อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 เมษายน 2564

ข่าวคนไทยในออสเตรเลีย วันที่ 7 มีนาคม 2564

อิตาลีต่อต้านการส่งออกวัคซีนให้ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป European Union EU มากขึ้นและฝรั่งเศสขู่ว่าจะเข้าร่วมการต่อต้านในครั้งนี้ รัฐบาลได้ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปทบทวนการตัดสินใจ แต่เจ้าหน้าที่ในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันศุกร์ไม่สามารถยืนยันได้ว่าได้รับคำร้องขอหรือจะได้รับการพิจารณาหรือไม่ อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564 เวลา 06.30 น.


@@@ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 อิตาลีต่อต้านการส่งออกวัคซีนให้ประเทศที่ไม่ใช่สมาชิกสหภาพยุโรป European Union EU มากขึ้นและฝรั่งเศสขู่ว่าจะเข้าร่วมการต่อต้านในครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ของ EU หลายฝ่ายยังถกเถียงและพยายามให้เหตุผลในการตัดสินใจห้ามส่งวัคซีน 250,000 โดสไปยังออสเตรเลีย อย่างไนก็ตาม รัฐบาลมอร์ริสันอ้างว่าการห้ามส่งออกจะไม่ส่งผลกระทบต่อการฉีดวัคซีนในประเทศออสเตรเลียตามที่วางแผนไว้แต่อย่างใด แต่ในเบื้องหลังยังคงดำเนินการติดต่อเพื่อส่งมอบวัคซีน Oxford-AstraZeneca ให้ได้ 250,000 โดส นาย Greg Hunt รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลได้ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปทบทวนการตัดสินใจ แต่เจ้าหน้าที่ในกรุงบรัสเซลส์เมื่อวันศุกร์ไม่สามารถยืนยันได้ว่าได้รับคำร้องขอหรือจะได้รับการพิจารณาหรือไม่

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า นาย Dan Tehan ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ถึงความขัดแย้งกับ Valdis Dombrovskis ซึ่งเป็นคู่สัญญาในกรุงบรัสเซลส์ของเขาและกับ Ngozi Okonjo-Iweala ผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ของ World Trade Organisation เมื่อคืนวันศุกร์ หัวหน้าองค์การการค้าโลก WTO กล่าวว่าเธอเข้าใจและเป็นห่วงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของประเทศในสหภาพยุโรปในการต่อต้านการส่งออก มีความจำเป็นในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าวัคซีนได้ถูกกระจายและแบ่งปันไปทั่วโลกอย่างเป็นธรรม อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการยุโรปไม่มีแผนที่จะถอยห่างจากข้อพิพาทกับ บริษัท ยา AstraZeneca ของอังกฤษ – สวีเดน การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการใช้อำนาจพิเศษเพื่อหยุดยั้งวัคซีนโคโรนาที่ผลิตในยุโรปไม่ให้ส่งไปต่างประเทศ การขนส่งถูกห้ามเนื่องจาก บริษัท ยายักษ์ใหญ่ไม่ได้จัดหาวัคซีนให้กับกลุ่มมากเท่าที่คาดไว้

กรณีวัคซีน COVID-19 ของ Johnson & Johnson สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ใช้เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งฉีดเพียงเข็มเดียว มีข้อได้เปรียบที่สำคัญจากสองตัวเลือกที่รัฐบาลออสเตรเลียทำสัญญาซื้อขายไปแล้วในปัจจุบัน เพราะไม่จำเป็นต้องมีการฉีดวัคซีนเสริมเข็มที่สอง booster shot รองศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาของมหาวิทยาลัย La Trobe Hassan Vally กล่าวว่า เป็นการดีที่มีวัคซีนซึ่งฉีดเพียงเข็มเดียว แล้วที่ใช้ได้ผลเกือบพอ ๆ กับวัคซีนสองเข็ม ผลวิเคราะห์ของการทดลองระยะที่สามของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซึ่งใช้อาสาสมัครมากกว่า 40,000 คน แสดงให้เห็นว่าวัคซีนให้การป้องกันโรคโควิด -19 ระดับปานกลางถึง 66 เปอร์เซ็นต์และให้ผลถึง 85 เปอร์เซ็นต์ในการป้องกันโรคโควิด -19 ระดับรุนแรง เปรียบเทียบกับวัคซีนทั้งสองชนิดที่ได้รับการรับรองในออสเตรเลียแล้ว วัคซีนไฟเซอร์มีประสิทธิภาพร้อยละ 95 ในการป้องกันโควิด -19 หลังจากได้รับการฉีดสองครั้ง และประสิทธิภาพของ AstraZeneca อยู่ระหว่าง 62 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับปริมาณและเวลาระหว่างการฉีดทั้งสองครั้ง

เราจะได้รับวัคซีน COVID-19 ของ Johnson & Johnson ในออสเตรเลียหรือไมนั้น อาจจะเร็วเกินไปที่จะรู้แน่ชัด เพราะปัจจุบันรัฐบาลออสเตรเลียมีข้อตกลงกับซัพพลายเออร์วัคซีนโคโรนาไวรัสอยู่ 4 ราย (มูลค่ามากกว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์) แต่ไม่มีข้อตกลงใด ๆ กับจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน Janssen Pharmaceuticals (ในนามของ บริษัท แม่ Johnson & Johnson) ได้ส่งใบสมัครไปยัง Therapeutic Goods Administration สำหรับการขึ้นทะเบียนวัคซีนชั่วคราว ดร. วัลลียอมรับว่า ประเทศอื่น ๆ ไม่มีเวลามากในการเตรียม ในการตรวจสอบเหมือนกับออสเตรเลีย "พวกเขาต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติฉุกเฉินเหล่านี้เพียงเพื่อเอาสิ่งนี้ออกไปใช้อย่างรวดเร็วที่สุดเพราะพวกเขามีคนหลายพันคนเสียชีวิตทุกวันโดยที่เราไม่มีเหตุการณืที่รีบด่วนเช่นนั้นในออสเตรเลีย" เขากล่าว ในสหรัฐอเมริกาวัคซีน COVID-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันได้รับอนุญาตให้ใช้ในกรณีฉุกเฉินแล้วโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาซึ่งอนุญาตให้ใช้ในปัจจุบัน ขณะที่มีการรวบรวมข้อมูลเพิ่มมากยิ่งขึ้น

โฆษกหญิงของ TGA ยืนยันว่าแอปพลิเคชันสำหรับวัคซีน COVID-19 ของ Johnson & Johnson ที่จะในออสเตรเลียนี้ อยู่ระหว่างการประเมิน "TGA ได้ตกลงที่จะยอมรับข้อมูลจำนวนมากเพื่อเปิดใช้งานการประเมินเมื่อมีข้อมูลมาถึงมือ แต่จะอยู่ในฐานะที่จะตัดสินใจลงทะเบียนได้ก็ต่อเมื่อได้ให้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับความปลอดภัยคุณภาพและประสิทธิภาพแล้ว ก่อนที่วัคซีนจะได้รับการอนุมัติให้ใช้ในออสเตรเลียพวกเขาต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดย TGA" เธอ กล่าว

คณะกรรมาธิการยุโรประงับการส่งออกวัคซีนให้ออสเตรเลีย นาย Greg Hunt รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า รัฐบาลได้ขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปทบทวนการตัดสินใจ เขาอ้างว่าการห้ามส่งออกจะไม่ส่งผลกระทบต่อการฉีดวัคซีนในประเทศแต่อย่างใด


@@@ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564 นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราได้ร่วมกล่าวในงาน An Introduction to the Thai Business and Investment Community in Western Australia ในรูปแบบวิดิทัศน์ ร่วมกับ Mr Reuben Kooperman กงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ณ นครเพิร์ท Ms. Sandy Anghie รองนายกเทศมนตรีนครเพิร์ท Mr Chris Bandy ผู้อำนวยการ Invest and Trade Western Australia และผู้บริหารธุรกิจชาวไทยในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ได้แก่ คุณทรงวิทย์ อิทธิพัฒนากุล จาก Miss Maud Hotel คุณอรรคพล ศรีแสงฟ้า จากบริษัท AM Holiday Travel คุณกรรณ จิตภิรมย์ศักดิ์ จาก JJ Market (WA) และคุณยุทธพงษ์ จิตติวนากร จากร้านอาหาร Bangkok Brothers งานดังกล่าวจัดขึ้นโดย Australia Thailand Business Chamber WA ที่ Council House นครเพิร์ท เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจไทยในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเป็นที่รู้จักของสาธารณชนในพื้นที่มากยิ่งขึ้น และมีผู้เข้าร่วมงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาควิชาการในรัฐเวสเทิร์น-ออสเตรเลีย ประมาณ 80 ราย ในโอกาสดังกล่าว เอกอัครราชทูตฯ ได้กล่าวถึงแนวทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยอาศัยความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และกลไกความร่วมมือทวิภาคี อาทิ ปฏิญญาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย-ออสเตรเลีย ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกันเมื่อเดือนพฤศิจกายนที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มพูนความสัมพันธ์ระดับประชาชนการค้าและการลงทุน การแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในสาขาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ธุรกิจดิจิทัล ธุรกิจการเกษตร และการศึกษา ในปีงบประมาณ 2019-20 ของออสเตรเลีย (ก.ค. 2562 - มิ.ย. 2563) ไทยเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ 7 ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดยมีมูลค่าการค้ารวม 4,700 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย คิดเป็นร้อยละ 2.1 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศรวมของรัฐ



งาน An Introduction to the Thai Business and Investment Community in Western Australia จัดขึ้นโดย Australia Thailand Business Chamber WA ที่ Council House นครเพิร์ท เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจไทยในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียเป็นที่รู้จักของสาธารณชนในพื้นที่

@@@ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ จะให้บริการกงสุลสัญจรในวันหยุดราชการแก่ประชาชน ในวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม 2564 เวลา 9.00-17.00 น. ณ ห้อง Southern Cross ชั้น 1โรงแรม Mantra Albury Hotel (524 Smollett St, Albury, NSW 2450) ท่านสามารถมาทำหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวประชาชน สูติบัตร รับรองเอกสาร หนังสือยินยอม หนังสือมอบอำนาจ ผ่อนผันทหาร และปรึกษาปัญหาด้านกงสุลอื่นๆ ทั้งนี้ กรุณาเตรียมเอกสาร และหลักฐานต่างๆ ให้ครบถ้วน (ตรวจสอบเอกสารประกอบคำร้องบริการได้ที่ sydney.thaiembassy.org) สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ประสานทางการออสเตรเลียเรื่องให้บริการกงสุลสัญจรแล้ว อย่างไรก็ตามกำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามสถานการณ์/มาตรการโควิดในขณะนั้น และโดยที่สถานการณ์โควิดเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาอย่างกระทันหัน สถานกงสุลใหญ่ฯ จึงจะประเมินสถานการณ์และแจ้งการให้บริการกงสุลสัญจรชุมชนไทยในเมืองอื่นๆ “ในรัฐนิวเซาท์เวลส์” ให้ทราบต่อไปทาง facebook และเวปไซต์ ต่อไป สำหรับชุมชนไทยในรัฐอื่นๆ “นอกรัฐนิวเซาท์เวลส์” โปรดติดตามกำหนดการดำเนินโครงการกงสุลสัญจรของ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราที่ https://canberra.thaiembassy.org/ ไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า แต่โปรดกรอกแบบแสดงความประสงค์เข้ารับบริการที่ลิงค์ bit.ly/consularalbury ภายในวันที่ 15 มี.ค. เพื่อให้สถานกงสุลใหญ่ฯ ทราบจำนวน สำหรับเตรียมความพร้อมในการให้บริการ

@@@ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราได้กราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดสังฆรังษี พระมหาสงคราม ธมฺมวโร (พระอาจารย์เล็ก) นครโฮบาร์ท และพบปะกับชุมชนไทยในรัฐแทสเมเนีย โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจการช่วยเหลือคนไทยของสถานเอกอัครราชทูตฯ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และคำแนะนำด้านการให้บริการด้านการกงสุลกับคนไทยในออสเตรเลีย



นางสาวบุษฎี สันติพิทักษ์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์ราได้กราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดสังฆรังษี พระมหาสงคราม ธมฺมวโร (พระอาจารย์เล็ก) นครโฮบาร์ท และพบปะกับชุมชนไทยในรัฐแทสเมเนีย Asialink เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

@@@ สมาคมคนไทยในรัฐนอร์ทเทอร์นเทอริทอรี่ NT Thai Association กำลังวางแผนการจัดงาน Thailand Grand Festival 2021ซึ่งกำหนดขึ้นเป็นวันเสาร์ที่ 24 เมษายน 2564 ที่ Darwin Waterfrontเ โดยมีการเตรียมงานประชุมทีมงาน ซ้อมการแสดงและวางแผนการต่างๆ รวมถึงมีการเปิดท้ายขายของมือสองเพื่อสมทบทุนในการจัดงานครั้งนี้ด้วย ทางสมาคม NT Thai Association ขอขอบคุณอาสาสมัครนักเต้นนักรำ รวมถึงเด็กๆและครอบครัวทุกๆท่าน ที่ได้สละเวลามาร่วมกันฝึกซ้อมการแสดงต่างๆ สำหรับเทศกาลงาน Thailand Grand Festival 2021 และ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 ได้มีการเรียกเจ้าของแผงขายอาหารในท้องถิ่นที่เป็นมืออาชีพและมีชื่อเสียงได้พบกับเจ้าหน้าที่ และคณะทำงานของ NT Thai ที่ site งาน เพื่อชี้แจงรายละเอียดการจัดตั้งร้านเพื่อความเรียบร้อยเช่นทุกปี และเพื่อให้แน่ใจว่า มีการเตรียมอาหารที่ดีที่สุด ถูกสุขอนามัยไว้คอยบริการ ตลอดจนสินค้าคุณภาพทึ่จะนำมาจำหน่ายในงาน



คณะทำงานของ NT Thai ได้มีการเรียกเจ้าของแผงขายอาหารในท้องถิ่นที่เป็นมืออาชีพและมีชื่อเสียงให้พบกับเจ้าหน้าที่ ที่ Darwin Waterfrontเ เพื่อชี้แจงรายละเอียดการจัดตั้งร้านในงาน Thailand Grand Festival 2021 เพื่อความเรียบร้อยเช่นทุกปี

@@@ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา องค์กร ยูนิเวอร์ซีตี ออสเตรเลีย (Universities Australia หรือยูเอ) ได้ประกาศผลรางวัลออสเตรเลีย อวอร์ดสำหรับการสอนในระดับมหาวิทยาลัย (Australian Awards for Universities Teaching) โดย นางสาวนฤมล ศรีรัตนวิริยะกุล นายแซมมี่ อะซาม และนายบารานิทาราน ชามูแกม จากมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ ดาร์วินได้รับรางวัล CITATIONS FOR OUTSTANDING CONTRIBUTIONS TO STUDENT LEARNING (CITATIONS) เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้ได้ดีขึ้น นางสาวนฤมลได้เป็นผู้นำในการจัดงาน CDU IT CodeFair 2020 ณ โรงแรมดับเบิลทรี บาย ฮิลตัน ดาร์วินเพื่อให้นักศึกษาได้แสดงผลงานจากภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และได้เชิญบริษัทไอทีในท้องถิ่นรวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นในการเข้าร่วมเป็นกรรมการและสัมภาษณ์นักศึกษาเพื่อเป็นการเตรียมตัวเข้าสู่โลกแห่งการทำงานอย่างเต็มตัว



ดร. นฤมล ศรีรัตนวิริยะกุล ได้รับรางวัลออสเตรเลีย อวอร์ดสำหรับการสอนในระดัมหาวิทยาลัย (Australian Awards for Universities Teaching) จาก องค์กร ยูนิเวอร์ซีตี ออสเตรเลีย (Universities Australia หรือยูเอ) ได้ประกาศผล เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

@@@ เดลินิวส์เลยถือโอกาสแนะนำนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในประเทศออสเตรเลียในขณะนี้ หรือ กำลังคิดจะมาศึกาต่อในประเทศออสเตรเลีย ไว้เผื่อพิจารณาหาแนวทางที่ดีที่สุดในการศึกษาต่อ วันนี้ขอแนะนำ Charles Darwin University ว่ามีจุดเด่นยังไงบ้าง ทำไมถึงควรเลือกมาเรียนที่นี่ จุดเด่นของมหาวิทยาลัยก็คือจำนวนนักศึกษาต่อชั้นเรียนซึ่งค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นในประเทศออสเตรเลีย โดยจำนวนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15-20 คนเท่านั้นต่ออาจารย์ 1 ท่านทำให้บรรยากาศการเรียนรู้นั้นเป็นกันเองทั้งกับผู้เรียนและผู้สอน นักศึกษาส่วนใหญ่จะค่อนข้างสนิทกันและช่วยเหลือกันทั้งในและนอกห้องเรียน นอกจากนี้หลักสูตรการสอนทั้งหมดก็ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นหลักสูตรการเรียนการสอนทางไอทีก็ได้รับการรับรองจาก Australian Computer Association (ACS) หลักสูตรของคณะวิศวกรรมก็ได้รับการรับรองจาก Engineers Australia และ European Network of Engineering Education ทำให้นักศึกษาที่เรียนจบจากหลักสูตรแล้วเป็นที่ยอมรับไม่เฉพาะแค่ในประเทศออสเตรเลียเท่านั้น แต่รวมถึงประเทศอื่นๆทั่วโลกด้วย จากมาตรฐานทางด้านการเรียนการสอน เนื่องจากจำนวนนักศึกษาที่ไม่มากนัก (โดยสาเหตุหนึ่งคือนักศึกษาเลือกจะไปศึกษาต่อที่เมืองใหญ่ ๆ) ทำให้นักศึกษาสามารถนัดเวลาเพื่อปรึกษาปัญหากับอาจารย์ที่ปรึกษาได้ง่ายขึ้น ทางรัฐบาลออสเตรเลียและบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศก็เป็นส่วนร่วมในการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางด้านการจ้างงาน การฝึกงาน การทำโปรเจคเกี่ยวกับไอทีที่มาจากความต้องการของทางท้องถิ่นในรัฐ การจัดแข่งขันสำหรับนักศึกษาและโอกาสในการแลกเปลี่ยนกับสถาบันอื่น ๆ ในเครือด้วย โดยรัฐนอร์ทเทิอร์นเทอริทอรี่ถือว่าขาดคนที่มีความรู้ความสามารถอยู่แล้ว รัฐบาลจึงสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยจากการจัดอันดับของ Good University Guide ในปีคศ. 2020 มหาวิทยาลัยชาลส์ ดาร์วินก็ได้อันดับที่ 1 จาก 39 มหาวิทยาลัย ที่ได้รับเงินค่าตอบแทนจากการทำงานสูงที่สุดในประเทศ (Graduate Salary) และได้อันดับที่ 2 ของประเทศ ที่นักศึกษาประสบความสำเร็จจากการหางานหลังจากเรียนจบ (Graduate Employment Rate) โดย 83 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษานั้น ได้รับการจ้างงานในลักษณะงานประจำ (Full-time Job) ภายในเวลาแค่ 4 เดือนเท่านั้น หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว นอกจากนั้น จากการจัดอันดับของ Times Higher Education มหาวิทยาลัยชาลส์ ดาร์วินก็เป็นมหาวิทยาลัยใหม่ (ที่เริ่มเปิดทำการตั้งแต่ปีคศ. 2000 เป็นต้นมา) ที่ได้รับอันดับที่ 91 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในบริเวณเอเชีย-แปซิฟิค ซึ่งคัดเลือกจากจำนวน 250 มหาวิทยาลัยจาก 13 ประเทศ) โดยงานวิจัยของคณะวิทยาศาสตร์สารสนเทศของมหาวิทยาลัยชาลส์ ดาร์วินก็เพิ่งได้รับรางวัล Excellence in Research Assessment (ERA) จาก Australian Research Council (ARC) โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นผลงานการวิจัยระดับโลก (World-class)



Charles Darwin University มหาวิทยาลัยแนะนำ มหาวิทยาลัยเล็กๆในเมืองเล็กๆ ทางเลือกอีกทาง ได้อันดับที่ 1 จาก 39 มหาวิทยาลัย ที่ได้รับเงินค่าตอบแทนจากการทำงานสูงที่สุดในประเทศ และได้อันดับที่ 2 หางานหลังจากเรียนจบได้ไวที่สุด

@@@ ฉบับนี้ขอแนะนำ อาจารย์สาวซุปเปอร์แอคตีฟ อยู่ที่ มหาวิทยาลัยชาลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin University) คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ใน College of Engineering, IT and Environment วิทยาเขต Casuarina ที่รัฐนอร์ทเทิร์นเทอริทอรี่ ประเทศออสเตรเลีย มีหน้าที่สอนนักศึกษาตั้งแต่ชั้นปริญญาตรีถึงปริญญาเอก เชอรี่ ดร.นฤมล ศรีรัตนวิริยะกุล เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้อ่านเดลินิวส์รุ่นใหม่ หรืด คุณพ่อคุณแม่ที่คิดวางแนวทาง หรือ แนะนำลูกหลาน เพราะเธอเองก็ยอมรับว่า มีพิอแม่คอยชี้แนะแนวทางให้ก่อนที่เธอจะค้นพบเส้นทางของตัวเธอเอง

ดร.นฤมล เล่าว่า “คุณพ่อคุณแม่มีส่วนสนับสนุนมากในเรื่องการศึกษาเบื้องต้น หลังจากนั้นเราก็ค่อยๆหาทางเดินเอง เชอรี่เป็นคนกรุงเทพฯ เชอรี่เรียนที่โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยตั้งแต่อนุบาลซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วน พอถึงระดับมัธยมศึกษา นักเรียนจะต้องเข้าอยู่ประจำ ซึ่งถือเป็นขั้นแรกในการฝึกฝนความรับผิดชอบและระเบียบวินัยในตนเอง ระหว่างเรียนอยู่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ก็สอบเทียบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอสหรือทุน American Field Services ระยะสั้นไปเมือง Dunedin ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นการฝึกให้ช่วยเหลือตัวเอง ฝึกมนุษยสัมพันธื ฝึกภาษากับคนท้องถิ่น เมื่อกลับมาประเทศไทย เชอรี่ก็ย้ายไปศึกษาต่อที่โรงเรียนพระกุมารเยซูวิทยาหรือที่รู้จักกันดีว่า “โฮลี่” จากชื่อภาษาอังกฤษที่ว่า Convent of the Holy Infant Jesus School ที่นี่เป็นโรงเรียนเอกชนนอกระบบประเภทวิชาชีพหลักสูตรเลขานุการที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสอน โดยนักเรียนก็ห้ามพูดภาษาไทยด้วยกันเอง หรือถ้าพูดภาษาไทยก็จะถูกปรับโดยการได้ใบสั่งจากหน่วยเอสอีซี หรือ Speak English Club นั่นเอง ที่นี่เชอรี่ได้ฝึกทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้น ระหว่างนี้เชอรี่ก็ได้สอบเทียบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนเอเอฟเอสหรือทุน American Field Services อีกครั้ง โดยครั้งนี้เลือกไปประเทศสหรัฐอเมริกา”

เมื่อกลับมาประเทศไทย เธอเริ่มทำงานประจำเป็นงานแรกคือ เป็นเลขากลุ่มให้กับบริษัทโฆษณา Chuo Senko (Thailand) เนื่องจากเห็นเพื่อนๆชาวอเมริกันทุกคนทำงานระหว่างเรียนมัธยมศึกษา โดยวันเสาร์และอาทิตย์ก็สอนเปียโนที่โรงเรียนดนตรีสยามกลการไปด้วย แต่ทำงานประจำได้แค่หกเดือน ก็เริ่มเห็นคล้อยตามที่คุณพ่อคุณแม่แนะนำว่ายังเด็กเกินไป (อายุ 18 ปี) ถ้าทำงานไปเรื่อยๆ การเรียนต่อก็จะยากขึ้น เลยเลือกศึกษาต่อที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะการบริหารอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เธอเล่าต่อว่า “เชอรี่เป็นคนไม่หยุดนิ่ง ตอนไปอยู่นิวซีแลนด์ก็ได้ประสบการณ์เยอะ ตอนไปอยู่อเมริกายิ่งเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำงานมาได้มาก ตอนเรียนปีสุดท้ายก็ได้ไปฝึกงานทางด้านการตลาดที่โรงแรมโนโวเทล โลตัส ก่อนที่จะเริ่มทำงานเป็น Marketing Coordinator ที่บริษัท Pacific Leisure (Thailand) ที่นั่นก็ได้เรียนรู้วิธิการโปรโมทการท่องเที่ยวต่างๆ เพราะบริษัทเป็นสำนักงานการท่องเที่ยวของรัฐบาลมาเก๊า ตาฮิติ เป็นตัวแทนจำหน่ายเรือสำราญ Royal Caribbean และ Celebrity Cruises และอีกหลายๆ อย่าง เจ้านายตอนนั้นก็เป็นคนออสเตรเลียซึ่งมีอัธยาศัยดีแล้วก็น่ารักมาก ทำให้เริ่มฝังใจกับการทำงานร่วมกับคนออสเตรเลีย ต่อมาก็ไปเป็นตัวแทนทางวัฒนธรรมประเทศไทยที่ Walt Disney World Resort ที่ออร์แลนโด้ รัฐฟลอริด้าเมื่อปี 2000-2001 ด้วยความชื่นชอบตัวละครในดิสนีย์และสนุกกับการเล่นกับเด็ก ๆ”

หลังจากนั้นเธอมาเรียนต่อปริญญาโททางด้านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มหาวิยาลัยอัสสัมชัญ เธอได้เริ่มทำงานที่บริษัทที่เป็นผู้ให้บริการทางอินเทอร์เน็ตเคเอสซี ได้เรียนรู้วิธีการบริหารทีมขาย Corporate และติดต่อประสานงานต่าง ๆ จนกระทั่งเธอเรียนจบปริญญาโท จึงได้ย้อนกลับไปสมัครเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลในคณะที่เธอจบมา เธอจึงได้สอนนักศึกษาปริญญาตรีทางด้านการบริหารธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม รวมทั้งเป็นอาจารย์สอนในหลักสูครพิเศษที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับวิทยาลัยนานาชาติมหิดลเพื่อแบ่งปันความรู้ในการบริหารการท่องเที่ยวและโรงแรมให้กับประเทศต่างๆ เธอเล่าว่า “ทำงานสนุกมากคะ ให้ความรู้กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน เป็นต้น และก็ยังวิ่งรอกไปเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีในหลักสูตร Master of Tourism Management คิดย้อนกลับไปไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน”

และแล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ทำให้ได้มาอาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย เธอเปิดเผยว่า “เชอรี่สอนที่มหิดลได้สามปี ก็เริ่มอยากทดลองสอนในมหาวิทยาลัยต่างประเทศดูบ้าง เลยไปสมัครสอนที่มหาวิทยาลัย Royal Melbourne Institute of Technology (RMIT) วิทยาเขตเวียดนาม เพราะตอนนั้นยังไม่เคยไปเวียดนาม ก็นึกว่าจะได้ไปทำงานไปด้วย เที่ยวไปด้วย โดยดำรงตำแหน่งอาจารย์อาวุโส (Senior Lecturer) และได้ใช้ความรู้ทางด้านการจัดการการท่องเที่ยวและโรงแรมสร้างหลักสูตรใหม่ให้มหาวิทยาลัย RMIT คือหลักสูตร Bachelor of Tourism & Hospitality Management ตอนที่สอนที่ RMIT ก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานในระบบการศึกษาของออสเตรเลียค่ะ แล้วก็พอดีตอนนั้นมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยชาลส์ ดาร์วินมาทำ Sabbatical Leave หนึ่งเทอมที่ RMIT โดยระบบการทำงานของมหาวิทยาลัยที่ออสเตรเลียคือเมื่อทำงานไปสักพัก มหาวิทยาลัยก็จะให้ไปทำวิจัย หรือไปสอนที่มหาวิทยาลัยอื่นเป็นเวลาหนึ่งเทอม เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กัน หลังจากที่รู้จักเมืองดาร์วินและรัฐเทอริทอรี่ว่าเป็นรัฐที่น่าอยู่ มีภูมิอากาศคล้ายคลึงกับประเทศไทยรวมถึงเป็นที่เงียบๆ แต่ปลอดภัยรวมถึงใช้เวลาบินจากสิงคโปร์แค่ 5 ชั่วโมง จึงลองขอทุนศึกษาต่อปริญญาเอกจากที่มหาวิทยาลัยชาลส์ ดาร์วิน เพราะที่นี่รัฐบาลออสเตรเลียค่อนข้างสนับสนุนให้นักศึกษาต่างชาติมาเรียนที่เมืองดาร์วินหรือรัฐนอร์ทเทิร์นเทอริทอรี่เพื่อกระจายความเจริญอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยชาลส์ ดาร์วินมอบทุน Prestigious International Research Training Scholarship (PIRTS) เพราะว่าเชอรี่ต้องการสอนที่ RMIT ไปด้วยแล้วก็ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกไปด้วย เพื่อที่รายได้จะแน่นอนกว่า เลยใช้เวลาสองปีแรกลงทะเบียนในฐานะ External Student แล้วปีสุดท้ายก็ค่อยย้ายไปสอนที่ Charles Darwin University โดยทำงานเป็น Casual Lecturer และ Casual Tutor (Casual Work คือการทำงานตามจำนวนชั่วโมงแล้วแต่สัญญาค่ะ จะแตกต่างจากการทำงานพาร์ทไทม์หรือทำงานประจำ) แล้วก็รอผลจากคณะกรรมการ External Examiner ไปด้วย โดยในชั้นเรียนปริญญาตรีและโทที่มหาวิทยาลัยชาลส์ ดาร์วิน ถ้ามีนักศึกษามากกว่า 30 คน อาจารย์ก็จะมีสิทธิ์จ้าง Tutor เพื่อให้มาช่วยในการเตรียมการสอน ช่วยตรวจการบ้านของนักศึกษา และก็ตอบอีเมล์นักศึกษาด้วย จนพอมีช่องทางและมหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครอาจารย์ Full-time ก็ได้โอกาสสมัครและได้รับเลือกให้ทำงานเกือบจะทันทีเลย”

สุดท้ายเดลินิวส์ให้เธอฝากคำแนะนำถึงน้องๆที่ศึกษาอยู่ทั้งที่ประเทศไทยและออสเตรเลีย เธอทิ้งท้ายว่า “อยากแนะนำให้นักศึกษาฝึกภาษาอังกฤษให้มาก ๆ นะคะ เพราะว่ามันจะช่วยให้โอกาสในการศึกษาและการหางานค่ะ โดยเฉพาะถ้าได้ภาษาที่ 3 เช่นภาษาจีนกลางนี่จะยิ่งดี ที่โรงเรียนประถมในออสเตรเลียจะมีการสอนภาษาจีนและอินโดนีเซียในหลักสูตรเลยคะ นอกจากนี้ก็อยากให้ทำความเข้าใจกับการเลือกวิชาโดยเช็คว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะทำงานเกี่ยวกับอะไร ทางด้านไหน และความชอบของตนเองคืออะไรค่ะ อยากให้นักศึกษาเรียนในวิชาที่เลือกเอง ไม่ใช่ที่คุณพ่อคุณแม่หรือครอบครัวเลือกให้ เชอรี่จะถือภาษิตที่ว่า Work hard, play harder และ Work smart นะคะ คนไทยบางคนจะไม่ยอมปฏิเสธแต่ในบางโอกาสเพราะกลัวคนอื่นนินทาบ้าง ซึ่งเราอาจจะถูกเอาเปรียบได้คะ ให้มั่นใจในตนเองแต่ขณะเดียวกันก็ยังต้องไม่ลืมการนอบน้อมถ่อมตนกับผู้ใหญ่เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่เหนือฟ้า ยังมีฟ้าคะ นอกจากนี้ยังอยากให้น้อง ๆ รู้จักถอยและรู้จักรุกให้ถูกโอกาสเพราะไม่จำเป็นว่าเราจะต้องชนะเสมอไป ขอให้มองภาพรวมไว้เป็นหลัก โดยสำหรับน้อง ๆ ที่ยังศึกษาอยู่ อยากฝากให้เข้าร่วมกิจกรรมหรือการแข่งขันใด ๆ ก็ได้เมื่อมีโอกาสทุกครั้ง เพราะนี่เป็นสิ่งที่มอบโอกาสและประสบการณ์ให้กับเชอรี่เพื่อให้ได้เป็นอย่างทุกวันนี้คะ อย่างเชอรี่เองอยู่ในดาร์วิน ความที่เป็นนักกิจกรรมมาตั้งแต่ชั้นประถมเลย นี่เวลาว่างก็ใช้ให้มีประโยชน์เข้าไปร่วมกิจกรรมกับสังคมไทย ตามที่ตัวเองถนัด ตอนนี้ก็ไปเป็นเลขาให้กับสมาคมคนไทยในรัฐนอร์ทเทอร์นเทอริทอรี่ NT Thai Association แล้วก็สุดท้ายเนื่องจากดาร์วินนับว่าเป็นเขต Rural area ของออสเตรเลีย ก็เลยทำให้หางานได้ง่าย แล้วก็นักศึกษาที่เรียนจบที่นี่ก็จะได้คะแนนเพิ่มในการสมัครวีซ่า 190 (Permanent Residence) เพิ่มอีก 5 คะแนนซึ่งเป็นคะแนนได้เปล่าอีกด้วย ฝากไว้ด้วยคะ”



ดร.นฤมล ศรีรัตนวิริยะกุล อาจารย์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ใน College of Engineering, IT and Environment วิทยาเขต Casuarina ที่ Charles Darwin University ดาร์วิน รัฐนอร์ทเทิร์นเทอริทอรี่ ประเทศออสเตรเลีย

----------------------
ไตรภพ ซิดนีย์
tripope@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น