อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

3 รมต.ของร้อน!รัฐบาล

เเม้ฝ่ายรัฐบาลจะชนะอภิปรายฯไปแบบไม่เกินความคาดหมาย ด้วยการยกมือเเบบ “ฝักถั่ว” เเต่ก็มีเเผลให้ฝ่ายค้านทิ่มเข้าปลายคางแบบเต็ม ๆ ศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 11.00 น.


ควันหลงอภิปรายไม่ไว้วางใจการทำงานของ 10 รัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สุดท้ายแล้วตอนยกมือแบบ “ฝักถั่ว” ของฝ่ายรัฐบาล ก็ชนะไปแบบไม่เกินความคาดหมาย

ถามว่าการยกมือชนะ แต่มีความชอบธรรมหรือไม่? เนื่องจากมีปรากฏการณ์ “งูเห่า” ทั้งพรรคฝ่ายค้าน และพรรคฝ่ายรัฐบาล ท่ามกลางกระแสข่าวแจก “กล้วย” เลี้ยงลิงอย่างอิ่มหมีพีมัน บ้างก็ว่ามีรอยปริร้าวกันหนักในฝ่ายรัฐบาล

พยัคฆ์น้อย” ฟังอภิปรายฯ ในครั้งนี้พอสมควร แล้วสรุปฟันธงว่ามี 3 รัฐมนตรี “เสียศูนย์” เนื่องจากถูกฝ่ายค้านทิ่มเข้าปลายคางแบบเต็ม ๆ



คนแรกมีดีกรีเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คือ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ถูกนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อภิปรายฯ คดีทุจริตทำสัญญาลวงซื้อขายถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า (อคส.) 112,500 ล้านบาท มูลค่าความเสียหาย 2,000 ล้านบาท

จากการที่ อคส. ชำระเงินค่าสิ่งของล่วงหน้า 2,000 ล้านบาท ให้กับผู้ขาย (บริษัทเอกชน) ไปแล้ว โดยขณะนี้เงินหลวง 2,000 ล้านบาท ได้อันตรธานหายไป

หลังมีการอภิปรายฯ เรื่องดังกล่าว ปรากฏว่า “บอร์ด” อคส.ซัดกันนัว! ปัดเผือกร้อนกันพัลวันว่าไม่เกี่ยวการจัดซื้อถุงมือยาง แต่ฝ่ายปฏิบัติเป็นผู้ดำเนินการ แถมยังบอกด้วยว่าโครงการใหญ่แบบนี้ไม่เคยเสนอให้บอร์ดพิจารณาเลย

ส่วนนายจุรินทร์พูดจา “หล่อเหลา” เหมือนเดิม ว่าไม่หวั่นฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องถุงมือยางให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเอาผิด พร้อมทั้งย้ำว่าเข้ามาปราบโกง ไม่ได้เข้ามาโกง ถ้าใครผิดจะเอาเข้าคุกให้หมด



สำหรับรัฐมนตรีคนที่ 2 อดีตแกนนำม็อบนกหวีด และปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 พรรคพลังประชารัฐ คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ถูกนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ยำใหญ่กรณีไม่ชอบมาพากลในสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่ดูแลเงินหมื่น ๆ ล้านบาท

แต่นายณัฏฐพลในฐานะประธานบอร์ด สกสค. กลับตั้ง “คนสนิท” ที่เรียนจบปริญญาตรี เคยเป็นพนักงานขายนมในบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งปิดกิจการไปแล้ว มาเป็นเลขาฯ สกสค. จากเดิมตำแหน่งดังกล่าวต้องมีวุฒิฯ ปริญญาโท เป็นเหลือแค่ปริญญาตรี หลังจากแก้วุฒิการศึกษา แต่ยังมีระเบียบอีกข้อ คือ ต้องเคยทำงานภาคเอกชนมาอย่างน้อย 12 ปี แล้ว“คนสนิท”เคยทำงานภาคเอกชนที่ไหน? มา 12 ปี แต่กลับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเลขาฯ สกสค. กินเงินเดือน 250,000 บาท



ส่วนรัฐมนตรีคนที่ 3 มีดีกรีเป็น “พี่รอง” สายบูรพาพยัคฆ์ คือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ถูก ส.ส.พรรคเพื่อไทยชำแหละเรื่องโรงเตาเผาขยะเอื้อเอกชน และกรณีใช้ ม.44 จะยกสัมปทาน “รถไฟฟ้า” ให้เจ้าสัว ด้วยการต่อสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว เป็นการทำผิดรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายร่วมทุน ทำให้คนกรุงเทพฯ เดือดร้อนจากค่าโดยสารแพง

ปัญหาของนายจุรินทร์ นายณัฏฐพล และ พล..อนุพงษ์ล้วนเกี่ยวเนื่องและพาดพิงมาถึง พล..ประยุทธ์ทั้งนั้น แสดงให้เห็นถึงการไร้ประสิทธิภาพ ปล่อยปละละเลย และเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ซึ่งนายกฯ จะปฏิเสธไม่ได้เลย

ยิ่งนายกฯ ทำเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เอา 3 รัฐมนตรีที่ว่านี้ออกไป ในที่สุดไฟจะลามทุ่งมาถึงนายกฯ เพราะกระบวนการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล ต่าง ๆ จะมีปัญหา! ตราบใด 3 รัฐมนตรียังนั่งอยู่ที่เดิม จะหาความเป็นกลางตรงไหน จะหาความถูกต้องชอบธรรม การตรวจสอบเรื่องฉาว ๆ จะเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลได้อย่างไร?

พยัคฆ์น้อย” เชื่อ 1,000% ถ้าปรับ ครม. เอาคนใหม่ ๆ มาคุมกระทรวงพาณิชย์-ศึกษาธิการ-มหาดไทย เขาจะไม่ทำเหมือนที่นายจุรินทร์ นายณัฏฐพล และ พล..อนุพงษ์ ทำ!!.

---------------
พยัคฆ์น้อย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 54