อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

ผู้ตรวจการแผ่นดิน!! ฮีโร่ของผู้เฒ่าผู้แก่ไทย

สัปดาห์นี้..บรรดาผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่มีสิทธิ กว่า 9.2 ล้านคน ที่รอเงินเยียวยาคนละ 4,000 บาท ตามโครงการ “ม.33 เรารักกัน” ของ “เสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน คงยังไม่ได้ “เฮ” กันแบบสมใจอยาก จันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 10.00 น.


เพราะด้วยรายละเอียด ด้วยความรอบคอบ กระทรวงแรงงานจึงยังไม่สามารถจัดทำโครงการได้แล้วเสร็จ และส่งต่อให้ รัฐนาวาของ “บิ๊กตู่” ไฟเขียวได้ทันในสัปดาห์นี้

คงต้องรอการประชุมในสัปดาห์ถัดไป หรือประมาณ วันที่ 15 ..โน่น และตามกระบวนการตามขั้นตอน ตามเงื่อนไขของโครงการ ก็จะเริ่มใช้เงินได้ก็ราว ๆ วันที่ 15 มี..64



เรียกได้ว่า!! ต้องอดใจรอ...กันสักนิด ในเมื่อรัฐบาลจะแจกเงินก็ต้องรอบคอบกันสักนิด  ไม่งั้น...อาจไปเดินซ้ำรอยเรื่องการจ่ายเงินบำนาญพิเศษกับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่กำลัง “ร้อนฉ่า” เพราะทำร้ายจิตใจบรรดาผู้สูงอายุ ผู้สูงวัย ทั้งหลาย ที่กำลังเป็นที่กังขาของสังคมอยู่ในเวลานี้ 

เชื่อได้ว่าที่ไปที่มา...ของการเรียกเก็บเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืน เพราะได้รับซ้ำซ้อนกับเงินบำนาญพิเศษ ครั้งนี้ต้นสายปลายเหตุก็เกิดจาก...การเชื่อมโยงระบบข้อมูลของภาครัฐ ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นั่นแหละ

ต้องยอมรับว่า ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการก้าวไปสู่ความทันสมัย ทันโลก ก็กลับกลายทำให้บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ ผู้สูงวัย ต้องเดือดร้อน น้ำตาตกกันเป็นแถว

หากเป็นผู้สูงวัย ที่ฐานะพอมีอันจะกินหน่อย ก็ไม่เท่าไหร่? แต่เป็นบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ ที่ฐานะแร้นแค้น เป็นผู้พิการ เป็นผู้ป่วยติดเตียง นี่สิ!! เห็นแล้วอนาถใจ

ก็ในเมื่อได้รับเงินตามสิทธิ ที่ควรจะได้ แต่ปรากฏว่า กลับถูกรัฐมาเรียกคืนกันฉิบ ทั้งที่ความผิดพลาดก็ไม่ได้เกิดจากตัวผู้สูงอายุสักหน่อย

แต่ เรื่องนี้!! ต้องย้ำกันหน่อยว่า ต้องเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ “บริสุทธิ์ใจ” อย่างแท้จริง ไม่ใช่ ประเภท “สวมรอย” โดยใช้สถานะตัวเองมาสมคบคิดกับเจ้าหน้าที่ เพื่อกินเงินรัฐฟรี ๆ

เท่าที่รู้!! ในส่วนของผู้ที่ตั้งใจกินเงินรัฐฟรี ยังมีอีกหลายรูปแบบ ซึ่งประเภทนี้!! ก็ควรจัดหนัก ว่ากันไปตามกฎหมาย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลดี จากการเชื่อมโยงระบบข้อมูลของภาครัฐ

แต่ประเภท “บริสุทธิ์ใจ” เนี่ยนะสิ... รัฐต้องยกประโยชน์ให้ ไม่ใช่มาเรียกเก็บเงินย้อนหลัง!!

ซึ่งเรื่องนี้!! ก็เป็นที่น่ายินดี ว่า “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ได้ยื่นมือเข้ามา เพื่อเคลียร์ปัญหาหรือจบปัญหาที่ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ได้ก่อนี้...ได้อย่างจบสิ้น

เพราะล่าสุด... ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้มีความเห็นร่วมกับหน่วยงานเจ้าของปัญหาทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง โดยให้ถือว่าเบี้ยผู้สูงอายุ และเงินบำนาญพิเศษ ถือเป็นเงินคนละก้อนกัน



โดยเงิน “บำนาญพิเศษ” ให้เพื่อตอบแทนให้กับข้าราชการที่ปฎิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและเกิดการพิการ ทุพพลภาคหรือเสียชีวิตตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญปี 2494 ที่กำหนดให้รัฐต้องดูแลข้าราชการเหล่านั้น

ถ้า “เสียชีวิต” ก็ได้กำหนดเงื่อนไขว่า บุตรจะได้รับจนถึงอายุ 20 ปี สามีหรือภรรยาถ้าไปแต่งงานใหม่ก็จะหมดสิทธิรับเงินดังกล่าว แต่พ่อแม่จะได้รับจนกว่าจะเสียชีวิต ซึ่งแสดงว่าเงินทั้ง 2 ส่วนเป็นคนละก้อนกัน จึงมีสิทธิได้ทั้ง 2 ส่วน ทั้งเงินบำนาญพิเศษ และเงินเบี้ยผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแก้ไขระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี 2552 ให้ผู้ที่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ให้ได้รับบำนาญพิเศษด้วย โดยให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน หรือดำเนินการโดยไม่ชักช้า

ว่ากันตามจริง!! เรื่องนี้แทบไม่จำเป็นต้องใช้ความเห็นของ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ด้วยซ้ำไป ชาวบ้านชาวช่อง ก็มีเหตุผลเหมือนกับผู้ตรวจการแผ่นดินนั่นแหละ

แต่ปัญหา!! ก็อยู่ที่เรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั่นแหละ ที่ผูกมัดจนทำให้ยุ่งเหยิงวุ่นวายกันไปหมด แต่ใช่ว่าเป็นกฎหมายแล้วจะแก้ไม่ได้ อยูที่ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะ “ใส่ใจ” แค่ไหน

อย่างที่บอก...พวก “เจ้าเล่ห์” ที่ต้องการกินเงินรัฐฟรี ก็มีอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะ พวกที่มี “คนใหม่” แต่ไม่ยอมทำพิธีให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะต้องการรักษา “สิทธิ” ตรงนี้ ก็มีอยู่จำนวนไม่น้อยเช่นกัน

เอาเป็นว่า ณ เวลานี้ บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ พ่ออุ๊ยแม่อุ๊ย ผู้สูงอายุทั้งหลาย ที่ถูกเรียกคืนเงินเบี้ยผู้สูงอายุ ในช่วงที่ผ่านมา ก็สบายใจกันได้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ต้องนอนสะดุ้งเหมือนช่วงที่ผ่านมาอีก!! 
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น