อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 26 มกราคม 2564

'Carro'เสริมทัพครบวงจร ลุยตลาดรถมือสองออนไลน์

Carro ลุยหน้า เสริมทัพจับมือพันธมิตรธุรกิจชั้นนำกว่า 14 ราย ตอกย้ำเจ้าแห่งวงการตลาดรถยนต์มือสองแพลตฟอร์มออนไลน์ครบวงจร ขยายตลาดเต็มรูปแบบ อัดฉีดงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท พุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 14.00 น.


CARRO หรือ คาร์โร สตาร์ทอัปด้านตลาดรถยนต์ แพลตฟอร์มออนไลน์สัญชาติสิงคโปร์ ลุยขยายช่องทางในตลาดรถมือสอง เพิ่มบริการเต็มรูปแบบครบวงจรตอกย้ำความเป็นที่ 1 ในเรื่อง “The better place to buy and sell cars” ช่องทางการซื้อและขายรถยนต์มือสองที่ดีกว่าเดิม ผนึกกำลังชวนพันธมิตรมาเสริพธุรกิจให้แข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มช่องทางการขายที่มากกว่าเดิม รวดเร็วกว่าเดิม และครบวงจรกว่าเดิม ได้แก่ BMW Thailand , ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)บริษัท รู้ใจ จำกัด, บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด, บมจ. เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย(ประเทศไทย), บริษัท ไทร์บิดออนไลน์ จำกัด, บริษัท แฟรงค์ อินชัวร์รันซ์ โบรกเกอร์ (ไทยแลนด์) จํากัด, บริษัท มาสิกรุ๊ป (ประเทศไทย) จํากัด, Avis Rent A Car System , LLC, Fix carcare, บริษัท เว็บดีกรุ๊ป จำกัด และ Haupcar Company Limited



นายมานิต โกการ์ ผู้จัดการสาขาประเทศไทย บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยทิศทางธุรกิจภาพรวมที่ผ่านมา ว่า “ณ ปัจจุบันนี้เราได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 3 ปี ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ทุกธุรกิจต่างได้รับผลกระทบกันทุกส่วนทั่วโลก ซึ่งภาพรวมของ CARRO เองนั้น ทั้งในสาขาที่ต่างประเทศและประเทศไทยเอง นับว่ารายได้ของเราที่มีขึ้นในช่วงโควิดนั้นดีเกินคาดจากที่ประเมินไว้ เพราะในสถานการณ์แบบนี้ คนจำเป็นต้องใช้เงินสด เราจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรกๆที่คนส่วนใหญ่ต้องการพึ่งพาเรา จึงทำให้เราตัดสินใจที่จะขยายธุรกิจเพิ่มในช่วงไตรมาสที่ 3 นี้

เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่ต้องการขายรถจากโชว์รูม รถองค์กร หรือ รถตัดทั่วประเทศ และ
กลุ่มที่ 4 ตลาดรถ ซึ่งเป็นช่องทางอีกทางหนึ่งที่ช่วยดีลเลอร์ขายรถในระบบออนไลน์ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้ง 4
ช่องทางนี้ เรียกได้ว่าครอบคลุมและครบวงจรที่สุดในประเทศไทยตอนนี้ อีกทั้งเรายังสวนกระแสวิกฤติเศรษฐกิจโดยขยายทีมงานเพิ่ม ยิ่งแสดงให้เห็นว่าเรายังแข็งแกร่งในสภาวะเช่นนี้ จึงทำให้ CARRO Thailand นั้นเป็นครอบครัวที่ใหญ่มาก ซึ่ง ณ ปัจจุบัน CARRO ทั่วโลกมีสาขาอยู่ 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ (HQ) อินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย”



ด้าน นางสาวฐปณีย์ จ๋วงพานิช ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและพาร์ทเนอร์ชิพ บริษัท คาร์โร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมในส่วนแผนการตลาดว่า “สำหรับแผนในส่วนของครึ่งปีหลังในปี 63 นี้ ต้องยอมรับว่าเราได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้าสถานการณ์ในปัจจุบันนี้ และ CARRO ทั้งหมดมีการพัฒนาขึ้น ทำให้ CARRO ทุกประเทศมีรายได้เติบโตขึ้นถึง 500% ซึ่งในช่วงวิกฤติโควิดที่ผ่านมา เรียกได้ว่าทุกส่วนนั้นได้ผลกระทบกันหมด แต่นับว่า CARRO
ของเรายังโชคดีมากๆ ที่รายได้ไม่ได้ลดลงมากจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ เพราะด้วยบริการของเราที่ได้ปรับให้ครบวงจรทุกด้านในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จึงทำให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการกับเรา สามารถจบได้ในทุกความต้องการ

และด้วยความแข็งแรงของ CARRO ที่เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จึงทำให้เราสามารถชวนพันธมิตรทางธุรกิจมาร่วมมือกับเราได้มากกว่า 14 ราย ซึ่งตรงนี้ยิ่งทำให้ดีลเลอร์ที่อยู่กับเรามานาน รวมถึงลูกค้ารายอื่นๆ มั่นใจที่จะซื้อ – ขายรถกับเรามากยิ่งขึ้น และในส่วนงบประมาณด้านการตลาดของประเทศไทย ในปี 62 ที่ผ่านมาเราลงทุนการตลาดออนไลน์เป็นหลัก และได้รับผลตอบรับกลับมาดีทั้งในด้านความเชื่อมั่น รวมถึงการบอกต่อ แต่ในปี
63 นี้”



นายมานิต โกการ์ กล่าวเสริมตอนท้ายว่า “เป้าหมายของ CARRO ประเทศไทย ในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า เราคาดหวังที่จะเติบโตไปติด Top 3 วงการตลาดรถมือสองออนไลน์ในรูปแบบครบวงจรของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และจะพัฒนาวงการซื้อ-ขายรถยนต์มือสองให้เป็นไปอย่างมั่นคงและดีขึ้น เพราะ ณ ปัจจุบันเราพอใจและดีใจมากกับความเชื่อมั่นและการเติบโตที่ได้รับกระแสที่ดีมากๆ จากประเทศไทย ไม่ว่าสถานการณ์ในภายภาคหน้าจะเป็นแบบไหน CARRO ก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างทุกคน เพราะเรายังเชื่อมั่นว่า เราคือช่องทางการซื้อและขายรถยนต์มือสองที่ดีกว่าเดิม ที่จะทำให้ทุกคนพอใจและได้รับรอยยิ้มกลับไป เมื่อใช้บริการกับเรา”..



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น