อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564

ซัดให้จะจะ อภิปรายไม่ไว้วางใจ

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นมาตรการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาลมากที่สุด... พุธที่ 27 มกราคม 2564 เวลา 11.00 น.


การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เป็นมาตรการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาลมากที่สุด ยังเป็นการคานอำนาจของฝ่ายบริหารโดยฝ่ายนิติบัญญัติที่ชัดเจนและได้ผลดีที่สุด

ช่วงชีวิตการเป็นนักข่าว เจอการอภิปรายมาหลายรอบ ก่อนโน้น การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนี่เรื่องใหญ่มาก ข่าวหัวเป้ง อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น เพราะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาลมากที่สุด แต่ยุคนี้ ความขลังดูเบาลงไปเยอะ



ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2537 พรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีพรรคชาติไทยเป็นแกนนำได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล คุณนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรณีแจกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีคนในตระกูลที่มีชื่อเสียงของจังหวัดรวมอยู่ด้วย กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชน นักวิชาการ และประชาชน ตอนนั้น ส.ส.กลุ่ม 16 ซึ่งมาจากทั้งฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เป็นแกนนำคัดค้าน เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสม ไม่โปร่งใส คุณสุเทพ ลาออกจากตำแหน่งก่อน อีกไม่กี่วันคุณนิพนธ์ ลาออกตาม จึงไม่มีการอภิปราย 



พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีทั้งคณะอีกครั้ง เมื่อวันที่ 17-18 พฤษภาคม 2538 การอภิปรายครั้งนี้ จำได้ว่า นั่งดูเต็มๆ ตามติดตลอด หลังการอภิปรายเสร็จสิ้น พรรคพลังธรรม ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลขณะนั้นเรียกประชุมพรรคเป็นการด่วน แล้วมีมติงดออกเสียง โดยรัฐมนตรีของพรรคทุกคนจะลาออก เหตุผลเพราะรัฐบาลไม่สามารถชี้แจงข้อกล่าวหาได้  ประกอบกับ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นสมาชิกกลุ่ม 16 ประกาศไม่ยกมือให้ คุณชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี เลยตัดสินใจยุบสภาก่อนลงมติ 1 ชั่วโมง

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี เฉพาะข้อกล่าวหา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนเดียวก็พอ หลุดคนเดียวคนอื่นก็ไปหมด  



นายกฯ ถูกยื่นอภิปรายประเด็นบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้ภูมิปัญญา ไร้ความสามารถ ไร้คุณธรรม ไร้ภาวะผู้นำ ไร้จิตสำนึกและความรับผิดชอบ มีพฤติการณ์ทุจริต ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตเพื่อสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้ตนเองและพวกพ้อง ท่ามกลางภาวะที่ประชาชนดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก จากการระบาดของเชื้อโควิด-19  ทำให้เศรษฐกิจดิ่งเหว 

มีการใช้อำนาจแลกผลประโยชน์ ทำให้การทุจริตแพร่กระจาย ไม่ต่างจากโรคระบาด จนได้ชื่อว่าเป็นยุคทุจริตเฟื่องฟู เบ่งบานมากที่สุด ปกปิดความผิดตนเองและพวกพ้อง ไม่รอบคอบใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง มุ่งแต่สร้างความนิยมชมชอบให้ตนเอง สร้างความแตกแยกในสังคม ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ ทำลายผู้เห็นต่าง ละเลยให้มีบ่อนพนันกระจายไปทั่ว 



ไม่ยึดมั่นศรัทธาการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำลายและเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทำลายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน นำสถาบันเป็นข้ออ้างเพื่อแบ่งแยกประชาชน แอบอ้างสถาบันเป็นเกราะปิดบังความผิดพลาดล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดินของตนเอง ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ทำลายระบบคุณธรรมในระบบราชการ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม การบริหารราชการแผ่นดินของพล.อ.ประยุทธ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง 

ฟังข้อกล่าวหาก็สยองแล้ว จะรอฟังช่วงอภิปรายงัดข้อมูลเด็ด ๆ ซัดจะจะให้ร่วงไปเลย อย่ามวยล้มต้มคนดูนะ.

--------------
ชายธง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 54