อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

เรื่องเล่าหน้าเรือนจำ

ผมเคยไปถ่ายภาพเขียนข่าว ชายหนุ่มที่โดนจับกุมในคดียาเสพติด ซึ่งเขาไม่ได้กระทำ ถือเป็นแพะ การถูกจับกุมนำมาซึ่งความเสียใจอย่างมาก เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตในโลกภายนอก เขาดูแลภรรยาที่ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ พุธที่ 27 มกราคม 2564 เวลา 12.00 น.


ชีวิตการเป็นนักข่าวตระเวนอาชญากรรมนั้น สิ่งที่เราจะต้องไปบ่อยนอกจากที่เกิดเหตุ โรงพัก ศาลแล้ว เรือนจำหรือคุกก็เป็นส่วนหนึ่งในหน้าที่การงานเช่นกัน

บทเพลง Folsom Prison Blues ของตำนานนักร้องอเมริกันอย่าง จอห์นนี่ แคช ทรงพลังมาก บทเพลงเล่าถึงนักโทษคนหนึ่งที่ติดคุกอยู่ที่เรือนจำ Folsom ไม่รู้เดือนรู้ตะวัน ได้ยินแต่เสียงรถไฟแล่นผ่านใกล้ ๆ เรือนจำ เขาไม่เห็นพระอาทิตย์ ไม่รู้วันเวลา ได้แต่ฝันถึงอาหารอร่อย ๆ สูบซิการ์มวนโต นึกถึงคำพูดแม่ที่ย้ำเตือนกับเขาตั้งแต่เด็กว่าอย่าไปยุ่งกับปืน

แต่เขาก็ใช้ปืนยิงคน แล้วจ้องมองอีกฝ่ายค่อย ๆ เสียชีวิต

เสียงรถไฟแล่นผ่าน ทำให้นักโทษคนนี้ร้องไห้

บทเพลงเกี่ยวกับคุก เกี่ยวกับนักโทษนี้ ย้ำเตือนว่าที่อีกฟากโลกหนึ่งหลังกำแพงสูง มีมนุษย์ที่กระทำผิดกฎหมายถูกกักขังอยู่ หลายคนอาจจะเป็นผู้บริสุทธิ์ตามความผิดพลาดของกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นในแทบทุกประเทศในโลก หลายคนพร้อมจะกลับใจ หลายคนพร้อมจะเรียนรู้วิชามารในโลกหลังกำแพงสูง และหลายคนมองมันเหมือนเป็นบ้าน เพราะอิสรภาพที่จะได้รับมันช่างยาวนานและอาจดูเป็นไปไม่ได้



ในประเทศที่เจริญแล้ว เรือนจำเป็นสถานที่เหมาะกับการศึกษามากว่า เราปฏิบัติต่อคนที่กระทำผิดกฎหมายอย่างไร ประเทศพัฒนาพยายามยกระดับเรือนจำให้ดีเยี่ยม เพื่อป้องกันคนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก หากเรือนจำบ่มเพาะความสกปรก เหยียดความเป็นคน ทำลายความเป็นมนุษย์ โอกาสที่นักโทษจะกลับตัวนั้นมันก็ยากเป็นอย่างยิ่ง และอาจเอื้อให้เกิดการกระทำผิดซ้ำได้

อเมริกาเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่มีอัตรานักโทษติดคุกสูงมาก โดยเฉพาะคนดำ สิ่งนี้สะท้อนปัญหาทางโครงสร้างของระบบ คนดำหลายคนต้องโทษอย่างยาวนาน เพราะก่อเหตุกระทำผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันสะสมเป็นความผิดหลายครั้งจนทำให้โทษหนักขึ้น เพราะกฎหมายระบุว่ายิ่งทำผิดซ้ำซากมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องโทษนานขึ้น สิ่งนี้เกิดกับคนขาวน้อยมาก

ในฐานะนักข่าวอาชญากรรม การไปนั่งรอนักโทษออกจากเรือนจำ หลายครั้งการปล่อยตัวเกิดขึ้นในช่วงมืด ได้เห็นญาติพี่น้องออกมาพบ แม้ตำรวจจะย้ำเตือนว่าการปล่อยนักโทษจำนวนมาก ยิ่งเอื้อให้เกิดเหตุอาชญากรรมมากขึ้น มันอาจมีส่วนถูก แต่ไม่ทั้งหมด ระบบโครงสร้างที่มีปัญหาอาจไม่เอื้อให้คนได้กลับตัวกลับใจ มันจึงก่อผลเสียตามมา

หลายครั้งนักโทษออกจากคุก แล้วจะเดินลิ่วออกจากเรือนจำ โดยมีญาติพี่น้องเดินตาม “จะไม่หันกลับไปมองที่นั่นอีก” นี่คือเคล็ดที่บางคนยึดถือ

หลายครั้งการออกจากคุกนำไปสู่การดีใจได้พบหน้ากันของญาติพี่น้อง ความสัมพันธ์

บางคราการจับกุมผู้บริสุทธิ์นำมาซึ่งความปวดร้าว



ผมเคยไปถ่ายภาพเขียนข่าว ชายหนุ่มที่โดนจับกุมในคดียาเสพติด ซึ่งเขาไม่ได้กระทำ ถือเป็นแพะ การถูกจับกุมนำมาซึ่งความเสียใจอย่างมาก เพราะตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตในโลกภายนอก เขาดูแลภรรยาที่ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ดีที่กระแสข่าวกระหึ่ม นำไปสู่การพิจารณาให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและแก้ไขความผิดพลาด การปล่อยตัวจึงเกิดขึ้น การเฝ้ารอที่มืดมิดยาวนาน ในเรือนจำซึ่งแทบจะไม่มีแสงไฟ ไม่มีซึ่งความหวัง ในดินแดนที่ทุกอย่างดูมืดหม่นและไร้ค่า ชีวิตคนมีค่าน้อยกว่าอะไร

ชายคนหนึ่งเดินออกมาแล้วตรงเข้าไปกอดภรรยาสุดที่รัก มันเป็นภาพที่ถูกถ่าย แฟลชทำงานท่ามกลางความมืด กล้องโทรทัศน์เปิดไฟสปอตไลต์สีส้มพราวแสง ชายหญิงร้องไห้ให้กับทุกข์กรรมที่เกิดขึ้น มันเป็นหยาดน้ำตาที่ปลื้มปีติที่ได้เจอกัน และเป็นความผิดหวังที่อยู่ดี ๆ ระบบก็เล่นงานชายหญิงคู่นี้ได้อย่างน่าเจ็บปวด

ผมจดจำภาพนั้นได้เป็นอย่างดี

หลายครั้งหน้าเรือนจำเป็นที่รองรับนักการเมือง คนทำกิจกรรม ผู้ถูกตัดสินคดีทางการเมือง ผู้ถูกกลั่นแกล้งจากข้อหา พวกเขาล้วนทรุดโทรม แต่อิสรภาพเป็นสิ่งคุ้มค่า หลายคนยิ้ม หลายคนมีความสุข

หลายคนได้รับการปล่อยตัวออกมาแล้วจากไปในเวลาไม่นาน



นึกถึงเรื่องเล่าตำนานของผู้หญิงยิงฮอ ซึ่งถ้าลองค้นดูก็จะจำกันได้ เธอตัดสินจำคุกและได้รับการปล่อยตัว อิสรภาพนั้นหอม เช่นเดียวกับบุหรี่สักตัวที่พ่นควันออกมา ท่ามกลางคนจำนวนมากไปรอต้อนรับ เธอกล่าวขอบคุณนักข่าว นี่คือครั้งแรกและครั้งเดียวที่คนที่ออกจากกำแพงสูงขอบคุณคนที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ไม่ค่อยดีนัก

เรื่องเล่าหน้าเรือนจำ ทำให้นึกถึงวันสิ้นปีเก่าในปีหนึ่ง ขณะไปเฝ้าการชุมนุมหน้าเรือนจำ รอออกเวรตอนเที่ยงคืน ในช่วงเวลาแห่งความอยุติธรรมบังเกิดแก่สังคมไทย ขณะเฝ้ารอก็มีนักข่าวต่างฉบับมาร่วมทำข่าว จากนั้นก็ไปซื้อเบียร์มานั่งดื่ม เราพูดคุยกันต่าง ๆ นานา กินเบียร์กันที่ม้านั่งในมุมมืดของหน้าเรือนจำ ไม่มีใครสังเกต ไม่มีใครสนใจ

กินกันจนลืมเวลาว่าผ่านเที่ยงคืนมาแล้ว เข้าสู่ปีใหม่ “สวัสดีปีใหม่” เราทักทายกันพอเป็นพิธี แล้วจึงแยกย้ายกันขึ้นรถข่าวกลับที่พัก มันช่างเป็นปีใหม่ที่แปลกตาและอยู่ในความทรงจำเป็นอย่างยิ่ง

เรื่องเล่าหน้าเรือนจำยังได้เห็นญาติมิตรคนรักมาเฝ้ารอพบคนที่อยู่หลังกำแพงสูง บางคนพาลูกมา บางคนรอคอย บางคนเตรียมข้าวของมามอบให้ เราต้องย้ำเตือนตัวเองให้จงหนักว่า ชีวิตมนุษย์นั้นมีเรื่องเล่า จะเลวร้ายอย่างไร คนย่อมเป็นคน

เสียงเพลงของ Folsom Prison Blues ของจอห์นนี่ แคช ปลิดปลิวเข้ามา เสียงบาดลึกก้องหู มันพูดถึงนักโทษคนหนึ่งที่ติดคุกในเรือนจำไม่รู้วันเวลาหลังกำแพงสูง กับท่อนจบของเพลงที่เขียนไว้อย่างน่าสนใจว่า

“ถ้าพวกเขาปล่อยผมออกจากเรือนจำ ผมจะไปให้ห่างจากที่นี่มากที่สุด ไปในที่ซึ่งผมอยากไป และให้เสียงหวูดรถไฟที่เดียวดายทำให้ความเจ็บปวดของผมถูกชะล้างออกไป”
......................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น