อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อย่ามองข้าม'คนแก่ก็แบบนี้' กับการดูแลสูงวัยก่อนพลาด!

คนแก่ก็มีอาการแบบนี้แหละ! คำที่หลายคนเคยชินแต่กลับมองข้าม แต่รู้หรือไม่ว่าส่งผลต่อสุขภาพผู้สูงวัยได้มากกว่าที่คิด.. เร่งหันกลับมาดูก่อนพลาด! เสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14.00 น.


คนแก่ก็แบบนี้แหละ แก่แล้วก็เป็นแบบนี้แหละ.. คงเป็นคำที่หลายๆ คนคงจะเคยคิด หรือเป็นคำที่ได้ยินจากปากครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณแม่ รวมไปถึงปู่ ย่า ตา ยาย แต่เคยทราบกันหรือไม่คะ? ว่าการที่เรามองอาการต่างๆ ของผู้สูงอายุว่าเป็นเรื่องปกตินั้น อาจะนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพที่เสื่อมถอยได้อย่างรวดเร็วมากกว่าที่คิด แต่จะเป็นยังไงบ้างนั้น วันนี้ "Healthy Clean" มีคำตอบมาฝากกันค่ะ

โดย นพ.ไอศวรรย์ เพชรล่อเหลียน ฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เผยว่า อย่างที่เราทราบกันดีว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคผู้สูงอายุที่มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากๆ ขึ้นในแต่ละวัน ที่อาจจะนำไปสู่ภาระของระบบสุขภาพ เพราะเมื่อถึงวันที่อายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายก็จะไม่ค่อยแข็งแรง เสื่อมถอยลง ต้องมีคนดูแล การที่มีคลินิกผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการดูแลผู้สูงอายุ สภากาชาดไทย ก็เพื่อลดปัญหาดังกล่าวลง ให้ผู้สูงอายุได้แก่อย่างมีคุณภาพ มีความแข็งแรงขึ้น หรือถ้าจะต้องพึ่งพาคนอื่นก็เป็นการพึ่งพาให้น้อยที่สุด 

การดูแลผุ้สูงอายุเริ่มจากคลินิกผู้สูงวัยสุขภาพดี เน้นดูแลผู้สูงอายุที่ค่อนข้างสุขภาพดี โดยจะมีการตรวจสุขภาพเพื่อประเมิน ส่งเสริมความแข็งแรงและป้องกันโรค เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสื่อมถอยเพิ่มมากขึ้น อันที่จริงหากจะมองว่าเป็นการตรวจสุขภาพประจำปีก็ได้ เพียงแค่เราทำมากกว่านั้น ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม อาทิ การจัดกิจกรรมเล่นอังกะลุงเป็นการส่งเสริมการเข้าสังคม อีกทั้งการเล่นดนตรีเป็นหมู่คณะ เล่นได้ในท่านั่งไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่ต้องใช้ไม้เท้าหรือนั่งรถเข็นก็สามารถเล่นได้ ได้ฝึกสมาธิด้วย ไม่อยู่กับบ้านแบบเหงาๆ ไม่ออกมาเจอโลกภายนอก 



ซึ่งเมื่อเกษียณแล้ว กลับมาอยู่กับบ้านจะทำให้เสื่อมถอยเร็ว ซึ่งคนไทยนั้นไม่ค่อยมีงานอดิเรก ผิดกับต่างชาติที่มีงานอดิเรก จึงไม่ค่อยรู้สึกเหงาเมื่อไม่ได้ทำงาน หรือในบางครั้ง "การที่สังคมไทยมองว่าลูกหลานต้องมีความกตัญญูสูง อยากดูแลท่านเมื่อสูงวัย ไม่ต้องทำอะไรแล้ว พักอยู่กับบ้านเฉยๆ แต่ในทางกลับกันกับความหวังดีนั้นกลับทำให้ท่านถดถอยลง" เพราะสมองไม่ได้ทำงานเท่ากับก่อนหน้านี้ ยิ่งหากเป็นคนที่ชอบเก็บตัว ไม่ค่อยทำอะไร ก็มีโอกาสที่จะเกิดโรคสมองเสื่อมได้มากขึ้น ซึ่งการที่เรามีกิจจกรรมทางสังคม ได้มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ ได้ฝึกการคิดแก้ปัญหา ก็เป็นการกระตุ้นให้สมองได้ทำงาน เป็นการช่วยให้สมองมีความคิด ความจำดีขึ้น อีกทั้งการได้พบปะกันกับคนอื่นก็อาจจะมีความสุขกว่า ตามธรรมชาติของมนุษย์ แม้จะเป็นคนที่มีบุคลิกที่หลายๆ คนตอนนี้ชอบใช้กันคือ Introvert หรือคนชอบเก็บตัว ก็ไม่ได้แปลว่าเขาอยากอยู่คนเดียว ก็ยังอยากมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นอยู่บ้างในสัดส่วนที่เขารู้สึกสบายใจ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการสอนการออกกำลังกายแบบต่างๆ เพื่อสร้างความแข็งแรงด้านกล้ามเนื้อ ป้องกันการหกล้ม เทคนิกการนอนหลับเพื่อให้ลดการทานยานอนหลับ รวมไปถึงการฝึกการขมิบอย่างถูกวิธี เพื่อลดปัญหาการปัสสาวะเรี่ยราด รวมไปถึงสันทนาการทั่วไปที่สอดแทรกความรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งมีกิจกรรมอีกมากมายที่ผู้สูงอายุสามารถทำได้ 

"เพราะผู้สูงอายุที่แข็งแรงแบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์นั้นมีน้อย" ปัญหาของผู้สูงอายุที่มักจะพบได้ คือมีแทบทุกด้าน แต่ที่อยากจะเน้นเลยคือปัญหาที่หลายๆ คนอาจจะมองข้าม อย่าง "หกล้ม" แต่สำหรับผู้สูงอายุถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอาจนำไปสู่กระดูกหักถึงขั้นเสียชีวิตได้ อย่างบางคนเป็นคนที่แข็งแรง แต่เมื่อหกล้มกลับกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือบางครั้งการล้มไม่ได้รุนแรงแต่กลับเกิดความกลัว ไม่กล้าออกเดินทางไปไหน ใช้ชีวิตในการทำสิ่งต่างๆ น้อยลง จนนำไปสู่การถดถอย แต่เราสามารถป้องกันได้ หากออกกำลังกายให้เหมาะสม ปรับพื้นที่บ้านให้เอื้ออำนวยต่อผู้สูงอายุ หรือหากสายตาไม่ดีก็ต้องเริ่มรักษา



ถัดมาคือเรื่องสมอง "ที่ต้องกังวลว่าอาจจะเกิดอาการสมองเสื่อม" ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุที่อาการอาจจะยังไม่บ่งบอกอย่างชัดเจน แต่ถ้าหากเจออาการเริ่มต้นก็สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องอารมณ์ "ความซึมเศร้าในผู้สูงอายุที่พบได้มากเช่นเดียวกัน แต่ไม่ค่อยเป็นเรื่องที่นำมาปรึกษาแพทย์เท่าไหร่ เพราะมองว่าการที่ผู้สูงวัยดูเฉื่อยชา ไม่ทำอะไรเพราะว่าเป็นช่วงอายุของท่านตามวัย" แต่จริงๆ แล้ว ผู้สูงอายุอาจจะเป็นซึมเศร้าก็ได้ เพราะมีเหตุอันก่อให้เกิดอาการได้มาก เช่น เดิมเป็นคนที่ทำงาน ได้พบเจอผู้คนตลอด แต่เมื่อเปลี่ยนสถานะทางสังคม จากเดิมที่อาจจะเคยมีหน้าที่การงานใหญ่โต แต่มาโรงพยาบาลก็เจอคุณหมอเรียกคุณลุง คุณป้า ก็อาจจะรับไม่ได้ก็มี อีกทั้งยังรายได้น้อยลง รวมถึงยังเป็นวัยแห่งการสูยเสีย ที่พบเห็นคนที่รักจากไปเพิ่มมากขึ้น เหล่านี้ล้วนอาจจะเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาทางด้านอารมณ์ขึ้นได้เช่นเดียวกัน

ด้านโภชนาก็มีทั้งมากไปและน้อยไป โดยมากไปคือน้ำหนักเกิน ผอมมากไป ทานโปรตีนน้อยเกินไป ที่มีสาเหตุทั้งจากการที่ฟันไม่ดี ต้องทานแต่อาหารนิ่มๆ เพียงอย่างเดียว หรือทานผักเป็นหลักโดยไม่ทานโปรตีนที่เพียงพอ ไม่ว่าจะจากเนื้อสัตว์หรือโปรตีนจากถั่ว ไม่ทานให้ครบ 5 หมู่ ทำให้ระยะยาวกล้ามเนื้อก็ฝ่อ ก็ลีบลงไป 



"อาจจะมองว่าตัวเองแข็งแรงดีไม่มีโรคอะไร หรือมีอาการบ้างเล็กน้อย แต่มองว่าไม่ได้เป็นปัญหา แต่บางอย่างหากไม่ทำการตรวจประเมินก็อาจจะไม่มีทางล่วงรู้ได้เลยว่าบางโรคกำลังถามหาแล้ว ซึ่งถ้าหากอยากมีสุขภาพที่ดี ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ออกกำลังกายให้เพียงพอ ทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ พักผ่อนให้พอ เรียนรู้อไรใหม่ๆ บ้าง ได้เข้ากิจกรรมเพื่อสังคมเท่านี้ หมอก็มองว่าเพียงพอแล้ว แต่ที่สำคัญเลยคือลูกหลาน การที่มองว่า "คนแก่ก็แบบนี้แหละ ทำอะไรไม่ได้ หรือคิดว่านี่คือเรื่องปกติของคนแก่" ตรงนี้กลับเป็นผลเสียกับตัวผู้สูงอายุมากกว่า  เราควรหันมาให้ท่านได้ทำกิจกรรมต่างๆ แล้วสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้น แล้วรีบพาไปพบแพทย์จะดีที่สุด" 

ฉะนั้น อย่าคิดว่าผู้สูงอายุที่อยู่เฉยๆ ดูแล้วเหมือนไม่ได้เป็นอะไร แต่อย่าลืมว่าเมื่อคนเราอายุเพิ่มมากขึ้น ทุกอย่างย่อมถดถอยลง.. การหันกลับมาดูแลตัวเองเพื่อสุขภาพที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามอีกต่อไปนะคะ...



................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น