อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 มกราคม 2564

คนขายชาติ

นายโจนาทาน พอลลาร์ด ซึ่งอดีตเป็นนักวิเคราะห์ข่าวกรองของกองทัพเรือ โดยในปี 1985 เขาได้แอบส่งเอกสารชั้นความลับมากมายให้กับหน่วยงานข่าวกรองของอิสราเอล การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นจารชนให้กับรัฐบาลอื่น พูดง่าย ๆ ว่าเขาถูกจับกุมในข้อหาขายชาติ พุธที่ 25 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น.


เรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เมื่อสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ นายโจนาทาน พอลลาร์ด ซึ่งอดีตเป็นนักวิเคราะห์ข่าวกรองของกองทัพเรือ โดยในปี 1985 เขาได้แอบส่งเอกสารชั้นความลับมากมายให้กับหน่วยงานข่าวกรองของอิสราเอล ซึ่งข้อมูลที่ส่งไปนั้นเป็นข้อมูลลับของสหรัฐอเมริกา การกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นจารชนให้กับรัฐบาลอื่น พูดง่าย ๆ ว่าเขาถูกจับกุมในข้อหาขายชาตินั่นเอง

แม้เราจะรู้ดีว่าอิสราเอลกับสหรัฐอเมริกานั้นสนิทสนมมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันมากแค่ไหนในเวทีระดับโลก แต่เรื่องความลับข่าวกรองนั้น บางอย่างก็ไม่สามารถแบ่งปันกันได้ แม้จะเป็นมิตรประเทศกัน แต่บางเรื่องก็ต้องอยู่ในขอบข่ายความลับจะนำมาเผยแพร่ให้กับอีกประเทศหนึ่งไม่ได้

ความเสียหายที่พอลลาร์ดทำนั้น ทำให้เขาถูกนำตัวขึ้นศาล ทางอัยการตั้งข้อหาหนักและยืนยันให้ลงโทษจำคุกที่ยาวนานกว่าคดีไหน ทางผู้พิพากษาได้เพิ่มโทษให้พอลลาร์ดติดคุกตลอดชีวิต ถูกขังคุกมากว่า 30 ปี จนมีการลดหย่อนโทษปล่อยตัวพอลลาร์ดให้ออกมาสู่โลกด้านนอกในปี 2015 หรือ 5 ปีก่อนนั่นเอง



โดยมีคำสั่งว่า พอลลาร์ดจะเดินทางออกจากสหรัฐอเมริกาไม่ได้โดยเด็ดขาด

จนกระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน กระทรวงยุติธรรมได้ยกเลิกคำสั่งนี้ และทำให้พอลลาร์ดจะเดินทางออกจากสหรัฐอเมริกา เดินทางไปยังอิสราเอล โดยเขามีความตั้งใจจะฝังร่างที่ประเทศแห่งนี้นั่นเอง

เขารักที่จะไปอิสราเอล มันเป็นความฝัน ความต้องการ และความหวังของเขา ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีกับอิสราเอลและอเมริกาด้วย มันดีต่อหลักนิติรัฐ และผมหวังว่ามันจะเกิดขึ้น” คำพูดของอลัน เอ็ม เดอโชวิท อาจารย์กฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดซึ่งออกมาสนับสนุนพอลลาร์ดได้กล่าวในสื่อนิวยอร์ก ไทมส์

ถ้าใครสนใจอเมริกา จะรู้ว่าอลันนั้นคือปรมาจารย์กฎหมายระดับเซียน เขาเป็นหนึ่งในดรีมทีมทนายความของโอเจ ซิมป์สัน นักกีฬาอเมริกันฟุตบอลชื่อดังที่โดนจับในข้อหาฆ่าอดีตภรรยากับชู้ตาย แต่สุดยอดทนายความดรีมทีมนี้แหละครับที่ว่าความจนซิมป์สันพ้นผิดมาแบบช็อกสังคมอเมริกัน

กลับเข้าเรื่อง! พอลลาร์ดนั้นเป็นยิว และในอิสราเอล เขาเป็นวีรชนในสายตาคนที่นั่น เซียนการเมืองระหว่างประเทศมองว่า การที่กระทรวงยุติธรรมดำเนินการนี้ น่าจะเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งกำลังจะหมดวาระลงในอีกไม่กี่เดือนหลังแพ้การเลือกตั้ง โดยทรัมป์ได้อนุมัติเรื่องนี้มอบให้กับรัฐบาลอิสราเอล ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมา อิสราเอลกับอเมริกาต่างมีความสัมพันธ์ที่ดีกันอย่างมาก ในระดับที่อเมริกายอมย้ายสถานเอกอัครราชทูตตัวเองจากเมืองหลวงอิสราเอล อย่างเทล อาวีฟ มายังกรุงเยรูซาเลม ท่ามกลางการประท้วงไม่เห็นด้วยของชาติมุสลิมทั้งหลาย

โดยที่ผ่านมาหน่วยข่าวกรองอิสราเอลและอเมริการ่วมมือกันหลายเรื่อง ทั้งสังหารนายพลอิหร่าน หรือการสังหารผู้นำอัลกออิดะห์หมายเลข 2 ความร่วมมือนี้จึงนำไปสู่การยอมให้พอลลาร์ดได้ออกนอกประเทศไปยังอิสราเอล ซึ่งคงเป็นประเทศที่เขาอยากไปอยู่มาก ๆ

การติดคุกมายาวนาน ทำให้พอลลาร์ดมีอาการป่วย และชราภาพ ว่ากันว่าการอนุมัติครั้งนี้ไม่มีการประท้วงจากเจ้าหน้าที่หรือใครเลย หลายคนมองว่า ต่อให้พอลลาร์ดกุมความลับของข่าวกรอง ก็แทบจะไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะข้อมูลข่าวกรองเมื่อเกือบ 40 ปีก่อนนั้น อาจจะล้าสมัยไปแล้ว

พูดง่าย ๆ ว่าทางการอเมริกา มองว่าพอลลาร์ดไม่น่าจะเป็นภัยคุกคามให้กับประเทศตัวเองอีกต่อไป

คำถามสำคัญที่อยากชวนถกคือ เอาเข้าจริง ๆ แล้วพอลลาร์ดเป็นคนขายชาติหรือไม่

อันนี้น่าสนใจ



เบน แอนเดอร์สัน นักวิชาการผู้ล่วงลับ ได้นิยามชาติไว้ในหนังสือของแกที่น่าอ่านมาก คือชาติเป็นชุมชนจินตกรรม เราไม่ต้องรู้จักกัน แต่รับรู้อะไรบางอย่างร่วมกันได้ หมายความว่าอย่างไร

อาจารย์เบน แกทำให้เห็นว่ารัฐชาตินั้นก่อกำเนิดในโลกนี้ได้ไม่นาน มันมีสำนึกอะไรบางอย่างร่วมกันระหว่างคนในชุมชน ทำให้เรารู้สึกเป็นพวกเดียวกัน เพราะเรามีจินตนาการบางอย่างร่วมกันโดยไม่รู้ตัว นั่นก็คือชาตินั่นเอง


สิ่งนี้นี่แหละ ที่ทำให้เกิดประเทศและชาติบนโลกขึ้นมาได้ สังเกตไหมว่า เวลาเราไปต่างประเทศ เราพบเจอคนไทย แล้วรู้สึกเหมือนสนิทพวกเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่เราอาจไม่รู้จักเขา นั่นก็เพราะเรามีนิยามจินตนาการความเป็นชาติร่วมกัน หรือเวลาเราเชียร์กีฬา แล้วมันสนุกมันมีอารมณ์ร่วม สิ่งนี่แหละครับคือจินตกรรมความเป็นชาติ

จินตนาการนี่แหละครับ เป็นคุณสมบัติที่ทำให้มนุษย์วัฒนาตัวเองขึ้นมาเหนือกว่าสัตว์อื่น ๆ ได้

คำถามในข่าวนี้คือ ถ้าชาติเป็นสิ่งที่เราฝันนิยามร่วมกัน แล้วเราทรยศชาติได้ไหม คำตอบก็คือได้ครับ แต่แม้ชาติอาจทำอะไรคุณไม่ได้ แต่หน่วยงานที่ถูกสร้างขึ้นมาในความเป็นชาติ เช่นหน่วยงานของรัฐก็อาจจะจัดการกับคุณ โดยพิจารณาว่าการทรยศชาติของคุณนั้นหนักเบาแค่ไหน ถ้าก่อความเสียหายรุนแรง ก็อาจโดนติดคุก อาจโดนสื่อประณาม ดังนั้นคำว่าคนขายชาติถือเป็นคำที่แรงมากนะครับ เพราะมันทำลายจินตกรรมร่วมกันของคนในชุมชนไปในทางเสื่อมเสีย ซึ่งทุกยุคทุกสมัยนิยามคนขายชาติก็เปลี่ยนไปตลอด และหลายครั้งคนขายชาติเหล่านี้ก็กระทำไปเพราะว่ารักชาติที่ตนโดนกล่าวหาว่าทรยศนั่นแหละครับ

จากข่าวนี้ สิ่งที่เห็นคือ ตัวพอลลาร์ดเองเขามีจินตนาการความเป็นชาติที่แตกต่างจากคนอื่นอยู่มาก และเขาก็ดันอยากจินตนาการความเป็นชาติอื่น ที่ไม่ใช่สหรัฐอเมริกา จึงยอมลงทุนย้ายตัวเองจากอเมริกาไปอิสราเอล เรื่องนี้หากเป็นสมัยก่อนสัก 100-200 ปีก่อน มันคงจะไม่ยากเลย คนเราก็ย้ายชุมชนกันเสมอมา แต่โลกภายใต้รัฐชาตินี้ มันทำให้การย้ายชุมชนดูวุ่นวายมากกว่าเดิม
ไม่ว่าอย่างไร พอลลาร์ดก็ได้ออกจากคุกออกจากประเทศอย่างสมใจอยากที่ตั้งใจหวัง คำว่าคนขายชาติ ทรยศชาติ ยังไม่มีใครไปถามพอลลาร์ด เรื่องนี้มันจึงมีมุมมองให้ขบคิดอยู่พอสมควร ทุกอย่างจึงมี 2 ด้านให้พิจารณากันรอบคอบและที่สำคัญ ไม่ว่าชาติจะเป็นแบบไหน แต่ชาติที่ดีต้องมีประชาชนอยู่ในชาติด้วย ไม่อย่างนั้น จินตนาการร่วมกันของคนทั้งชุมชนแห่งนี้ คงจะไม่สมบูรณ์และไม่น่าอยู่อย่างแน่นอน
.......................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ" 
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น