อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

เก่งหลังเกม : ม้าหลายตัวลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก?

เจอร์เกน คลอปป์ บอกว่า พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ มีทีมลุ้นแชมป์มากกว่าแค่ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่ ทีมใดมีสิทธิขึ้นมาเบียดลุ้นแชมป์อีก ไปดูกัน... จันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2563 เวลา 14.59 น.

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้นำถึง 3 ครั้ง

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อย

เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 พ.ย. เซาแธมป์ตัน อัด นิวคาสเซิล 2-0 ผงาดนำจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

แต่หัวค่ำวันอาทิตย์ที่ 8 พ.ย. ทอตแนม ฮอตสเปอร์ บุกเฉือน เวสต์บรอมฯ 1-0 แซงนำแทน

เป็นการขึ้นจ่าฝูงของลีกครั้งแรก นับตั้งแต่ปีค.ศ. 2014 หรือในรอบ 6 ปีของ สเปอร์

แต่พวกเขาก็นำได้แค่ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้น เจมี วาร์ดี ยิงจุดโทษ ช่วยให้ เลสเตอร์  ชนะ วูล์ฟส์ 1-0 แซง สเปอร์ ยึดหัวหาดยาวจนถึงตอนนี้

ความจริง เกือบจะเกิดการเปลี่ยนมือครั้งที่ 4 ด้วยซ้ำ ถ้าหาก ลิเวอร์พูล บุกไปชนะ แมนฯ ซิตี

แต่เพราะทำได้แค่เสมอ 1-1 ทำให้ หงส์แดง ตกจากที่ 1 ลงไปอยู่ที่ 3 หลังจบสัปดาห์นี้

เจอร์เกน คลอปป์ บอกตั้งแต่ก่อนเกมว่า ฤดูกาลนี้ พรีเมียร์ลีก ไม่ได้แย่งแชมป์กันแค่ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี เหมือน 2-3 ปีที่ผ่านมา

แต่มีม้าหลายตัวแย่งชิงกัน

หลังเดินทางกันมาได้  7-8 นัด มีแนวโน้มเหมือนอย่างที่ยอดกุนซือเยอรมันบอกจริงๆ

เพราะถ้าดูอันดับในตาราง ถือว่าสูสี และใกล้เคียงกันมาก

ไล่เรียงอันดับหลังผ่าน 8 เกม ก่อนเบรกฟีฟ่าเดย์ เดือน พ.ย. ดังนี้



เลสเตอร์ 18, สเปอร์ 17, ลิเวอร์พูล 17, เซาแธมป์ตัน 16, เชลซี 15, วิลลา 15, เอฟเวอร์ตัน 13, พาเลซ 13, วูล์ฟส์ 13, แมนฯ ซิตี (7 นัด) 12, อาร์เซนอล 12 คะแนน

อันดับ 1-11 แต้มห่างกันแค่ 6 แต้ม ส่วน อันดับ 14 แมนฯ ยูไนเต็ด มี 10 คะแนน ห่างแค่ 8 คะแนน

ขณะที่เหลืออีกถึง 30 เกม

นั่นคืออันดับ และคะแนน ที่มองกันแบบหยาบๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า มีลุ้นกันหลายทีมจริง

แต่ในความเป็นจริง และถ้าพูดถึงศักยภาพแล้ว ถามว่าทีมใดบ้างที่มีลุ้นจริงจัง

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ผันผวนหนักมาก แต่ละเกม ไม่ว่าเตะกับทีมไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด

แต่เมื่อฤดูกาลผ่านไปเรื่อยๆ คุณภาพที่แท้จริงของแต่ละทีมจะแสดงออกมาให้เห็นเอง

ที่เริ่มเห็นชัดเจนคือ เอฟเวอร์ตัน ที่ชนะรวด 4 เกมแรก

พอมีปัญหานักเตะเจ็บ-ติดโทษแบน และคู่แข่งเริ่มจับทางได้ พวกเขาก็กลับมายืนในจุดที่น่าจะเป็น

ไม่น่าจะต่างกับทีมในกลุ่มครึ่งบนอย่าง เซาแธมป์ตัน, แอสตัน วิลลา, คริสตัล พาเลซ หรือ วูล์ฟส์ 

ที่อาจจะดีแค่ชั่วครู่ชั่วยาม และศักยภาพเชิงลึกยังเป็นรองทีมใหญ่ เล่นไปๆเดี๋ยวก็น่าจะแผ่วเอง

เกม แมนฯ ซิตี กับ ลิเวอร์พูล เตะกันไฟแลบ มีประเด็นให้พูดถึงมากมาย

แต่ถ้ามองภาพรวมทั้ง 2 ทีม แสดงให้เห็นว่า ยังเหนือกว่าอีก 18 ทีมอย่างชัดเจน

เมื่อฤดูกาลผ่านไปเรื่อยๆ ยังไงเสีย 2 ทีมนี้ก็โดดเด่นที่สุดในการแย่งแชมป์

คำถามคือจะมีทีมไหนขึ้นมาเบียดกับทั้งคู่

ถ้ามอง ณ นาทีนี้ มีลุ้นจริงจังอยู่ไม่เกิน 3 ทีม คือ เชลซี, สเปอร์ และ เลสเตอร์ 

ส่วน อาร์เซนอล กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่คงเส้นคงวา ต้องเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญจริงๆ ถึงจะขึ้นมาลุ้นด้วย

เชลซี พอได้โกลใหม่ เกมรับดูดีขึ้นทันตา เพียงเท่านี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไร

เพราะทีมสิงห์สำอาง มีเกมรุกที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ล้นทีม เล่นกันเองได้อยู่แล้ว

เมื่อเกมรับไม่เสียประตู โอกาสชนะย่อมเป็นไปได้เสมอ

ส่วน สเปอร์ เรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่หวือหวา แต่มี โฮเซ มูรินโญ ที่ทำทีมเขี้ยวขึ้นทุกวัน

แถมมีแนวรุกอันตราย ทำประตูได้ตลอดเวลา ทั้งจาก 3 ประสาน "เคน-ซอน-เบล" และคนอื่นๆ

ยิ่ง เลสเตอร์ ถือว่าน่าสนใจมาก

เพราะนี่ขนาดนักเตะเจ็บเยอะ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ยังพาทีมเป็นจ่าฝูงได้

คิดดูว่าถ้าตัวหลักกลับมาจะดีขึ้นแค่ไหน

อย่าลืมว่า ด้วยสไตล์แบบนี้แหละ ที่ เคลาดิโอ รานิเอรี เคยเสกให้พวกเขาประสบความสำเร็จมาแล้ว

ถ้าถาม ณ ตอนนี้ นับม้าจึงน่าจะมีประมาณ 5 ตัวด้วยกัน

แต่สุดท้ายจะเหลือ 2 ตัว หรือแค่ตัวเดียวเหมือนฤดูกาลที่แล้ว

เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์?

เครดิตภาพ : บีบีซี สปอร์ตส์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 69