อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

แม่ไม่ทนเห็นลูกรอความตาย ตาฟางขี่พ่วงข้างพาฟอกไต

“ยายเปรี้ยว” ดีใจ นายอำเภอ ทหารยื่นมือช่วย หลังโซเชียลแชร์ “อย่าชนยาย” เหตุสายตาฟางขี่รถพ่วงข้างพาลูกพิการไปฟอกไตทุลักทุเล ยอมเสี่ยงอันตรายดีกว่าทนให้ลูกอยู่รอความตาย   อาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 08.00 น.


ชีวิตรันทดของสองแม่ลูกชาว จ.พิษณุโลก แม่ซึ่งพิการทางการมองเห็นไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพาลูกชายพิการป่วยโรคไตระยะสุดท้ายไปหาหมอฟอกไตที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ถึงสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ระยะทางไปกลับร่วม 80 กิโลเมตร ต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืดกว่าจะกลับก็ค่ำ เสี่ยงอันตรายบนท้องถนน แต่ผู้เป็นแม่ก็ไม่เห็นหนทางอื่น เพราะถ้าลูกชายไม่ได้ฟอกไตอาจอันตรายถึงชีวิตได้..  

หญิงชราผู้เป็นแม่ทำได้แค่เพียงติดป้ายที่ท้ายรถว่า “โปรดระวังอย่าชนยาย ยายขับรถไม่เก่ง ยายจำเป็นต้องพาลูกพิการเดินไม่ได้ไปฟอกไต อาทิตย์ละ 3 ครั้ง ยายมาจากบางกระทุ่ม ยายอายุ 68 ปีแล้ว ยายตาไม่ดี อย่าชนยาย”



ระหว่างทาง นายเจษฎา จันทร์ท่าฬ่อ หนุ่มพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.พิจิตร กำลังขับรถพาแม่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลได้พบเห็น ด้วยความสงสารและเห็นใจจึงนำเรื่องราวมาโพสต์เฟซบุ๊ก “ช่างตั๊ก ช่างไฟ เมืองตะเข้” วอนผู้ใช้เส้นทางที่เจอยายช่วยกันระมัดระวัง ก่อนจะขับรถติดตามสองแม่ลูกไปถึงบ้านพัก เลขที่ 32 หมู่ 9 บ้านบางกระทุ่มใน ต.บางกระทุ่ม อ.บางกระทุ่ม ซึ่งสภาพบ้านเก่าแก่ทรุดโทรม  

“ยายเปรี้ยว” หรือ นางเปรี้ยว สุขแสง อายุ 68 ปี เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า แม่มีลูกทั้งหมด 5 คน เป็นลูกสาว 4 คน และลูกชาย 1 คน ลูกสาว 2 คนได้เสียชีวิตไปแล้วจากโรคเส้นเลือดในสมองแตกและเนื้องอกในสมอง ส่วนสามีเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่การรถไฟก็เสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตกเช่นกัน 



“อาทิตย์” หรือ นายอาทิตย์  สุขแสง อายุ 37 ปี ลูกชายคนเดียว เมื่อ 2 ปีก่อนทำงานโรงงานที่จ.ชลบุรี แต่เกิดเส้นเลือดในสมองแตกจนเป็นอัมพาตครึ่งซีกกลับมาอยู่บ้านทีแรกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย แม่ต้องทำกายภาพบำบัดและดูแลทุกอย่าง พออาการเริ่มดีขึ้นบ้างก็มาพบว่าป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้ายอีก  

แม่พิการทางการมองเห็น ดวงตาฝ้าฟางมองอะไรไม่ค่อยชัด ด้วยเหตุที่ว่าเราอาศัยอยู่กันเพียงสองแม่ลูก ตนจึงนำรถจักรยานยนต์ไปดัดแปลงพ่วงข้างและทำที่นั่งเพื่อให้อาทิตย์ได้นั่งไปฟอกไตที่โรงพยาบาล และไปเป็นเพื่อนเวลาที่ตนต้องไปตรวจโรคประจำตัวตามที่หมอนัด อาทิตย์จะช่วยมองทางคอยบอกแม่ให้เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา และคอยเปิดไฟเลี้ยวให้



“ก่อนหน้านี้แม่เคยถูกควายไล่ขวิดได้รับบาดเจ็บที่หลัง หมอนัดให้ไปผ่าตัดแต่ก็ไม่สามารถไปได้ เพราะถ้าแม่ไปผ่าตัดก็ต้องนอนพักฟื้นเป็นเวลานานแล้วใครจะดูแลพาอาทิตย์ไปฟอกไต แม่จึงต้องยอมทนเจ็บทนเหนื่อยเพื่อให้ลูกได้มีชีวิตต่อไป ทุกวันนี้รายได้ครอบครัวก็น้อยนิด แม่รับจ้างเก็บลูกฝรั่ง เผาถ่าน และเก็บผักบุ้งขายประทังชีวิตไปวันๆ”

ส่วนอาทิตย์ ก็มองหน้าแม่และกล่าวว่า ถ้าตัวเองไม่ได้ฟอกไตร่างกายก็จะแย่มากๆ ปัสสาวะไม่ออก ซึ่งหมอบอกว่าถ้าน้ำท่วมปอดอาจจะเสียชีวิตได้ทันที ที่ผ่านมาก็มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือกันพอสมควร แต่ทุกวันนี้ก็ยังลำบากเรื่องการเดินทางไปโรงพยาบาล ตนเป็นห่วงแม่ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ค่อยแข็ง และอายุท่านก็มากแล้ว เคยเหมารถยนต์ไปครั้งหนึ่งก็มีค่าใช้จ่ายจำนวนมากก็สู้ไม่ไหว



หลังโซเชียลและสื่อต่างๆ แชร์เรื่องราวชีวิตของยายเปรี้ยวออกไป เรื่องทราบถึง พลตรี นพดล รอดกลาง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 และนายเฉลิมชัย ขวัญเมือง นายอำเภอบางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก จึงได้ลงพื้นไปเยี่ยมบ้านยายเปรี้ยวกับลูกชาย โดยนายอำเภอบางกระทุ่มรับปากจะช่วยเหลือหารถยนต์มาอำนวยความสะดวกช่วยนำยายเปรี้ยวกับลูกชายไปโรงพยาบาลเวลาที่หมอนัด หรือต้องไปฟอกไตที่โรงพยาบาลพุทธชินราช ขณะที่ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ได้มอบเงินจำนวนหนึ่ง ถุงยังชีพสิ่งของที่จำเป็น และผ้าห่มกันหนาวให้เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น 

ยายเปรี้ยวกับลูกชายดีใจปลาบปลื้มอย่างยิ่งที่มีหน่วยงานรัฐยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เพราะจากนี้คงจะไม่ต้องไปเสี่ยงชีวิตบนท้องถนนเวลาไปหาหมออีกแล้ว..   



สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการจะช่วยเหลือยายเปรี้ยวกับลูกชายสามารถโอนเงินบริจาคได้ ชื่อบัญชี นางเปรี้ยว สุขแสง ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางกระทุ่ม หมายเลขบัญชี 470-022600-6 หรือโทรสอบถามยายเปรี้ยวได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 063 135 6643

คอลัมน์ : นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : เทพฤทธิ์ นาคดี จ.พิษณุโลก
แนะนำเรื่องราวชีวิตดั่งนิยาย หรือสอบถามได้ที่ banyen111dailynews@gmail.com
คลิกอ่านเรื่องราว "นิยายชีวิต" เพิ่มเติมได้ที่นี่..  



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น