อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

จริงหรือ?ทำอาหารกับลูกน้อย เสริมพัฒนาการกว่าที่คิด!

"ห้องครัว".. หลายๆ ครอบครัวอาจจะกำหนดเป็นพื้นที่ต้องห้ามสำหรับ "ลูกน้อย" แต่เชื่อหรือไม่ว่าสามารถเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กๆ ได้มากกว่าที่คิด! เสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 14.00 น.


ขึ้นชื่อว่าการเข้าครัว.. คงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ไม่อยากให้เด็กๆ เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นความกังวลจากอันตรายทั้งไฟ ทั้งของมีคมต่างๆ และพยายามหลีกเลี่ยงให้ลูกน้อยเข้าอาณาเขตบริเวณดังกล่าวในบ้านกันอยู่ไม่ใช่น้อย แต่เชื่อหรือไม่คะว่าอันที่จริงแล้ว  "ลูกน้อยทำอาหาร" นั้นสามารถเสริมสร้างพัฒนาการได้มากว่าที่คิด! 

ในวันนี้ "Healthy Clean" ขอพามาไขคำตอบกับในนงานเปิดตัว E-Cook Book เล่มแรกของโครงการเนสท์เล่เพื่อเด็กสุขภาพดี (Nestlé for Healthier Kids) โดยเนสท์เล่ ประเทศไทย จะเป็นอย่างไรนั้น.. มาติดตามกันค่ะ

โดย อ.รณสิงห์ รือเรือง นักจิตวิทยาคลินิก ได้เผยว่า อันที่จริงแล้วการเข้าครัวลงมือทำอาหารกับพ่อแม่หรือผู้ปกครอง เป็นการสร้างสัมพันธภาพของครอบครัวที่ดีที่สุด ลงทุนน้อยที่สุด แต่กลับเป็นการใช้เวลาคุณภาพร่วมกันในครอบครัวได้ง่ายที่สุด "สามารถเริ่มได้ตั้งแต่หนูน้อยอายุ 2-3 ขวบ" เพราะเริ่มพฤติกรรมเลียนแบบได้ จะเห็นได้จากเด็กเริ่มนำส้นสูง เสื้อผ้าของคุณพ่อคุณแม่มาแต่งเลียนแบบ ก็เริ่มจากการใช้อุปกรณ์เป็นพลาสติกไปก่อน ภายในสายตาพ่อแม่ เริ่มทำไปสักพักจะมีสมาธิ ทำอะไรต่างๆ ได้มากขึ้น



ซึ่งจาก การเข้าครัวนี้เป็นการฝึกทักษะในด้านต่างๆ คือ
1.ฝึกทักษะการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม ทั้งการฟัง การสื่อสาร การพูดคุย การชื่นชม การทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะที่มีความจำเป็นในการทำงานในปัจจุบันเป็นอย่างมาก
2.เป็นการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เห็นฮีโร่หรือแม่พิมพ์คนแรกคุณพ่อคุณแม่ที่จะทำสิ่งต่างๆ
3.พัฒนาทักษะทางสมอง ในการคิดทำสิ่งต่างๆ
4.ได้ควบคุมทักษะต่างๆ ทั้ง ตา หู จมูก ปาก หู การรับรส และมีการบูรณาการอีก 2 อย่าง คือ การเคลื่อนไหว ในการทรงตัวต่างๆ และอีกอย่างคือการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก จากการใช้แรงกด หั่น หรือการบดและนวดต่างๆ ที่ต้องใช้นิ้วมือในการหยิบจับต่างๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางในพัฒนาอีคิวไปด้วย

ด้าน ผศ.พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น เจ้าของเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน ได้เผยเพิ่มเติมว่า เราจะเห็นได้เลยว่าปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพลเป็นอย่างมากต่อชีวิตของสมาชิกภายในบ้าน ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กๆ โดยเฉพาะการสร้างปฏิสัมพันธ์อันดีกับคุณพ่อ คุณแม่ เพราะหน้าจอทุกชนิดไม่สามารถสร้างสายสัมพันธ์ได้เหมือนการสบตา การโต้ตอบของพ่อแม่ที่มีอยู่จริง ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆ ได้สร้างตัวตน (Self) พัฒนาทักษะ EF (Executive Functions) หรือการบริหารสมองขั้นสูง ซึ่งถือเป็นทักษะสำคัญในการเรียนรู้ที่จะบริหารจัดการตนเองกับสังคมและสิ่งรอบตัวอย่างมีประสิทธิภาพ

บ้านคือจุดเริ่มต้นของสุขภาพกายและใจที่ดี ซึ่ง "ห้องครัว" นับเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่สำคัญในบ้าน เป็นแหล่งฝึกทักษะ EF เพราะลูกจะได้มีโอกาสเรียนรู้การบริหารจัดการความเสี่ยงผ่านการลงมือปฏิบัติจริงไปพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครอง 



"ยิ่งถ้าหากเด็กๆ ได้ลองปลูกพืชผักสวนครัวเองแล้ว เด็กๆ ก็จะสนุกที่จะทำ เกิดความคุ้นชินกับผัก กล้าที่จะกินเพราะเห็นการเติบโตมาด้วยตัวเอง ไม่รู้สึกว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมและกล้าที่จะทาน" หรือถ้าหากไม่สะดวกปลูกก็ลองพาน้องๆ ไปเลือกซื้อผักที่ตลาดเองกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยก็ได้ ซึ่งถ้าหากซื้อมาเสร็จก็ฝึกการล้างผักอย่างเป็นขั้นตอนจนมาถึงการทำอาหาร ก็จะเป็นการฝึกวินัย เพิ่มประสบการณ์ได้อีกหนึ่งทาง และถ้าเป็นในทางจิตวิทยา โดยการลองทำไปถึง 21 วันก็เป็นการฝึกนิสัยให้เกิดความเคยชิน หรือทำโดยอัตโนมัติ และเป็นการทำอย่างมีความสุขอีกด้วย

ทั้งนี้ "หากคุณพ่อคุณแม่ที่ทำอาหารไม่เป็น ก็สามารถใช้วิธีพูดคุยกับลูกๆ แล้วลองหัดทำไปด้วยกัน" ไม่ว่าจะเป็นการไปเลือกผัก การหัดทำไปทีละขั้นตอนจนเสร็จ ซึ่งแต่ละคนก็จะรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่จะต้องทานให้หมด ซึ่งสุดท้ายแล้ว นอกจากจะเป็นการทำให้ลูกได้เรียนรู้แล้ว.. คุณพ่อคุณแม่ยังได้เรียนรู้การทำอาหารไปพร้อมลูกๆ ไม่ว่าอาหารนั้นจะออกมาอร่อยหรือไม่ก็ตาม แต่รับรองว่าจะเป็นมื้ออาหารที่มีความสุขอย่างแน่นอน...

................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย "พรรณรวี พิศาภาคย์"
ขอบคุณภาพประกอบจาก สสส. และ รักลูก



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น