อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

แฟนบอลไร้สมอง ...

"เหยียดผิว" กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้งในแวดวงลูกหนังพรีเมียร์ลีก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นปัญหาที่แก้ยังไงก็ไม่หาย แล้วจะมีทางหรือไม่ ที่ในระยะยาว การแบ่งแยกสีผิวจะหมดไปจากวงการลูกหนัง...? อาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2564 เวลา 10.30 น.

จำได้ว่าเคยเขียนเรื่องการเหยียดผิวในวงการกีฬาไปแล้วหลายครั้ง...
    
ทุกครั้งที่พูดหรือเขียนถึงเรื่องนี้ ก็เข้าใจในระดับหนึ่งว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ที่เรื่องนี้มันจะหายไปในชั่วข้ามคืน แต่พอมีข่าวว่าเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ มันก็พาให้รู้สึกห่อเหี่ยวทุกทีไป 
    
เคยเห็นพวกคอมเมนต์ตามโซเชียลประเภทว่า มันจะอะไรกันหนักหนากะอีแค่ถูกเรียกว่า “ไอ้ดำ” หรืออะไรทำนองนั้น หลายคนบอกว่าตัวเองก็โดนล้อเรื่องสังขารมาตั้งแต่เด็ก ไม่เห็นรู้สึกอะไร...
    
อันดับแรก ต้องเข้าใจก่อนว่าเรื่องของการเหยียดในวัฒนธรรมบ้านเรา กับการเหยียดในวัฒนธรรมของชาวตะวันตกมันไม่เหมือนกัน บ้านเราส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการล้อเอาสนุก แต่อีกฝั่งหนึ่งของโลกนั้น มันแฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ของการกดขี่ข่มเหงคนที่ผิวสีแตกต่างจากตัวเอง มันเป็นความรู้สึกที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง
    
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องการเหยียดการเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้งในลีกสูงสุดของแดนผู้ดี คราวนี้เหยื่อเป็น อักเซล ตวนเซเบ และ อองโตนี มาร์กซิยาล 2 นักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
    
ทั้งคู่โดนแฟนบอลไร้สมอง ถล่มหนักในช่องทางโซเชียลด้วยถ้อยคำเหยียดผิว หลังโชว์ฟอร์มไม่ออกในเกมนัดที่ “ผีแดง” แพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด คาบ้านเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว 
    
ตามมาด้วย เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ที่ออกมาบอกว่า โรแม็ง ซอว์เยอร์ส นักเตะของทีมก็โดนเช่นกัน และล่าสุดของล่าสุด รีซ เจมส์ แบ๊กขวา เชลซี ที่โดนสาดของเสียใส่ผ่านสื่อโซเชียลส่วนตัว
 
                                                                 รีซ เจมส์    

จาก 3-4 กรณีที่ว่า ต้นสังกัดของนักเตะต่างออกมาปกป้องนักเตะในอาณัติ แต่เท่าที่ตามข่าว มีแค่ “เดอะ แบกกีส์” ที่ส่งเรื่องถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะจริง ๆ แล้วเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องผิดกฏหมาย 
    
ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เชลซี เท่าที่เห็นคือออกแถลงการณ์ประณาม ส่วนจะติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเปล่านั้น ไม่ได้มีรายละเอียดแจ้งมา 
    
เท่าที่ผ่านมา เวลามีกรณีเหยียดผิวเกิดขึ้นในแวดวงฟุตบอลนั้น พอคนที่เป็นเหยื่อและเพื่อน ๆ ออกมาตอบโต้ และผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาแถลงประณาม มันก็มักจะจบที่ตรงนั้น มันมักไม่มีการตามต่อว่ามีการเอาตัวพวกแฟนบอลเหยียดผิวพวกนี้มาลงโทษอะไรหรือไม่ 
    
ถามว่ามันทำอะไรได้มากไปกว่านี้หรือเปล่า จริง ๆ แล้วมันก็น่าจะได้ ในแถลงการณ์ล่าสุดของทั้ง “ผีแดง” และ “สิงห์สำอาง” ก็มีการเรียกร้องไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินการจริงจัง รวมถึงเรียกร้องไปทางโซเชียลแพลตฟอร์มต่าง ๆ จัดการแอคเคานท์เกรียน ๆ พวกนี้ซะที 
 
                                                                        โรแม็ง ซอว์เยอร์ส    

แต่เชื่อเถอะครับว่าในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ทำยังไงพวกนี้ก็ไม่หมดไปง่าย ๆ เพราะเรื่องพวกนี้สำหรับบางคน เรื่องการยกตัวเองเหนือกว่าคนอื่นมันฝังเข้าไปในจิตสำนึก 
    
หากหวังจะให้ความอัปลักษณ์เหล่านี้หมดไป มันน่าจะต้องฝากไว้ที่คนรุ่นต่อไปแล้ว การปลูกฝังทัศนคติว่าคนทุกคนเท่าเทียมกันให้กับเด็ก ๆ ในปัจจุบัน 
    
สอนเด็กวันนี้ว่าการมองคนอื่นไม่ใช่คนเหมือน ๆ กัน มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นที่ยอมรับในโลกยุค 5 จี น่าจะเป็นทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุดแล้วในระยะยาว
                    
ผยองเดช
    

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 69