อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

มองปัญหามากไปกว่าการเหยียดผิวในโลกออนไลน์

การเหยียดผิว ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มานาน ดั่งเชื้อโรคร้าย ลามเข้าไปทุกพื้นที่ทางสังคม โดยเฉพาะในวงการฟุตบอล พุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 12.00 น.


สำหรับคนที่ติดตามฟุตบอลมานาน สิ่งที่เราเห็น การรณรงค์อยู่เป็นประจำคือการต่อต้านการเหยียดผิว ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มานาน เพราะนักฟุตบอลในสโมสรระดับโลกก็มีสีผิวที่แตกต่างไปจากลีกการแข่งขันในประเทศที่ตนไปค้าแข้งอยู่ ปัญหาก็คือหลายครั้งพวกเขาเป็นตัวความหวังของทีม พอทำไม่ได้ก็โดนวิจารณ์ การวิจารณ์บางอย่างก็เป็นเรื่องดีเป็นข้อแนะนำให้นำไปปรับปรุง แต่หลายครั้งการวิจารณ์จากแฟนบอลเป็นแบบเอาสนุกปากมอม ๆ ลามไปยังสีผิวกลายเป็นการเหยียดผิวไปในทันที

องค์กรที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลต่างออกมารณรงค์เรื่องนี้กันมาก ไม่ว่าคุณจะสีผิวใด ความเป็นคนต้องเท่าเทียมมาก่อนเสมอ สิ่งนี้ได้รับการพูดถึงโดยนักฟุตบอลทีมงานหลายคน เป็นมาตรฐานหลัก ในสนามฟุตบอลเราเห็นแฟนบอลทำการเหยียดผิวนักฟุตบอล ทั้งล้อเลียนเป็นคำพูด เป็นเพลง ปากล้วยใส่นักฟุตบอลผิวดำ สื่อนัยว่าเป็นลิง การใช้คำพูดของนักฟุตบอลทั้งในสนามและในพื้นที่โลกออนไลน์ ทุกอย่างถูกจับจ้องรณรงค์กันอย่างจริงจังเพื่อยุติปัญหานี้ ถึงขั้นมีมาตรการลงโทษอย่างรุนแรงด้วย



ในช่วงที่ สถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด สนามฟุตบอลไม่มีแฟนบอล การแข่งขันดำเนินต่อไป โดยเหล่าแฟน ๆ ต้องรับชมผ่านทางโทรทัศน์ ผ่านทางออนไลน์ ปัญหาการเหยียดผิวกลับรุนแรงมากขึ้น โดยพื้นที่การแสดงความรุนแรงไปปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์

ต้องเข้าใจว่านักฟุตบอลระดับโลกนั้นก็เหมือนเซเลบริตี้คนหนึ่ง พวกเขามีช่องทางการสื่อสารออนไลน์กับแฟนบอลและคนทั้งโลก ทั้งเพจ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และ อินสตาแกรม พื้นที่ตรงนี้แหละครับ ที่โดนแฟนบอลเข้ามาขู่ฆ่ายามเล่นไม่ดี ก่อความผิดพลาด

แต่หลายคนต้องเจอกับการแสดงความคิดเห็นเหยียดผิวอย่างมาก จนกลายเป็นปัญหาที่ทำให้วงการฟุตบอลต้องกลับมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจังเสียที โดยช่วงที่ผ่านมานักเตะดาวรุ่งที่ไม่ได้เป็นผิวขาว ถูกเหยียดผิวในโลกออนไลน์อย่างจังและไม่ใช่นักฟุตบอลชายเท่านั้น นักฟุตบอลหญิงก็โดน หนักเข้ากรรมการฟุตบอลก็โดนขู่ฆ่าทางโลกออนไลน์ จนต้องหยุดการทำหน้าที่ของตัวเองในอาทิตย์ต่อมา



สถานการณ์ช่วงนี้เป็น ช่วงโควิด-19 แฟนบอลไม่ได้ออกมาปฏิสัมพันธ์กัน การพูดคุยในที่สาธารณะก็ต้องจำกัด พื้นที่ในโลกออนไลน์จึงกลายเป็นจุดระดมแสดงความคิดเห็นอย่างมาก อีกมุมมันก็เป็นที่ระบายความไม่พอใจของคนจำนวนมากด้วย ต้องเข้าใจว่าในยุโรปขณะนี้นอกจากโควิด-19 จะแพร่ระบาดแล้ว ความคลั่งผิวขาว พวกฝ่ายขวาก็เข้ามามีบทบาทในสังคมมากขึ้น เพราะผู้นำที่มีแนวคิดเดียวกับฝ่ายขวาคลั่งขาว ก็ขึ้นเป็นผู้นำหลายประเทศ หรือแม้จะยังไม่เป็นผู้นำ แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลจากคนในประเทศ

ดังนั้นแนวคิดการเหยียดผิวจึงกระจายดั่งเชื้อโรคร้ายไปทั่ว ลามเข้าไปทุกพื้นที่ทางสังคม โดยเฉพาะในวงการฟุตบอลด้วย

ถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ทำการรณรงค์มันเพียงพอไหม คำตอบที่คิดได้ง่าย ๆ ก็คือ ไม่พอครับ! ยังไงก็ไม่พอ!



สิ่งสำคัญที่คนในวงการและผู้เชี่ยวชาญออกมาเรียกร้องว่าเราควรกลับมาเรียกร้องยังแพลตฟอร์ม เจ้าของโซเชียลออนไลน์ ควรต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะคนมันไม่ได้ด่ากันจากปากปาว ๆ แต่มาด่ากันผ่านทางเฟซบุ๊ก ผ่านทางอินสตาแกรม ผ่านทางทวิตเตอร์ คือคุณควรจัดการหาวิธีเอาข้อความถ้อยคำที่เหยียดผิว ขู่ฆ่า ออกไปจากแพลตฟอร์มพวกนี้ให้ได้ คือจะไปจับก็ยาก เพราะบางคนก็ใช้ชื่อปลอม แอคหลุมไปเขียนข้อความด่ากันอย่างรุนแรงมาก

สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่เราเรียกร้องอะไรไม่ค่อยจะสำเร็จ แต่ในวงการระดับโลกนั้น สื่อมวลชนที่เป็นกระบอกเสียงของประชาชนนั้น เขาตระหนักในเรื่องนี้มาก เพราะหากปล่อยให้การเหยียดผิวมันอยู่ในระดับนี้โดยไม่แก้ปัญหา ทุกอย่างจะลุกลามไปหมด บรรยากาศคล้าย ๆ ยุคนาซีเรืองอำนาจในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เราเห็นการเหยียดผิวไปทั่ว ในประเทศอย่างจีนเองก็มีการสร้างค่ายกักกันเอาคนอุยกูร์ไปขัง อ้างว่าเพื่อปรับทัศนคติ แต่จริง ๆ คือการบังคับให้จงรักภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน

หรือในประเทศเพื่อนบ้าน เมียนมาของเรา ก็มี การกวาดล้างโรฮีนจา เพียงเพราะมีชาติพันธุ์แตกต่างทั้งศาสนาและความเชื่อ โลกเราทุกวันนี้จึงอันตรายอย่างมาก แม้ตัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะตกกระป๋อง แต่บทบาทและแนวคิดความเชื่อแบบสุดโต่งยังได้รับความนิยมในหมู่คนขวาจัดคลั่งขาวอยู่

นี่จึงเป็นเรื่องที่โลกต้องตระหนักนะครับ ในสื่อมวลชนเขาเคยเรียกร้องให้บริษัทใหญ่ ๆ ต้องรับผิดชอบการโพสต์แสดงความคิดเห็นของผู้ใช้งานอย่างเข้มงวดมากกว่านี้ ในเว็บไซต์หนังโป๊ออนไลน์อย่างพอร์นฮับนั้นได้แสดงความรับผิดชอบหลังถูกตีแผ่ว่าปล่อยให้มีคลิปเซ็กซ์ที่ผู้อยู่ในคลิปไม่ได้ยินยอมให้นำมาเผยแพร่ ซึ่งส่งผลอต่อตัวเหยื่ออย่างมาก สื่อมวลชนเขาบอกว่า วิธีการปิดเว็บปิดช่องทางไม่ได้ผล แต่ถ้าไปเรียกร้องสปอนเซอร์น่าจะเป็นวิธีการดีกว่า เขาไปเรียกร้องพวกบริษัทบัตรเครดิตให้ตัดการทำธุรกรรมกับพอร์นฮับ นี่มันสะเทือนมากครับ พอร์นฮับเลยต้องออกโรงควบคุมคลิปมากกว่านี้



ดังนั้นพวกบริษัทยักษ์ใหญ่ออนไลน์ทั้งหลาย หากยังนิ่งเฉยไม่ออกมาจัดการข้อความเหยียดผิวทั้งหลาย นายทุนนั้นมักไม่ฟังใคร แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องเงิน เรื่องรายได้ คนยกเลิกการใช้แพลตฟอร์มของตัวเอง นายทุนคงสะดุ้งแล้วหันมาจัดการเรื่องนี้อย่างแน่นอน นี่คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จะยุติควบคุมปัญหาให้เร็วที่สุด

แต่ในระยะยาว เราต้องลงไปให้คำแนะนำสอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รู้ว่า ความแตกต่างหลากหลายเป็นเรื่องปกติของสังคมมนุษย์ และคำพูดบางอย่างไม่ควรถูกเอ่ยออกมาหรือพิมพ์ออกไปเป็นอย่างยิ่ง 

อย่างไรก็ดีสิ่งที่เราต้องตระหนักและเข้าใจโดยเร็วก็คือ ทำไมกลุ่มขวาจัดถึงขึ้นมามีอำนาจได้รับความนิยมได้ มันมีอะไรบางอย่างที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาโลกาภิวัตน์ที่ทำให้คนจำนวนมากในสังคมเจอการพัดแรงและสั่นคลอนจากเรื่องเหล่านี้จนตัวเองกลายเป็นคนไร้ค่า ไม่มีตัวตนในโลกที่บีบเร้าให้เรามีตัวตน ความไร้ค่าเหล่านี้ทำให้คนจับกลุ่มกันมากขึ้นแล้วไปเชื่อในสิ่งที่ที่ดูไม่เข้าท่า แต่มีคนเชื่อจริง ๆ ก่อนจะรวมตัวก่อปัญหาแบบขวาจัดสั่นสะเทือนโลก

เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ ที่ต้องคิดให้ถี่ถ้วน ก็คงจะมาได้พูดได้คุยกันอีกในตอนต่อ ๆ ไปครับ ถ้าเรามัวแต่ด่าฝ่ายขวาคลั่งขาวอย่างเดียว โดยไม่เข้าใจพวกเขา แล้วมันจะต่างอะไรจากสิ่งที่พวกเขาทำกับคนอื่นกันเล่า...

..........................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : AP,Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 182