อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 4 ธันวาคม 2563

ทรัมป์ติดโควิด

วิกฤตโควิด-19 ได้เข้ามาสร้างความหวาดกลัว ในสมัยแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะมาตรการรับมือที่เขาใช้นั้นดูเหมือนจะยิ่งแสดงให้เห็นว่า เขาไม่เห็นด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ แล้วเขาก็ติดไวรัสโควิด หนึ่งเดือนก่อนวันเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ จันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2563 เวลา 07.00 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เขาและสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์ จะต้องเข้ากักตัวเพราะทั้งคู่ถูกตรวจพบว่าไปสัมผัสติดต่อจนติดเชื้อไวรัส ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง โฮป ฮิกส์ หนึ่งในที่ปรึกษาระดับสูงของเขาและยังใกล้ชิดกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งด้วย ได้รับข่าวว่าติดเชื้อไวรัส

โคโรนาไวรัสหรือโควิด-19 เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีน เมื่อปลายปีที่แล้ว และพอถึงต้นปี 2563 ก็ได้สร้างผลกระทบอย่างมากในสหรัฐรวมถึงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะเขากำลังอยู่ในระหว่างการหาเสียงชิงชัยกับคู่แข่งสำคัญจากพรรคเดโมแครตอย่าง โจ ไบเดน

โดนัลด์ ทรัมป์ พูดถึงไวรัสตัวนี้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ในที่ประชุมเศรษฐกิจโลก ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ โดยบอกว่า ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เพราะมีคนเดียวที่มาจากจีน จากนั้นเขายังได้แสดงท่าทีที่ไม่ใส่ใจกับภัยคุกคามของไวรัสที่ระบาดไปทั่วโลก โดยบอกหลายครั้งว่า เชื้อโรคจะหายไปเองเมื่ออากาศอบอุ่นขึ้น เขาบอกตอนเดือน ก.พ. ว่า ในเดือน เม.ย. มันจะหายไป

ตามข้อมูลของ วอชิงตัน โพสต์ ซึ่งได้วิเคราะห์คำแถลงของผู้นำสหรัฐว่า เขาพูดไป 34 ครั้งว่าไวรัสจะหายไปเอง

แต่ในทางกลับกัน เชื้อโรคร้ายตัวนี้กลับแพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ว่าการรัฐและรัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศต้องประกาศล็อกดาวน์ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมโรค จนถึงกลางเดือน มี.ค. ต้องสั่งปิดโรงเรียนและลดการติดต่อกับประเทศอื่น ๆ นั่นทำให้เศรษฐกิจของประเทศเสียหาย ทั้งที่เศรษฐกิจคือหนึ่งในข้อพิสูจน์สำคัญ ที่จะทำให้เขาได้กลับมาชนะเลือกตั้งอีกสมัย

ในระหว่างการประชันวิสัยทัศน์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 ก.ย. โดนัลด์ ทรัมป์ ยังยืนกรานว่าเขาได้สร้างเศรษฐกิจของประเทศให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เขากลับไปอ้างถึงเรื่องในอดีตที่ไม่ได้มีอีกต่อไปแล้ว

ช่วงเริ่มต้นของวิกฤติโควิดในสหรัฐ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สนับสนุนวิธีการรักษาโควิด-19 ซึ่งก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน ว่าให้ใช้ยาไฮดรอกซีคลอโรควิน ยาต้านมาลาเรีย ซึ่งแพทย์บอกว่ายังไม่มีข้อพิสูจน์ใช้รักษาได้ แต่ผู้นำสหรัฐสนับสนุนให้ใช้ยาตัวนี้โดยตัวเขาเองลองกินดูด้วย ส่วนการใช้วัคซีนเขาได้กล่าวย้ำว่าจะให้ถึงทุกคน และจะรีบเปิดเศรษฐกิจของประเทศ

ต้นเดือน เม.ย. ทางสาธารณสุขแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ แต่ในระหว่างการประกาศจากทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงยืนยันว่าตัวเขาจะไม่สวมหน้ากาก แล้วก็ยังไปล้อเลียนคนที่ทำตามคำแนะนำรวมถึง โจ ไบเดน ด้วย

โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้สวมหน้ากากต่อหน้าสาธารณชนเลย จนถึงวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา เขาถูกประณามอย่างรุนแรงในด้านความเป็นผู้นำของเขากับการรับมือวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ ซึ่งทำให้มีคนเสียชีวิตไปแล้ว 208,000 คนในสหรัฐ และยังติดเชื้ออีก 7.2 ล้านคน

สหรัฐเป็นประเทศที่มีประชากรไม่ถึงร้อยละ 5 ของประชากรโลก แต่กลับเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดในโลก จากการแพร่ระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 เพราะตัวเลขผู้เสียชีวิตในสหรัฐนั้น คิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก

โจ ไบเดน ใช้เวลาส่วนใหญ่ในฤดูกาลหาเสียงอยู่ที่บ้านในรัฐเดลาแวร์ ต่างกับของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งออกตระเวนหาเสียงอย่างหนักและเข้าถึงฝูงชน เช่น ที่มินนิโซตา แต่ที่ฟลอริดาต้องยกเลิกไป เช่นเดียวกับที่วิสคอนซิน ซึ่งผู้นำสหรัฐในวัย 74 ปี ได้หมั่นเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด ซึ่งผลออกมาทุกครั้งระบุว่าเขาไม่ติดเชื้อ จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เขาได้ประกาศให้คนทั่วโลกทราบว่า ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว.

---------------------------------
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 48