อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

"ยายเพ็ชร"วัย93รัฐต่อบัตรคนพิการให้ ได้เงินประทังชีวิต

"ยายเพ็ชร” วัย 93 ปี โอดจะอยู่อย่างไร? เคยมีบัตรคนพิการมา 8 ปี พอบัตรหมดอายุจะถูกตัดสิทธิ ห่วงเป็นภาระลูกหลานจะเดือดร้อน โชคดี พม.เข้าช่วยเหลือต่อบัตรให้ อาทิตย์ที่ 3 มกราคม 2564 เวลา 08.00 น.


คนจนก็คือคนจน ยิ่งคนจนที่มีความพิการและอยู่ในวัยชรายิ่งน่าสงสาร เมื่อมีสวัสดิการของรัฐให้ความช่วยเหลือ 800-1,000 บาท ก็ยังพอบรรเทาความเดือดร้อนแบ่งเบาภาระให้กับลูกหลานได้ อย่างเช่นชีวิตของ ยายเพ็ชร วัย 93 ปี หรือ น.ส.เพ็ชร คิดถูก ที่เกือบจะไม่ได้ต่ออายุบัตรคนพิการทั้งที่ได้สิทธิมานานกว่า 8 ปี จนต้องออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม
 
“ยายเพ็ชร” หญิงชราเป็นชาวจ.บุรีรัมย์มาตั้งแต่เกิด เมื่อแก่เฒ่าหูตาก็ฝ้าฟาง เดินแทบไม่ไหว อาศัยฝากชีวิตไว้กับหลานสาวคือ “สุทร” หรือ น.ส.สุทร พร้อมพูน อายุ 47 ปี และครอบครัวของสุทร ซึ่งอยู่รวมกันในบ้านหลังเล็กๆ เลขที่ 20 บ้านหนองพลวง หมู่ 10 ต.โกรกแก้ว อ.โนนสุวรรณ สภาพฐานะยากจน
 
โดย “สุทร” กับสามีและลูกๆ มีอาชีพทำนาพอได้เลี้ยงปากท้อง ด้วยความกตัญญูสุทรจึงได้ให้การดูแลยายเพ็ชรยามชรามานานกว่า 15 ปีแล้ว หลังสามีของยายเพ็ชรเสียชีวิต ซึ่งสองตายายไม่มีลูกด้วยกัน ยายเพ็ชรจึงต้องมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง โชคดีที่หลานสาวคนนี้เอื้ออาทรรับยายเพ็ชรมาอยู่ด้วย     


 
ตั้งแต่ปี 2555 ช่วงนั้นยายเพ็ชร อายุ 85 ปี หลานสาวได้พาไปขึ้นทะเบียนคนพิการ เมื่อแพทย์ตรวจร่างกายระบุว่า เป็นคนพิการทางสายตา ตั้งแต่นั้นก็ได้รับเบี้ยคนพิการรวมกับเบี้ยคนชรามาตลอดจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 8 ปี รวมกันเป็นเงิน 1,800 บาท ต่อเดือน ซึ่งยายเพ็ชรก็จะให้เงินหลานสาวไว้ใช้จ่ายดูแลตนเอง เพราะไม่อยากให้ลูกหลานต้องลำบาก
 
กระทั่งวันที่ 24 พ.ย. 2563 บัตรคนพิการของยายเพ็ชรได้หมดอายุลง สุทร หลานสาว และเพื่อนบ้านได้พายายเพ็ชรไปตรวจร่างกายตามระเบียบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทุกคนตกใจกันมาก เมื่อแพทย์ที่ทำการตรวจบอกว่ายายเพ็ชร ไม่ได้พิการทางสายตา!! และไม่สามารถออกบัตรคนพิการให้ได้ ท่ามกลางความงุนงงสงสัยเป็นไปได้อย่างไร? ทั้งที่ยายเพ็ชรมีบัตรผู้พิการทางสายตามา 8 ปีแล้ว..  
 
ต่อมา สุทร หลานสาว และเพื่อนบ้านต่างเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับยายเพ็ชร จึงได้ร้องเรียนผู้สื่อข่าวตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เมื่อยายเพ็ชรเห็นผู้สื่อข่าวมาที่บ้าน ถึงกับยกมือไหว้ “ช่วยยายด้วยๆ”


 
“ยายอยากได้สิทธิคนพิการคืน เบี้ยคนพิการเป็นรายได้ทางเดียวของยาย ถ้าขาดตรงนี้ไป หลานสาวที่เลี้ยงดูก็จะต้องเดือดร้อน ยายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว หมอบอกว่า ยายไม่ได้พิการ ทั้งที่ยายมีบัตรคนพิการมานาน 8 ปีแล้ว” ยายเพ็ชร พูดน้ำเสียงสั่นเครือ
 
“สุทร” เล่าว่า หลังจากยายได้รับเบี้ยคนพิการมาตั้งแต่ปี 2555 ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นเนื่องจากตนเองมีอาชีพเพียงการทำนาปีละครั้ง ตนไม่สามารถออกไปรับจ้างได้เพราะต้องมีหน้าที่ดูแลยาย ส่วนตัวไม่เข้าใจในระบบที่ยายไม่มีสิทธิต่อบัตรคนพิการได้
 
“โชคดีล่าสุดเทศบาลยังไม่เรียกเงินที่เข้าบัญชียายมา 1,000 บาท เพื่อรอให้ยายติดต่อขอตรวจร่างกายด้านการเคลื่อนไหวเพื่อให้หมอรับรองอีกครั้ง จึงอยากจะขอความเห็นใจผู้เกี่ยวข้องเพราะเงินจำนวนที่ยายจะได้รับเดือนละ 1,800 บาท มีความสำคัญต่อครอบครัวเป็นอย่างมาก”


 
ด้าน นายแสวง สัตย์รัมย์ อายุ 50 ปี ผู้พิการทางเคลื่อนไหว คนในหมู่บ้านเดียวกัน ซึ่งเป็นผู้เดินเรื่องให้กับยายเพ็ชร เล่าว่า ได้พายายไปพบเจ้าหน้าที่ พม. เพื่อขอต่อบัตรคนพิการที่หมดอายุแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ พม.แจ้งว่า ให้ไปตรวจร่างกายกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่โรงพยาบาล เพื่อเอาใบรับรองแพทย์มาต่อบัตรคนพิการตามขั้นตอน
 
ตนจึงพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลนางรอง จ.บุรีรัมย์ ปรากฏว่าแพทย์ได้ชี้ว่า “สายตายายที่พร่ามัว เกิดจากการชราภาพ เป็นไปตามอายุไข” ไม่สามารถรับรองให้เป็นคนพิการได้ ส่วนตัวก็งง เพราะยายพิการสายตามาตั้งแต่การตรวจพบครั้งแรกเมื่อ 8 ปีก่อน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือคืนสิทธิให้ยายได้บัตรคนพิการเหมือนเดิม
 
ต่อมา นายแพทย์นพดล พิษณุวงษ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลนางรอง ได้ทราบเรื่องจึงได้สอบถามแพทย์ผู้ตรวจทราบว่าได้ตรวจไปตามอาการ วิเคราะห์ไปตามจริง ไม่ได้มีการกลั่นแกล้งแต่อย่างใด ซึ่งคาดว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนเรื่องกฎระเบียบที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงมาก่อนหน้านี้


 
โดย นายแพทย์นพดล ได้นัดหมายให้ญาติพายายเพ็ชรไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้ง หลังการตรวจร่างกายเรียบร้อยทางโรงพยาบาลออกใบรับรองแพทย์ระบุ ยายเพ็ชร เป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว จากนั้นสำนักงานพัฒนาสังคมฯ บุรีรัมย์ ได้ทำบัตรคนพิการให้ยายเรียบร้อย พร้อมมอบให้กับ “สุทร” หลานสาวซึ่งเป็นตัวแทนยายเพ็ชรมารับ  
 
เมื่อสุทรเห็นบัตรคนพิการใบใหม่ของยายเพ็ชรก็ดีใจมาก ระบุว่า “ดีใจที่ยายได้คืนสิทธิ เชื่อว่าสภาพจิตใจยายก็จะดีขึ้น หลังนอนไม่หลับมาหลายวันเพราะความกังวล”
 
นางปิยนาฏ เสงี่ยมศักดิ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษหัวหน้ากลุ่มนโยบายและวิชาการ สำนักงานพัฒนาสังคมฯ บุรีรัมย์ กล่าวว่า ยายเพ็ชร ถือเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับบัตรคนพิการ ซึ่งครั้งนั้นใช้วิธีตรวจโดยแพทย์ทั่วไป เมื่อพบความผิดปกติก็จะรับรองให้เป็นคนพิการทันที แต่ต่อมากระทรวงฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนระเบียบขึ้นผู้ที่จะตรวจและออกใบรับรองเป็นคนพิการจะต้องเป็นแพทย์เฉพาะทาง เมื่อบัตรหมดอายุจะต้องทำการตรวจใหม่ตามขั้นตอน


 
"กรณีนี้หมอไม่ได้ทำผิดขั้นตอนเพราะเป็นหมอเฉพาะทาง จะต้องวินิจฉัยตรงกับความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม กรณีคุณยายเพ็ชร หมอได้เปลี่ยนจากพิการทางสายตา มาเป็นพิการทางการเคลื่อนไหวจึงสามารถออกบัตรให้ได้"
 
หลังทำเรื่องเรียบร้อย “ยายเพ็ชร” ได้เห็นบัตรคนพิการของตัวเองอีกครั้ง นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะรู้ว่าได้รับสิทธิเบี้ยคนพิการกลับคืน หลานๆ จะได้มีเงินมาเลี้ยงยายจะได้ไม่ต้องลำบาก คนแก่ที่เหมือนไม้ใกล้ฝั่งไม่อยากเป็นภาระ ขอได้นั่งมองดูหลานๆ เติบโตหากินอยู่ได้ไม่ลำบากก็พอแล้ว..
 
คอลัมน์ : นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : วันชัย ผิวอร่าม เดลินิวส์ออนไลน์ จ.บุรีรัมย์
แนะนำเรื่องราวชีวิตดั่งนิยาย หรือสอบถามได้ที่ banyen111dailynews@gmail.com
คลิกอ่านเรื่องราว "นิยายชีวิต" เพิ่มเติมได้ที่นี่..   



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น