อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 12 เมษายน 2564

แก๊งค์ป่วนสภา!ฉุดศรัทธานักการเมือง

เหตุการณ์ป่วนๆ ที่เกิดขึ้นในสภาฯนี้ จึงทำให้หลายคนมองว่า ส.ส. และเวทีสภาฯ อาจจะไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ประชาชน ดังนั้นเกมการเมืองก็อาจจะถูกผลักไปนอกสภาฯ  ที่อาจจะกลายเป็นความหวังใหม่ และม็อบราษฎรก็แสตนบายรออยู่  ศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 07.00 น.


ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. เรียกว่ามีสีสันตั้งแต่เริ่มแรก และมันส์หยดขึ้นเรื่อยๆ เพราะส.ส. ฝ่ายรัฐบาลที่สถาปนาตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์ 10 รัฐมนตรี ประท้วงดะ ตั้งแต่คิกออฟอ่านญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ งานนี้หากใครประท้วงเยอะ ทำผลงานดี เบรกฝ่ายค้านให้เขวได้ อาจจะได้ใจนาย แต่กลับกันกันอาจจะลดศรัทธาของประชาชน และยังทำให้รัฐมนตรีที่ถูกซักฟอก ถูกมองว่าสอบตก เพราะไม่สามารถชี้แจงได้



ด้านฝ่ายค้านก็หวังว่าศึกนี้จะเป็นแมทซ์ที่จะมาวัดฝีมือของพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อเรียกศรัทธากับประชาชน โดยพูดมาตลอดว่าจะมีข้อมูลเด็ดมาชำแหละรัฐบาลจนทำให้รัฐมนตรีบางคนตกเก้าอี้ได้ นำร่องที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ที่เปิดศึกโดยกล่าวหาว่า เป็นรัฐบาลปรสิต ตามมาติดๆ ด้วย นายสุทิน คลังแสง ส.ส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แฉเรื่องค่าโง่โฮปเวลล์และเหมืองทองอัครา พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่แฉเรื่องบ่อนเกี่ยวโยง 3ป.และรับเงินบ่อนมาจ่ายรายเดือนให้ส.ส. พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ รวมถึง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่เปิดข้อมูลการเอื้อประโยชน์เรื่องรถไฟสายสีเขียว โดยเปรียบว่ารถไฟสายสีเขียวเหมือนเป็นหญิงสาวรูปงาม ที่ถูกขืนใจ

ซึ่งหลายเรื่องพูดไม่ทันไร องค์รักษ์พิทักษ์ รัฐมนตรีก็ลุกขึ้นทำหน้าที่ประท้วงหลายครั้ง และลามไปถึงการใช้ถ้อยคำหยาบคายประท้วงกันไปมา งานนี้จึงถูกมองว่าเป็นเกมช่วยลดทอนความสนใจเนื้อหาของฝ่ายค้าน เพราะประชาชนจะโฟกัสอยู่ที่ความวุ่นวาย จนลืมเนื้อหาที่นำมาอภิปราย ที่จะมาเขย่าลดศรัทธาความเชื่อมั่นของรัฐบาล



นอกจากนี้ยังมีสีสันในสภาฯ ที่มาแย่งซีนการอภิปราย ดึงความสนใจไปที่อื่น เช่น การที่ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ แขวนสร้อยคอ หลวงปู่ป้อม วัดป่ารอยต่อ เข้าสภา ซึ่งเรียกกระแสได้พอสมควร แต่ยังไม่ทันไร “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ออกมาบอกว่า “ไม่รู้เรื่องและไม่เคยให้คำแนะนำการทำเหรียญ และก็ไม่ได้เห็นด้วยที่ทำเหรียญดังกล่าว อย่าเอาตนไปเกี่ยวข้อง ไม่สนับสนุน ที่ต้องพูดเพราะเห็นเป็นข่าวใหญ่โต ซึ่งที่ทำน่าจะเป็นความชื่นชอบของตัวเองมากกว่า”

อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีหลายคน นอกจากกำลังเผชิญศึกในสภา ฯยังโดนขย่มศึกในพรรคของตัวเองด้วย อย่างพรรคพลังประชารัฐ ก็มีปัญหาหนักต่อเนื่องก่อนซักฟอก มีกระแสข่าวออกมาเรื่อยๆ ว่าคนในพรรคล่อกันเอง แอบแทงกันข้างหลังอยู่ตลอด นอกจากนี้อาจจะถือโอกาสในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อัพเกรดเพิ่มเลเวลตัวเองจากรัฐมนตรีช่วย ขยับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่ จึงต้องจับตาดูในวันโหวตลงมติ  เราอาจจะได้เห็นการขึงพรืดรัฐมนตรีบางคนได้คะแนนโหวตไว้วางใจน้อยก็เป็นได้ ทั้งนี้หลังจากอภิปรายเสร็จเชื่อว่าจะส่งผลแรงกระเพื่อม สอดคล้องกับที่หมอดูต่างๆ ที่ออกมาทำนายว่า หลังศึกซักฟอกอาจจะมีการปรับครม. ใหม่แน่นอน  แต่หลายคนยังมองว่าอย่างไรก็ตามส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลคงไม่มีใครที่เปรี้ยว จนโหวตสวนมติ ยกมือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี



เหตุการณ์ป่วนๆ ที่เกิดขึ้นในสภาฯนี้ จึงทำให้หลายคนมองว่า ส.ส. และเวทีสภาฯ อาจจะไม่สามารถเป็นที่พึ่งให้ประชาชนไม่มีความเชื่อถือได้หรือไม่ ดังนั้นเกมการเมืองก็อาจจะถูกผลักไปนอกสภาฯ  ที่อาจจะกลายเป็นความหวังใหม่ และม็อบราษฎรก็แสตนบายรออยู่

ดังนั้นวันนี้จะถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่นักการเมือง จะกลับมาเป็นตัวอย่างและเป็นที่พึ่งหวังของประชาชนเสียที.
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น