อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 1 ธันวาคม 2563

ความเชื่อง่าย จุดอ่อนของสังคมไทย

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในยุคสังคมดิจิทัลมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชนหรือผู้ใหญ่ต่างล้วนเสพติดตกเป็นทาสสื่อสังคมออนไลน์กันแทบทั้งสิ้น จนถูกตราหน้าว่าเป็น “สังคมก้มหน้า” พฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2563 เวลา 10.00 น.


ความเชื่อง่ายของผู้คนทั่วไปในสังคมมีสาเหตุสำคัญมาจากความไม่รู้ ซึ่งความไม่รู้นั้นมีความเกี่ยวพันกับการศึกษา รวมถึงการได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ หากไม่ได้รับการศึกษาหรือมีการศึกษาเพียงเล็กน้อยก็ทำให้เป็นคนเชื่อง่าย เพราะไม่มีข้อมูลเพียงพอประกอบการพิจารณาในสิ่งต่างๆ จะเห็นได้จากพฤติกรรมที่มักทำอะไรตามๆกัน เห็นอะไรก็เชื่อ อ่านอะไรก็เชื่อ ได้ยินได้ฟังอะไรมาก็เชื่ออย่างไม่มีเหตุผล ฉะนั้นจึงตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดีและเหล่ามิจฉาชีพที่คอยจับจ้องฉกฉวยแสวงประโยชน์ในทุกรูปแบบด้วยสารพัดวิธีการ เพราะสามารถจับจุดอ่อนจากความเป็นคนเชื่อง่ายของคนทั่วไปในสังคมมาเป็นช่องทางในการล่อลวง ปอกลอก หลอกลวง รวมถึงการต้มตุ๋นอย่างแยบยล ซึ่งเป็นการก่ออาชญากรรมสร้างความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้างทั้งในระดับเศรษฐกิจภาคครัวเรือนและเศรษฐกิจระดับชาติ



การล่อลวงเด็กและเยาวชน เป็นปัญหาใหญ่ของสังคมที่สร้างความเดือดร้อนและความทุกข์ใจแก่ครอบครัวไทยมาโดยตลอด และยังเป็นการทำลายอนาคตของชาติอย่างร้ายแรง การหลอกลวงทางการเงินและการต้มตุ๋นทางธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชักชวนให้ทำธุรกิจขายตรงหรือธุรกิจแชร์ลูกโซ่ การหลอกลวงให้ได้มาซึ่งข้อมูลเพื่อโจรกรรมเงินจากบัญชีธนาคาร ฯลฯ ล้วนสร้างความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้าง

ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในยุคสังคมดิจิทัลมีการใช้สื่อสังคมออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชนหรือผู้ใหญ่ต่างล้วนเสพติดตกเป็นทาสสื่อสังคมออนไลน์กันแทบทั้งสิ้น จนถูกตราหน้าว่าเป็น “สังคมก้มหน้า” นอกเหนือจากที่ตกเป็นทาสสังคมบริโภคนิยมมาก่อนหน้านี้ สื่อสังคมออนไลน์มีทั้งคุณอนันต์และโทษมหันต์เปรียบเสมือนดาบ 2 คม หากใช้ในทางที่ถูกต้องอย่างสร้างสรรค์ก็เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น หากใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมก็เป็นโทษต่อตนเองและผู้อื่น

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดในขณะนี้ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสงบสุขของสังคมและความมั่นคงของประเทศชาติ คือ “ขบวนการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน” ที่มีแนวคิดสุดโต่งร่วมมือกันระหว่างคนในชาติและคนต่างชาติได้นำจุดอ่อนของคนไทยที่เป็นคนเชื่อง่ายมาใช้ประโยชน์ทางการเมืองด้วยจิตใจทมิฬหินชาติและอำมหิตเลือดเย็น โดยใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จและข่าวสารที่มีการบิดเบือนในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายเพื่อยุยงปลุกปั่นสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองในสภาพสังคมอนาธิปไตย (anarchy) มุ่งทำลายภาพลักษณ์ของประเทศชาติด้วยเจตนาร้าย “ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน” มุ่งหวังให้ต่างชาติเข้าแทรกแซงกิจการของรัฐท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ การแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อทุกประเทศทั่วโลก ประเทศไทยก็ตกอยู่ในสภาวการณ์อันเลวร้ายเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ



ความเป็นคนเชื่อง่ายของสังคมไทยหากมีความเกี่ยวข้องกับเฉพาะบุคคลก็มีผลกระทบอยู่ในวงจำกัด หากมีความเกี่ยวข้องกับสาธารณชนก็มีผลกระทบในวงกว้าง แต่กรณีที่เป็นข่าวเท็จและข่าวบิดเบือนเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเรื่องที่อ่อนไหวไม่อาจล่วงละเมิดได้ เพราะประเทศไทยมีโครงสร้างที่ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่มีมายาวนานกว่า 700 ปี พระมหากษัตริย์ทรงทำนุบำรุงชาติบ้านเมืองตลอดมาและรักษาแผ่นดินสืบทอดแก่อนุชนรุ่นหลังมาจวบจนปัจจุบัน ซึ่งประเทศไทยไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของประเทศมหาอำนาจดังเช่นประเทศอื่น แนวคิดสุดโต่งเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สรรพสิ่งทั้งหลายย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา การเปลี่ยนแปลงในเชิงสร้างสรรค์ย่อมเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่การเปลี่ยนแปลงในเชิงทำลายย่อมเป็นโทษแก่ส่วนรวม

เพื่อเป็นประโยชน์ต่อคนในชาติทุกหมู่เหล่า ทุกเพศและทุกวัยจึงใคร่ขอน้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มาเผยแผ่ให้ได้ศึกษาและพิจารณากันซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันในการดำรงชีวิตอย่างเป็นปกติสุขตามอัตภาพของแต่ละบุคคลด้วยความไม่ประมาท โดยไม่เป็นคนเชื่อง่ายจากสิ่งต่างๆรอบตัว เพราะความเชื่อง่ายจะเป็นโทษและสร้างความทุกข์แก่ตนเอง ผู้คนในบ้านเมืองขณะนี้กำลังตกอยู่ในความสับสนอลหม่านและโกลาหลวุ่นวายเป็นที่สุดที่เกิดจากการถูกชักจูงและการครอบงำความคิดจากผู้ที่มีจิตคิดชั่ว (อกุศลจิต) และจงใจชั่ว (อกุศลเจตนา ) เมื่อได้รับข้อมูลข่าวสาร​อะไรมาก็ตามที ขอให้ได้นำมาพิจารณา​ไตร่ตรองด้วยความรอบคอบเสียก่อน อย่าไปปักใจเชื่อง่ายๆ เพื่อมิให้บ้านเมืองต้องพินาศล่มจมไปเพราะขาดความรู้เท่าทันหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

กาลามสูตร (เกสปุตตสูตร) ว่าด้วยมิให้เชื่อโดยอาการ 10 อย่าง

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จจาริกไปในชนบท แคว้นโกศล เมื่อบรรลุถึงเกสปุตตนิคม ซึ่งเป็นที่อยู่แห่งหมู่ชนกาลามโคตร พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
1.อย่าได้ถือโดยได้ฟังตามกันมา
2.อย่าได้ถือโดยลำดับสืบๆ กันมา
3.อย่าได้ถือโดยความตื่นว่า ได้ยินอย่างนี้ๆ
4.อย่าได้ถือโดยอ้างตำรา
5.อย่าได้ถือโดยเหตุนึกเดาเอา
6.อย่าได้ถือโดยนัยคือคาดคะเน
7.อย่าได้ถือโดยความตรึกตามอาการ
8.อย่าได้ถือโดยชอบใจว่าต้องกับลัทธิของตน
9.อย่าได้ถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้
10.อย่าได้ถือโดยความนับถือว่าสมณะผู้นี้เป็นครูของเรา



สิงคาลกสูตร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติต่อบุคคลต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์​ต่อกัน ซึ่งในหลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธ​เจ้า ตรัสถึงวิธีปฏิบัติของบุตรธิดาต่อมารดาบิดาและวิธีปฏิบัติของมารดาบิดาต่อบุตรธิดา หากได้น้อมนำมาประพฤติ​ปฏิบัติต่อกันภาย​ในครอบครัวด้วยความเห็นถูก​(สัมมาทิฏฐิ)​ จะเป็นประโยชน์​สุขยิ่งต่อทุกครอบครัว

วิธีปฏิบัติของบุตรธิดาต่อมารดาบิดา คือ ด้วยตั้งใจว่า ท่านเลี้ยงเรามา เราจักเลี้ยงท่านตอบ จักรับทำกิจของท่าน จักดำรงวงศ์ตระกูล จักปฏิบัติตนให้เป็นผู้สมควรรับทรัพย์มรดก เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว ทำบุญอุทิศให้ท่าน

วิธีปฏิบัติของมารดาบิดาต่อบุตรธิดา คือ ห้ามจากความชั่ว ให้ตั้งอยู่ในความดี ให้ศึกษาศิลปวิทยา หาภรรยาที่สมควรให้ มอบทรัพย์ให้ในสมัย

..................................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    80%
  • ไม่เห็นด้วย
    20%

บอกต่อ : 90