อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

เปิดหัวใจ'จีจี้BNK48' จากแถวหลังสู่วันสปอตไลท์ส่อง

เปิดตัวตน ค้นลึกถึงหัวใจของ "จีจี้BNK48" ดาวรุ่งจากแถวหลัง สู่วันที่โชคชะตามอบสปอตไลท์ส่งลงมาที่เธอ อาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564 เวลา 10.00 น.


เป็นอีกหนึ่งสาวไอดอลที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ สำหรับเซนเตอร์คนใหม่กับเพลงWarota People ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดของ "BNK48" วงเกิร์ลไอดอลชื่อดัง อย่างน้อง "จีจี้BNK48" หรือ จีจี้-ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกุล ที่เรียกได้ว่าเป็นสาวน้อยที่ดวงดีที่สุด จากการชนะงานBNK48JankenTournament2020 จนสามารถคว้าตำแหน่งJanken Queen เอามาไว้ได้!... วันนี้ "เดลินิวส์" เลยอยากจะขอพามาพุดคุยแบบสุดพิเศษ ล้วงลึกทุกตัวตนของเธอแบบเปิดใจกันค่ะ

พูดถึงเพลง Warota People เพลงนี้มีความพิเศษอย่างไรบ้าง?
เนื้อเพลงพูดถึงคนเรา ไม่ว่าจะต้องเจอปัญหามากมายแค่ไหน ก็อยากให้หัวเราะไปพร้อมๆกันกับเพลงๆนี้ อย่างที่เราจะเห็นกันในMV จะมีแมวทั้งหมด 5 ตัว มาจากดาวแมว แต่เมื่อเดินทางมาถึงโลกก็ได้สร้างสีสัน อยากทำให้ทุกคนได้คลายเครียดกัน ในสถานการณ์เช่นนี้

เห็นว่าเนื้อเพลง Warota People แปลงเป็นเนื้อเพลงไทย เนื้อหานั้นซอล์ฟลง ในฐานะเซนเตอร์ Warota People อยากสื่ออะไรในเพลงนี้ ให้ทุกคนบ้าง?
เอาจริงๆถ้าแปลตรงตัวอาจจะดูรุนแรงไปค่ะ เลยปรับให้เข้ากับประเทศเราจะดีกว่า อยากสร้างกำลังใจกับทุกคนฮึดสู้ ไม่อยากให้รู้สึกแย่กับปัญหาต่างๆ และก้าวผ่านมันไปให้ได้ค่ะ



จีจี้ได้มีส่วนร่วมในการเสนอไอเดียหรือทำอะไรกับซิงเกิ้ลนี้บ้าง?
หนูมีส่วนร่วมในเรื่องชุดเป็นหลักเลยค่ะ โดยทางทีมคอสตูมของเราจะแตกแบบมาจากประเทศญี่ปุ่น แล้วมาให้หนูเลือกแบบที่ชอบที่สุด ปกติเราจะไม่ได้นำโฮโลแกรมมาให้กับชุดเซมบัตสึ ครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่แปลกใหม่ที่สุดของBNK48 เลยค่ะ

ในสถานการณ์ระบาดโควิดแบบนี้ คาดหวังผลตอบรับ Warota People ไว้อย่างไร?
หนูว่าทุกคนที่ทำเพลงก็คาดหวังให้ผลงานออกมาดี ทุกคนก็เต็มที่ หนุก็ทำเต็มที่แล้ว เมื่อเพลงปล่อยออกมา หนูรู้สึกว่าเป็นกำไรแล้วค่ะ อยากน้อยก็ได้ทำให้ทุกคนมีรอยยิ้มและสร้างกำลังใจให้ใครหลายๆคนได้แล้ว



อยากให้เล่าถึงชีวิตจากวันที่เคยอยู่แถวหลังมาตลอด จนถึงวันนี้ที่โชคชะตาจากการเป่ายิ้งฉุบส่งให้เรามาถึงตำแหน่งเซนเตอร์ ชีวิตแตกต่างไปจากเดิมมากแค่ไหน?
ตอนที่เขามาต้องบอกว่ายิ่งกว่าแถวหลังอีกค่ะ ยอดต่างๆที่วัดกันออกมาเราอยู่ห่างไกลมาก อย่างที่มีช่วงหนึ่งที่เราเปิดขายโฟโต้เซ็ต ยอดขายของหนูอยู่รองสุดท้ายของรุ่น ตอนนั้นสับสนกับตัวเองมากๆ คิดว่าเราอาจจะไม่เหมาะกับตรงนี้รึเปล่า หรือว่าเราไม่น่ารัก จับทางไม่ค่อยถูกว่าไอดอลควรจะเป็นอย่างไร แต่เมื่ออยู่ไปเรื่อยๆประกอบกับตัวหนูเป็นคนเต็มที่กับทุกอย่าง ทุกโอกาสที่เข้ามา ดีว่าหนูเป็นคนอดทนสูงมากๆ ไม่อย่างนั้นก็อาจจะท้อไปแล้วก็ได้ เพราะมันเป็นอะไรที่เราไต่ขึ้นมาได้ยากมากๆ  จากวันนั้นก็มาถึงวันที่เราเริ่มติดแถวหลัง มาแถวกลาง จนวันนี้ที่เป็นเซนเตอร์ ก็เป็นการเติบโตที่รู้สึกว่า ภูมิใจกับตัวเองมากๆ ที่เราก้าวผ่านมาได้ถึงตรงนี้ได้

ในวันที่ท้อ เราจะการกับมันอย่างไร?
หนูรู้สึกว่าตัวเองมีข้อดีอย่างหนึ่ง คือรู้ขีดจำกัดของตัวเอง รู้ว่าเราควรจัดการกับความรู้สึกตัวเองอย่างไรบ้าง เลือกว่าเวลานั้นๆเราควรจะเลือกรับข้อมูลแบบไหน เลยเป็นโชคดีที่ทำให้เราผ่านมาได้ เพราะการเป็นบุคคลสาธารณะ มันมีอะไรหลายๆอย่างผ่านเข้ามา เราก็ต้องเลือกที่จะรับข้อมูลกันนิดหนึ่ง



เมมบอร์ BNK48 ส่วนมากมีเป้าหมายในการติดเซมบัตสึ หรือ เป็นเซนเตอร์สักครั้ง ในฐานะที่จีจี้ได้เป็นทั้งสองอย่างแล้ว คิดว่าอะไรคือเป้าหมายต่อไป?
อยากทำอะไรที่ท้าทายตัวเองที่ไม่เคยทำมาก่อนค่ะ อย่างในวงเราอาจจะเต็มที่ในส่วนนี้ตามโอกาสที่เราได้รับ แต่อยากจะลองเล่นละคร เล่นซีรีส์ดูบ้าง ก็น่าจะเป็นอะไรที่ท้าทายตัวเองเหมือนกัน

มีทักษะในด้านไหนที่จีจี้อยากพัฒนามากขึ้นอีก?
อยากพัฒนาหลายอย่างมาก ทั้งการเต้น ร้องเพลง เอ็มซี การแสดง ทุกๆอย่าง เพราะหนูรู้สึกว่าไม่มีอะไรที่มันสิ้นสุด ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ก็ยังมีวันที่เก่งขึ้นได้อีก ก็อยากจะทำทุกอย่างออกมาให้ดีถ้ามีเวลาได้ฝึกซ้อมค่ะ 



อย่างที่เรารู้กันว่าจี คือเมมเบอร์ที่แฟนๆ ชื่นชอบจากการสร้างเสียงหัวเราะให้ทุกๆ คน แล้วสำหรับตัวจีจี้ มีสิ่งใดบ้างที่สามารถสร้างความสุขหรือเสียงหัวเราะให้กับตัวเอง?
อันที่จริงแฟนคลับมักจะคิดว่าเราสร้างความสุข สร้างเสียงหัวเราะให้กับเขา แต่อันที่จริงมันเป็นผลสะท้อนกลับกัน เพราะอันที่จริงแฟนคลับทุกคนก็เป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของหนูเช่นเดียวกันในทุกๆวัน เพราะในวันที่หนูรู้สึกท้อถอย ก็มีคนที่เขาคอยอยู่ข้างๆเรา ก็อยากให้เขารับรู้ไว้ว่า ไม่ใช่แค่เราที่สร้างรอยยิ้มให้เขา แต่เขาก็เป็นความสุขและเราก็รักเขาเหมือนกัน อยากให้อยู่ด้วยกันตลอดไปนะคะ

ถ้าจีจี้มีโอกาสตั้งคณะตลก "BNK48 หัวเราะเซ่" โดยมีสมาชิก 6 คน เลือกจากทั้ง 3 รุ่นและ CGM48 ด้วย เอาคนที่มีพรสวรรค์ในด้านการฮาที่สุด จะมีใครบ้าง? เพราะอะไร?
คนแรกต้อง พี่เป้ (ปูเป้-จิรดาภา อินทจักร สมาชิกรุ่นที่1) เลยค่ะ เพราะรู้สึกว่าพี่เป้สามารถโบ๊ะบ๊ะกับเราได้ ตลกธรรมชาติ ฟีลเดียวกัน
คนที่สอง พี่น้ำนึ่ง (น้ำหนึ่ง-มิลิน ดอกเทียน สมาชิกรุ่นที่1) คนนี้สไตล์เดียวกันเลย ตลกในดวงใจค่ะ
คนที่สาม พี่เฌอปราง (เฌอปราง-เฌอปราง อารีย์กุล กัปตันวงและสมาชิกรุ่นที่1) เราต้องมีคนแบบนี้เอาไว้บ้าง ที่ไม่ได้ตลกจ๋า แต่ว่ามึนๆ รับมุกไม่ค่อยถูก



วี (วีรยา จาง สมาชิกรุ่นที่2) เดี๋ยวเพื่อนน้อยใจ คนนี้ตลกแล้วแต่ครั้ง บางทีก็มีตามไม่ทันเหมือนกัน
แล้วก็ พี่หวาน (ตาหวาน-อิสราภา ธวัชภักดี สมาชิกรุ่นที่1) หนูชอบเอเนอร์จี้ และจริตของพี่เขามากๆค่ะ
คนสุดท้าย พี่นาย (นาย-ภัทรนรินทร์ เหมือนฤทธิ์ สมาชิกรุ่นที่2) ค่ะ ถึงแม้หลายคนอาจจะมองว่าพี่เค้าไม่ตลก แต่อันที่จริงหนูว่าเขาตลกเป็นธรรมชาติมาก



สุดท้ายแล้วปี 2020 เป็นปีที่ยากลำบากสำหรับหลายๆคน จีจี้อยากจะบอกอะไรให้กับแฟนคลับหรือคนที่กำลังท้อถอยบ้าง?
อยากจะให้กำลังใจกับทุกคนที่กำลังท้อ หรือว่าเหนื่อยกับอะไรบางอย่าง หนูอยากเป็นกำลังใจและเยียวยาอะไรที่หนักๆของของบ้าง หลายๆคนอาจจะเจออะไรที่มันหนักๆเข้ามา หนูก็เจอเหมือนกัน อยากจะให้ก้าวผ่านมันไปให้ได้ เพราะวันหนึ่งหากเราได้มองย้อนกลับมา จะรู้สึกว่าเราเก่งมากๆเลยนะที่ผ่านมันมาได้ และหนูเชื่อว่าเราจะผ่านมันไปด้วยกันได้แน่นอนค่ะ...



.................................
คอลัมน์ : Talk Online
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    90%
  • ไม่เห็นด้วย
    10%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 91