อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

เดิมพันไฮโดรเจน

หนึ่งในอุปสรรคในการเพิ่มการบริโภคไฮโดรเจนคือ “ราคาสูง” โดยเมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี ไฮโดรเจนราคาแพงกว่าเกือบ 10 เท่า ต่อคิวบิกเมตร พุธที่ 6 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศแผนพลังงานแห่งชาติใหม่ เมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 หรือ 30 ปีนับจากนี้ โดยจะใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ปล่อยคาร์บอน ผลิตกระแสไฟฟ้า ผลิตเหล็ก และใช้ในรถยนต์
 
ญี่ปุ่นจะเพิ่มปริมาณผลิตพลังงาน โดยใช้ “ไฮโดรเจน” โดยจะเผาผลาญไฮโดรเจนปีละประมาณ 10 ล้านตัน จนถึงปี 2573 คิดคำนวณคร่าว ๆ ก็เท่ากับ ผลผลิตจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์กว่า 30 เตา
 
เป้าหมายใหม่ถูกตั้ง เพื่อให้ญี่ปุ่นสามารถบรรลุการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 ตามที่นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซึงะ ประกาศในเดือน ต.ค. 2563
 
เนื่องจากตามแผนจะมีการใช้ประโยชน์ จากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม เพื่อลดคาร์บอนฟุตพรินท์ของประเทศ และผลิตผลของแหล่งพลังงานเหล่านี้ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ ดังนั้นโรงงานพลังงานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังจำเป็นต้องใช้ต่อไป หากไม่ปล่อยคาร์บอน
 
ไฮโดรเจนสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ และจะทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดลงอีก นอกจากนั้น พลังงานส่วนเกินจากแหล่งหมุนเวียน เมื่อสภาพอากาศเหมาะที่สุด สามารถใช้ผลิตเพื่อกักเก็บไฮโดรเจนได้
 
รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมจัดสรรเงินทุน สนับสนุนแผนการใหม่ 2 ล้านล้านเยน (574,906 ล้านบาท) รวมทั้งแรงจูงใจทางภาษี สำหรับการใช้จ่ายเงินทุนตามเป้าหมาย
 
หนึ่งในอุปสรรค ในการเพิ่มการบริโภคไฮโดรเจนคือ “ราคาสูง” โดยมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจี ไฮโดรเจนราคาแพงกว่าเกือบ 10 เท่า ต่อคิวบิกเมตร
 
เพื่อลดค่าใช้จ่ายไฮโดรเจนลง ให้เหลือไล่เลี่ยกับแอลเอ็นจี รัฐบาลญี่ปุ่นประเมินว่า เป้าหมายการบริโภครายปีในอนาคต ควรจะสูงถึงระดับ 5 – 10 ล้านตัน
 
เป้าหมายกระตุ้นการผลิตพลังงานไฟฟ้า ด้วยเชื้อเพลิงไฮโดรเจน และเร่งการปรับเปลี่ยนไปใช้รถยนต์พลังงานไฮโดรเจน จะผสผสานกับการขยายพลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพาถ่านหิน รวมทั้งเชื้อเพลิงฟอสซิลอื่น ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายในปี 2593
 
ภาคเอกชนญี่ปุ่นก็หันเข้าหาไฮโดรเจนเช่นกัน สมาคมไฮโดรเจนญี่ปุ่น หรือ เจเอช2เอ (The Japan Hydrogen Association : JH2A) ถูกก่อตั้งโดย 88 บริษัท รวมถึงผู้ผลิตยานยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง โตโยต้า มอเตอร์ และบริษัทก๊าซ อิวาทานิ
 
โตโยต้าเป็นผู้นำในภาคเอกชน ในการออกรถยนต์รุ่น มิไร เมื่อปี 2557 ซึ่งเป็นการผลิตรถยนต์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน ขนานใหญ่ครั้งแรกของดลก แต่รถรุ่นนี้ขายได้เพียงแค่ประมาณ 11,000 คัน ทั่วโลก นับถึงเดือน ก.ย. 2563 และขายได้ในญี่ปุ่นประมาณ 700 คัน ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2563 ต่ำกว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ประมาณ 20,000 คัน ในช่วงเวลาเดียวกัน
 
เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา บริษัทโตโยต้าเพิ่งเข็น มิไร รุ่นใหม่ ออกสู่ท้องตลาด ซึ่งเพิ่มระยะทางขับขี่ได้อีก 30% จากการเติมไฮโดรเจนเต็มครั้งเดียว จากปัจจุบันที่วิ่งได้ไกล 650 กิโลเมตร
 
เจเอช2เอ จะส่งเสริมไฮโดรเจนในหลายภาค นิปปอน สตีล และบริษัทผู้ผลิตเกล็กกล้ารายอื่น ๆ ในญี่ปุ่น ตั้งเป้าภายในปี 2593 ใช้เทคโนโลยีการผลิต ที่บริโภคไฮโดรเจนแทนถ่านหิน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ขณะที่บริษัท JERA ผู้นำเข้าแอลเอ็นจีรายใหญ่ของญี่ปุ่น มีแผนปรับเปลี่ยนไปหาไฮโดรเจน และตั้งเป้าบรรลุการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ในปี 2593 เช่นกัน
 
นายฮิโรชิ คาจิยามะ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่น เผยว่า เจเอช2เอ จะนัดประชุมใหญ่ เพื่อหารือถึงแนวทางขยายการใช้ไฮโดรเจน ก่อนจะทำให้เป็นรายงานสรุปคำแนะนำ เสนอต่อรัฐบาล ในเดือน ก.พ.ที่จะถึง

--------------------
     
เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 60