อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 9 มีนาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 9 มีนาคม 2564

เหยื่อจากยาเสพติด เปลี่ยนมุมมองเสียใหม่กับโปรตุเกสโมเดล

หนอนโรงพักอาทิตย์นี้ มาคุยอะไรกันแบบวิชาการกันนิดครับกับเหตุการณ์ยาเคนมผงแพร่ระบาดในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ รักษาตัวเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้สร้างความตื่นตกใจให้กับสังคมกันมากว่า เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมีการเสียชีวิตจากยาเสพติดในสภาพโควิดแพร่ระบาด และมีการจู่โจมจับกุมผู้ชุมนุมในช่วงนี้อย่างน่าประหลาดใจอย่างยิ่ง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อระบบกฎหมายของประเทศไทยแม้แต่น้อยเลย พุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 12.00 น.


ประเด็นที่จะมาคุยกันคือเรื่องของยาเสพติด ที่ผ่านมามีคนออกมาโจมตีด่ากราดคนติดยา คนเล่นยาแล้วเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ขณะที่ก็มีอีกฝั่งออกมาเตือนสติว่า เราไม่ได้เข้าใจหรือรู้จักคนที่เสียชีวิต คนที่เสพยา เราจึงไม่รู้ว่าเขามีปัญหาอะไรบ้าง ประเด็นการโต้เถียงในสังคม ถือเป็นเรื่องดีมาก พอจะช่วยยกระดับสังคมกับการรับมือกับปัญหาเหล่านี้

สำหรับตัวหนอนโรงพัก ผมคิดว่าผู้ติดยาเสพติดทุกคนเป็นเหยื่อครับ คนที่เสียชีวิตจากเคนมผงก็เป็นเหยื่อจากยาเสพติดตัวนี้ อยากให้ผู้อ่านลองปรับมุมมองตัวเองดู มองพวกเขาในอีกมุม การสมน้ำหน้าพิมพ์คำด่าหยาบคาย มันอาจได้สะใจ ซึ่งก็เพียงแค่นั้น เพราะมันไม่ได้เข้าใจถึงปัญหาแก่นรากเลย

1.เกิดมาเป็นคนจน ยามคบคนไม่เคยเป็นต่อ
ผมนึกถึงเนื้อเพลงท่อนหนึ่งของเพลงซาอุดร ของคาราบาวเลย คือการเป็นคนจนในประเทศนี้คุณจะเสียเปรียบแทบทุกอย่าง คนจนเสพยาถึงกับตายอย่างอนาถใจมาก ขณะที่คนรวยเสพยาสบายใจไม่เสี่ยงเท่าคนจน แม้ที่ผ่านมาหลายคนจะมีภาพลักษณ์มองว่ายาเสพติดเป็นเรื่องร้ายแรง คนเสพถือเป็นภัยอันตรายอย่างยิ่ง แต่ปัญหายาเสพติดก็ไม่เคยหาย จุดนี้ผมอยากมาชวนมองอีกมุมว่า การมองแบบขาวดำอย่างนี้ เราทำกันมาหลายสิบปีแล้วนะครับ ปัญหายาเสพติดไม่เคยหมดไปเลย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ

ที่ผ่านมา เราไม่เคยมองว่าคนเสพยาทำไม คำถามนี้ผมเคยได้ยินตำรวจนักสืบถามคนเสพยาในโรงพักอยู่บ่อยๆ ซึ่งพวกคนเสพยาที่โดนจับมาก็บอกว่าจะเลิกแน่นอน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เลิกหรอกครับ การที่เรามองว่าคนเสพยาเพราะต้องการเข้าสังคมกับหมู่เพื่อน มันก็เป็นเหตุผลส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดในเรื่องนี้



อบายมุขทั้งหลายแหล่ที่เกิดขึ้นในโลก มันรองรับและทำให้คนเสพหันเหตัวเองออกจากความจริงตรงหน้าได้ ยาเสพติดมันสร้างเสริมรสชาติที่แปลกไปจากชีวิตปกติของคนทั่วๆ ไป ไอ้การเมายานั่นแหละครับ มันทำให้คนเสพลืมความทุกข์ยากตรงหน้าไปเสียทั้งหมด และมันเป็นความจริงที่เราพิสูจน์กันมาบนโลกนมนานแล้วนะครับ

ถ้าคุณต้องเจอปัญหาหลายอย่างสารพัดเข้ามา ไม่เห็นแม้แต่ความหวัง ความเครียดมากมายเหล่านี้ ทำให้มนุษย์ต้องหาที่ผ่อนคลายและระบาย ซึ่งคนเรานั้นรับมือกับความทุกข์แตกต่างกัน บางคนไปออกกำลังกาย บางคนทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะการออกกำลังกายก็ต้องใช้เงินนะครับ เราลองคิดถึงคนจน บ้านไม่มีเนื้อที่ เจอแต่ปัญหามากมาย สภาพสังคมเลวร้าย คำถามคือคนเหล่านี้จะมีชีวิตรอดได้อย่างไร ถ้าไม่ตายก็ต้องหาทางระบายความเครียดออกไปบ้าง และการเสพยาก็เป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาของตัวเอง

คนจนนั้น เสพยา ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ต่างๆ นานาเสียเปรียบคนอื่นเสมอ เคนมผงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า แม้แต่ยาเสพติดก็ยังอันตรายสำหรับคนจน คือแทนที่จะได้เสพเพื่อหลงลืมความปวดร้าวของชีวิต กลายเป็นว่าต้องมาตายแบบนี้ด้วย นี่คือปัญหาสังคมที่เราต้องมองให้รอบด้านและกว้างไปกว่าเรื่องยา มันแสดงให้เห็นความสิ้นหวังของคนในสังคม และความเหลื่อมล้ำของประเทศนี้ที่สูงกว้าง ถ้าคุณโชคดีเกิดมาในครอบครัวรวย คุณก็สามารถกดขี่ได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าคุณเกิดมาในครอบครัวจนๆ คุณก็จะต้องถูกกดขี่อยู่วันยังค่ำ

ถ้าคนเรารู้ว่าชีวิตยังมีความหวัง ความฝันว่าจะทำให้ดีขึ้นในวันรุ่งขึ้น และวันต่อๆ ไป คุณจะมาเล่นยาหลงลืมความจริงทำไม ชีวิตที่ไร้ความหวังทำให้มนุษย์หดหู่ ผมไม่ได้บอกว่ายาเสพติดเป็นเรื่องที่ดี แต่การไม่เข้าใจแล้วเอาแต่ด่าๆๆๆ ไม่ช่วยให้ปัญหาเหล่านี้ลด แน่นอนว่าการจับกุมควรมีขึ้น เพราะมันยังผิดกฎหมาย แต่หลายครั้งความต้องการเสพยาของคน มันสร้างรายได้มหาศาล แม้จะเสี่ยงต้องติดคุก แต่ก็มีหลายคนกล้าทำมัน เพราะผลตอบแทนมันสูง จุดนี้ทำให้ธุรกิจยาเสพติดถึงยืนยงในโลกได้อย่างเหลือเชื่อ คิดถึงพ่อค้ายาชื่อก้องโลกที่มีรายได้มหาศาลจนต้องเอาเงินไปฝังไว้ เพราะไม่รู้จะเอาไปทำอะไรสิครับ นั่นแหละครับ ความต้องการมหาศาลของคนเสพยา มันรังสรรค์ล่อเลี้ยงธุรกิจนี้ให้รุ่มรวยได้อย่างน่าหวาดกลัว

2.แก้ปัญหายาแบบโปรตุเกส
ขอย้ำอีกรอบว่าผมไม่สนับสนุนยาเสพติดหรือขบวนการค้ายา เพราะมันเป็นธุรกิจที่สร้างปัญหาทางสังคมอย่างมาก คนติดยางอมแงมนำไปสู่การลงแดงยา ไปก่อเหตุอาชญากรรม เป็นภาระต่อสังคมอย่างมาก ทุกวันนี้เราเดินตามการแก้ปัญหายาเสพติดแบบอเมริกามากเกินไป ซึ่งปราบไม่สำเร็จ แต่ประเทศโปรตุเกส เขามีวิธีการรับมือกับยาเสพติดแตกต่างกันไป มีโอกาสวันหน้าหนอนโรงพักจะมาเล่ายาวๆ แต่บทความนี้ขอสรุปกระชับๆ ว่าโปรตุเกส เขาถือว่าคนติดยาเป็นคนป่วยครับ ภาครัฐจะมีรถขับไปตามจุดที่คนติดยาอยู่กัน แล้วให้ยาในปริมาณน้อยๆ แก่คนเหล่านี้ พาไปหาหมอ ตรวจสุขภาพ ให้เอกสารแนะนำ มีนักจิตวิทยาไปคุยกับคนเสพยาเพื่อเข้าใจปัญหาว่าคนเหล่านี้มาติดยาได้ไง

เจ้าหน้าที่ซึ่งให้ยาฟรีแก่คนเหล่านี้ เขายังดูแลไม่ให้เกิดการเสพยาเกินขนาด ดูแลความสะอาดในอุปกรณ์การเสพด้วย



ผลก็คือ โปรตุเกสมีอัตราคนตายจากยาต่ำมาก สหรัฐอเมริกาที่มีหน่วยปราบปรามยาเสพติดแบบจริงจัง มีคนตายจากยาสูงกว่าโปรตุเกส 15 เท่า โดยโปรตุเกสนั้นเฉลี่ยแล้วจะมีคน 8 คนจาก 1 ล้านคนเท่านั้นที่ตายจากยา ซึ่งรวมถึงอัตราการติดเชื้อเอชไอวีในหมู่คนติดยาก็ต่ำมาก อีกส่วนที่โปรตุเกสทำคือคุมเรื่องอาวุธปืน มันทำให้พ่อค้ายาไม่อาจเข้าถึงอาวุธรุนแรงได้ แม้จะยังแอบขายกัน แต่ไม่มียิงกันตายแบบเลือดสาดแน่ แนวคิดของโปรตุเกสถือว่า ปัญหายาเสพติดนั้นแก้ไม่ได้แบบเด็ดขาดแต่สามารถดูแลคนติดยาให้มีชีวิตดีขึ้นได้ หลายคนหายขาดจากอาการติดยาก็ไม่กลับไปเสพอีก แต่มันก็ต้องยอมรับนะครับว่า จะมีพวกติดยาถาวรเลิกไม่ได้ ซึ่งมีน้อยมาก แต่รัฐก็ถือว่าเป็นหน้าที่ต้องดูแลคนเหล่านี้ไว้

ความสำเร็จของโปรตุเกสนี้เอง ทำให้งบประมาณเรื่องยาเสพติดมันต่ำมาก เพราะไม่มีหน่วยงานไปไล่จับอะไรอย่างรุนแรง แตกต่างจากอเมริกาที่งบยาสูง แต่คนติดยากันงอมแงม ย่านคนติดยาในโปรตุเกสที่น่ากลัว ตอนนี้ก็ปลอดภัย เขาแก้ปัญหาบนฐานความเชื่อที่ว่า ต้องเลิกมองคนติดยาเป็นอาชญากรก่อน ซึ่งสุดท้ายปัญหายาเสพติดในโปรตุเกสลดลงมาก ทั้งๆ ที่เป็นประเทศที่เคยมีปัญหาเรื่องนี้อย่างรุนแรงมากๆ ในยุโรป

ทั้งนี้ โปรตุเกสเขายังไล่จับคนขายยาอยู่นะครับ เพราะอันนี้ถือว่าทำผิดกฎหมาย แต่เขาเน้นที่คนติดยา หากคนติดยามันน้อยลงเรื่อยๆ ธุรกิจยาเสพติดก็จะเจ๊งไปเอง

ทั้งหมดนี้มันคือแนวคิดมองคนให้เป็นคน มองพลเมืองในฐานะเพื่อนร่วมชาติ รัฐสามารถแก้ปัญหาให้กับคนติดยาได้ นี่จึงเป็นมุมมองและแนวคิดที่น่าสนใจอย่างมาก เราปราบยาแบบหมัดเหล็กมาหลายสิบปีแล้ว ลองเปลี่ยนมุมมองวิธีการบ้าง บางทีมันอาจจะแก้ปัญหาได้ดีกว่าทุกวันนี้ก็เป็นได้...
......................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น