อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

หน้ากากอนามัย

หน้ากากอนามัยช่วยชีวิตผู้คนได้มากมาย ในช่วงการแพร่ระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 แม้จะมีคุณอนันต์ แต่ก็พิสูจน์ได้เช่นกันว่ามีโทษมหันต์เช่นกันกับสัตว์ป่า อังคารที่ 19 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น.

นกและสิ่งมีชีวิตในทะเล ซึ่งเหมือนกับติดกับดักความยุ่งเหยิงของหน้ากากอนามัยใช้แล้ว แต่ถูกนำมาทิ้งให้เห็นเกลื่อนกลาดในถิ่นอาศัยของสัตว์ ซึ่งอยู่ตามธรรมชาติของพวกมันอยู่แล้ว

หน้ากากอนามัยใช้ครั้งเดียวทิ้ง พบเห็นถูกทิ้งไว้ตามทางเท้า ทางระบายน้ำและชายหาดทั่วโลกก็ว่าได้ นับตั้งแต่ประเทศต่าง ๆ ออกกฎบังคับให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ทั้งนี้ เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสอันตราย

แต่เมื่อใส่เสร็จหรือหมดประโยชน์ใช้งานแล้ว หน้ากากอนามัยที่ใช้วัสดุป้องกันแผ่นบาง แต่มันกลับต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลาย โดยแอชลีย์ ฟรูโน แห่งกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ PETA บอกกับเอเอฟพีว่า หน้ากากอนามัยใช่ว่าจะจากเราไปได้เร็ว แต่เมื่อเราทิ้งมันไปแล้ว มันกลับสามารถทำลายสิ่งแวดล้อม และสัตว์ที่อาศัยอยู่ในโลกใบเดียวกันกับเรา

ภาพของลิงกังเคี้ยวสายรัดของหน้ากากอนามัยเก่าทิ้งแล้ว ปรากฏให้เห็นบนเขานอกกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย นั่นอาจจะทำให้มันสำลักหายใจไม่ออก เป็นอันตรายต่อสัตว์ เช่น ลิงขนาดเล็ก

แล้วยังมีอีกเหตุการณ์ที่เป็นข่าวในประเทศอังกฤษ นั่นคือนกนางนวลตัวหนึ่งได้รับการช่วยเหลือ จากหน่วยอนุรักษ์สัตว์ RSPCA ในเมืองเชล์มสฟอร์ด หลังจากที่ขาของนกไปติดพันราวกับเป็นกับดักของหน้ากากอนามัยทิ้งแล้ว ทำให้มันไปไหนไม่ได้อยู่ 1 สัปดาห์

หน่วยอนุรักษ์สัตว์รีบเข้าไปทำการช่วยเหลือ ในทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุว่าพบ นกนางนวลตัวนี้ไม่เคลื่อนไหวใด ๆ แต่ยังมีชีวิต เจ้าหน้าที่พามันส่งโรงพยาบาลสัตว์เพื่อรักษา แล้วก็ปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ เมื่อมันหายและแข็งแรงดีแล้ว

อดัม โจนส์ ผู้สังเกตการณ์ของ RSPCA บอกว่า เป็นที่แน่ชัดว่าหน้ากากอนามัยอยู่ที่นั่น แล้วสายรัดอีลาสติกไปพันรอบขาของตัวนกและข้อต่อของมันบวมและอักเสบ

ผลกระทบรุนแรงที่สุดอาจจะเห็นได้ในน้ำ เช่น กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้รับแจ้งว่า มีหน้ากากอนามัยทิ้งแล้วลอยเกลื่อนมาเป็นกอง แถมยังมีถุงมือยาง และชุดป้องกันอื่น ๆ ปะปนอยู่ในแม่น้ำและทะเลเต็มไปหมด

ตามรายงานของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม OceansAsia บอกว่า เมื่อปีที่แล้วมีหน้ากากอนามัยทิ้งจำนวนกว่า 1,500 ล้านชิ้นไหลลงสู่ท้องทะเลและมหาสมุทร หรือคิดเป็นน้ำหนัก 6,200 ตัน ของมลภาวะทางทะเลจากพลาสติก

แน่นอนว่านี่คือสัญญาณว่า หน้ากากอนามัยเหล่านี้เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล เช่น นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศบราซิลพบหน้ากากอนามัย 1 ชิ้นอยู่ในท้องของเพนกวินตัวหนึ่ง หลังจากร่างของมันถูกพัดลอยขึ้นมาเกยฝั่ง แล้วยังมีการพบปลาปักเป้าตัวหนึ่งตายอยู่ในอุ้งของหน้ากากอนามัยใช้แล้ว นอกชายฝั่งเมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา

กลุ่มเคลื่อนไหวของฝรั่งเศส Operation Mer Propre พบปูตัวหนึ่งตายติดอยู่ในกับดักของหน้ากากอนามัย ในทะเลสาบน้ำเค็มใกล้ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว


FRANCE 24 English

จอร์จ เลียวนาร์ด หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของกลุ่มเอ็นจีโอ Ocean Conservancy ในสหรัฐอเมริกา บอกว่า หน้ากากและถุงมือคือตัวปัญหาอย่างแท้จริงสำหรับสิ่งมีชีวิตทางทะเล เพราะเมื่อพลาสติกเข้าสู่สิ่งแวดล้อมแล้ว มันจะกลายเป็นอนุภาคขนาดเล็กและเล็กมาก

อนุภาคเหล่านี้จะเข้าไปในห่วงโซ่อาหาร และมีผลกระทบด้านนิเวศวิทยา จึงมีความพยายามที่จะรณรงค์ให้ผู้คนหันมาใช้หน้ากากผ้าแบบนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เมื่อการระบาดใหญ่ลดความรุนแรงลง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ชอบที่จะใช้หน้ากากอนามัยแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมากกว่า

อย่างไรก็ตาม มีการรณรงค์อีกเช่นกันว่า หากใช้เสร็จแล้วต้องการจะทิ้ง ขอให้ตัดสายรัดออกด้วย จะได้ไม่ไปเป็นอันตรายต่อสัตว์ นอกจากนั้นกลุ่มอนุรักษ์ OceansAsia ยังเรียกร้องให้รัฐบาลลงโทษ ด้วยการปรับเงินสำหรับคนที่ทิ้งหน้ากากอนามัยจนเป็นขยะอันตรายไปแล้ว.

------------------------

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 86