช่างไฟ ช่างประปา วิ่งไปรับไม้โรงเลื่อย วิ่งไปเอาใบของ council มาให้ช่างกรอกข้อความ เพื่อให้เทศบาลมาตรวจ แล้วก็มาเจอข้อความ ทรายจองป้านะศุกร์นี้ ก็ตอบเขาไปว่า โทษทีป้ายุ่งมาก ไม่รู้ว่าเขาจัด Surprise Party ให้ น้ำก็ไม่มีเพราะเขาปิดน้ำ เด็กๆโทรมาตามกันนัวเนีย กว่าจะได้อาบน้ำสระผม ไปถึงเกือบบ่าย 2โมง เขากินกันอิ่มแล้ว เราไปทันตัดเค็ก น้องอิ้ดทำมาให้ เจ้าของวันเกิดก็แต่งตัวแบบสบายๆ ไม่ได้แต่งสวยพิเศษ ไปถึงเขานัดใส่เสื้อขาว กางเกงยีนส์กันเพื่อจะให้เราเด่น ขอบคุณทุกคนเลยคะ ที่ทำให้คนแก่หัวใจชุ่มชื่น” วันหลังจะเล่าเรื่องพยาบาลสูงวัยคนนี้ให้ฟัง สมัยเมื่อยังทำงานให้ คุณมีชัย วีระไวทยะ เมื่อครั้งยังเป็น สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน PDA ควบกับงานพยาบาลที่ โรงพยาบาล บำรุงราษฎร์ และคอยดูแลรับใช้ หม่อมเจริญ สวัสดิวัตน์ มารดาของศิลปินแห่งชาติ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ให้ฟัง ทั้งขำและตื่นเต้น



เพื่อนๆจักงานเซอร์ไพรส์วันคล้ายวันเกิดครบรอบ 70 ปี ให้ อดีตพยาบาลอาวุโส เฉลียว มาร์ค หล้าดวงดี ที่เป็นคนไทยรุ่นบุกเบิกของเมือง คอฟส์ ฮาเบอร์ เมื่อเกือบ 40 ปีแล้ว ที่ Surf Club Restaurant & Bar ในเมือง Coffs Harbour เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2563

ฉบับนี้เดลินิวส์จะพาคุณผู้อ่านไปพบกับเสาหลักของชุมชนไทยที่เมือง Coffs Harbour ที่คนไทยในเมืองคอฟส์ ฮาร์เบอร์ ต้องรู้จักแทบทุกคน หรือแม้แต่ฝรั่งออสซี่ที่ทำงานในภาครัฐและเอกชนเพราะเขาช่วยเหลือคนไทยที่เดือดร้อนในการติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานต่างๆ คนในเมืองคอฟส์ ฮาร์เบอร์และเมืองละแวกใกล้เคียงเรียกเขาว่า “คุณลุงประสาน” หรือชื่อจริงเมื่อจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี 2503 ว่า ประสาร ศรัณยวาทิน ลุงประสาร ในวัย 85 ปีเล่าว่า “ผมจบคณะเกษตร เอกเกษตรวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ KU รุ่น 15 เมื่อ พ.ศ. 2503 เริ่มงานที่กองวิศวกรรม กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทุน Colombo Plan มาดูงานการเกษตรในออสเตรเลีย เมื่อปี 2512 ที่นครแอดิเลด 1 ปี เต็มๆ หลังจากนั้นก็กลับไปเมืองไทย ก็คิดอยากกลับมาใช้ชีวิตที่ประเทศออสเตรเลียเพราะเกิดความประทับใจกับการทำงานตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวออสเตรเลีย หลังจากกลับไปเมืองไทยได้ไม่กี่ปี ก็ถูกโปรโมทไปเป็นรองผู้แทนถาวรไทยประจำ Food and Agriculture Organization/United Nations FAO/UN ที่กรุงโรมนานถึง 7 ปี ที่กรุงโรม ตั้งแต่ปี 2515 ถึง 2522

ลุงประสารเล่าว่า “ระว่างการทำงานโรม ก็กลับมาทบทวนการทำงาน พิจารณาใหม่แล้วตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้ว ที่เราควรจะทำสิ่งที่อยากทำมานาน เราคุ้นเคยเมืองแอดิเลดอยู่แล้ว เลยติดต่อสมัครงานเพื่อทำเรื่องย้ายถิ่นฐานมาที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะครบเทอมที่สองก็ได้ตำแหน่งใหม่เป็นนักวิจัยเกษตรของ Department of Agriculture ที่เมือง Adelaide ในรัฐ South Australia จึงตัดสินใจลาออกจากราชการ ย้ายถินฐานมาอยู่ที่แอดิเลด ทำงานอยู่ที่นี่ 14 ปี จนถึงอายุ 59 ปี ก็รีไทร์ตัวเอง เมื่อปี 2537 เปลี่ยนอาชีพใหม่เป็นงานล่ามและแปลเอกสารด้วยวุฒิ NAATI ระดับ 3 จนถีงปี 2550 ก็เริ่มมองหาที่อยู่ถาวรหลังเกษียณอายุ ก็มาจบที่เมืองคอฟส์ ฮาร์เบอร์ ได้ทำงานแปลและงานล่ามช่วยเหลือคนไทยที่ตกทุกข์ได้ยากที่เมืองนี้มาจนถึงทุกวันนี้”

ลุงประสาร ฝากข้อคิดดีดีว่า “ย้ายบ้านมาอยู่เมือง Coffs Harbour ในรัฐ.New South Wales ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองชายทะเลขนาดเล็กที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งในโลก แล้วเป็นเมืองที่ slow living สำหรับผู้สูงวัยอย่างแท้จริง เหมาะสำหรับคนวัยเกษียณ ผู้คนน่ารัก ตัวผมเองนั้นเคยเป็นนักเรียนทุนเรียนดีของมูลนิธิฟุลไบรท์รวมทั้งทุนเรียนดีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย ไม่ว่าจะความเก่งหรือบุญกรรมที่ชาวพุทธอย่างเรายึดถือก็ตาม แต่คนเราไม่รู้จักเติมหรือเพิ่มบุญใหม่ให้กับตัวเองเมื่อเราอยู่สุขสบายแล้ว ก็น่าเสียดายนะ ผมก็พยายามช่วยสังคมเท่าที่จะช่วยได้ ผมตั้งกองทุนการกุศลภิสานศรัณย์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ 2537 เคยช่วยนักเรียนที่เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ และอีกหลายจังหวัดตามโครงการช่วยเหลือเด็กในชนบทของกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งให้ทุนการศึกษาที่ Flinders University ใน Adelaide และ Southern Cross University ใน Coffs Harbour ทำทั้งที่ในประเทศไทยและที่นี่ อย่างที่บอก ผมเคยเป็นนักเรียนทุนมาตั้งแต่เด็ก และก็มาได้ทุนของที่นี่อีก อยากเปิดโอกาสให้เด็กๆบ้างเหมือนเราเคยได้รับโอกาศ งานสังคมผมก็เข้าร่วมทุกงานที่สามารถเข้าร่วมได้ ถ้าเขาเชิญ ไปหมด งานของชุมชนไทยเขาก็มักเชิญไปเป็นประธานเพราะอาวุโสกว่าเขาเพื่อน งานทำบุญบ้าน งานส่งตัวเจ้าสาว ก็จูงกันมาหลายคนแล้ว มาอยู่นี่กัน พ่อหรือตาหรือปู่มาจากเมืองไทยไม่ได้ ก็เอาลุงประสารนี่แหละไปจูงแทน” ลุงประสารด้วยวัย 85 ปี 4 เดือน ซื่งหนุ่มกว่าอายุจริงมากกล่าวทิ้งท้ายอย่างอารมณ์ดี



อดีตข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากประเทศไทย และนักวิจัยเกษตรของ Department of Agriculture ในประเทศออสเตรเลีย ประสาร ศรัณยวาทิน ในวัย 85 ปี ที่ยังเข้าช่วยเหลือสังคมไทยในเมือง คอฟส์ ฮาเบอร์ อย่างสม่ำเสมอ

--------------------------------------
ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 52