อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 11 เมษายน 2564

'น้องใบหยก'สู้ชีวิตเพื่อตายาย ปั่นรถขายผักไม่อายทำกิน

ความในใจ "น้องใบหยก" ป.4 สู้ชีวิต เกิดมากำพร้าพ่อแม่ ชีวิตมีแต่ตายายที่เลี้ยงดู ปั่นสามล้อขายผัก เก็บของเก่าไม่อายทำกิน หวังแบ่งเบาภาระผู้มีพระคุณที่เลี้ยงดู ส่งเสียเล่าเรียน เป็นแบบอย่างที่ดีในชีวิต  อาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2564 เวลา 08.00 น.


คนเราเลือกเกิดไม่ได้.. แต่เลือกที่จะเป็นคนดี และทำชีวิตให้ดีได้ คำพูดจากตายายที่คอยพร่ำสอน "น้องใบหยก" หลานสาว ซึ่งกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่จำความได้ ตอนที่ยังเล็กน้องใบหยกไม่รู้เลยว่าความหมายของมันคืออะไร แต่ใช้วิธีจดจำจากการกระทำของตายายซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีในชีวิต ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ ขยันทำมาหากิน แม้จะยากจนแต่ไม่เคยงอมืองอเท้าร้องขอความช่วยเหลือจากใคร 

"น้องใบหยก" หรือ ด.ญ.สุพรรณิกา นวดกลาง อายุ 10 ขวบ นักเรียนชั้น ป.4 โรงเรียนบ้านดอนหวาย (สิงห์คุรุประชาสรรค์) ต.ดอนหวาย อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เด็กหญิงสู้ชีวิตที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาคนนี้ อาศัยอยู่กับนายอนันต์ ก้อนวิมล อายุ 48 ปี นางศรีทอง เขียนปทุม อายุ 63 ปี ตากับยาย และด.ช.ปกรณ์เกียรติ นวดกลาง หรือ ใบหม่อน น้องชายวัย 9 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนเดียวกัน ที่บ้านพักพนักงานของปั๊มน้ำมัน ปตท.ดอนหวาย ต.ดอนหวาย อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ที่อยู่ด้านหลังปั๊ม  



ช่วงเย็นหลังเลิกเรียนของทุกวันและวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ น้องใบหยกกับใบหม่อนจะพากันขี่จักรยานพ่วงข้างบรรทุกผักนานาชนิดมาขายในบริเวณปั๊มจนเป็นที่คุ้นตาของผู้ที่สัญจรผ่านไปมาและช่วยอุดหนุนกันไม่ขาดสาย บางคนอดชื่นชมไม่ได้ที่เห็นสองพี่น้องเป็นเด็กขยันช่วยครอบครัวใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ซึ่งน้องใบหยก บอกกับทุกคนว่า "หนูอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระตากับยายที่หาเลี้ยงครอบครัว ส่งหนูกับน้องให้ได้เรียนหนังสือและมีเงินไปโรงเรียน" 



น้องใบหยก เล่าเรื่องตัวเองว่า หนูรู้เพียงว่าพ่อแม่เลิกกันเพราะปัญหายาเสพติด ทิ้งหนูกับน้องชายไว้ให้อยู่กับตายายตั้งแต่หนูยังเล็กมากๆ เราสองพี่น้องไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ๆ ส่วนแม่เจอกันประมาณ 2-3 ครั้งเท่านั้น หนูรักตากับยายมาก ปกติจะเรียกตาว่าพ่อและเรียกยายว่าแม่ ตาทำงานเป็นพ่อบ้านอยู่ที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้ ส่วนยายเมื่อก่อนก็ทำงานอยู่ที่ปั๊มด้วยกันกับตา แต่เมื่อ 2-3 ปีก่อนยายประสบอุบัติเหตุหลังขี่รถพ่วงข้างตระเวนขายผักหารายได้เสริมจนไม่แข็งแรงเหมือนเดิม 



"หนูสงสารตากับยายที่ต้องทำงานหนักเลี้ยงหนูกับน้อง หลังเลิกเรียนหนูก็จะรีบกลับบ้านมาช่วยยายขายผัก บางวันก็จะปั่นสามล้อ ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างพายายออกไปเร่ขายผักตามชุมชน ตามตลาดนัด บางครั้งขายไม่ดีผักเหลือก็แห้งเหี่ยวขาดทุน หนูไม่อายที่ต้องปั่นจักรยานขายผักในปั๊มน้ำมัน เพราะหนูอยากจะช่วยทำงานทุกอย่างที่ทำได้เพื่อจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระให้ตากับยาย โดยผักทุกชนิดเป็นผักปลอดสารพิษที่ยายปลูกเองหลังบ้านพักในปั๊ม ซึ่งเจ้าของปั๊มใจดีมากอนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้"


 
นายอนันต์ ตาของน้องใบหยก กล่าวว่า แม่ของน้องใบหยกและใบหม่อนเป็นลูกติดของนางศรีทอง ซึ่งตนกับนางศรีทองเราอยู่กินกันมานานกว่า 10 ปี ถึงแม้ตนจะไม่ใช่ตาแท้ๆ ของเด็กทั้งสองคน แต่ด้วยความที่เราเลี้ยงใบหยกกับใบหม่อนมาตั้งแต่แรกเกิดจึงทำให้มีความรักความผูกพันไม่น้อยกว่าพ่อคนอื่นๆ เพราะว่าตนเองนั้นก็ไม่เคยมีลูกมาก่อนจึงตั้งใจที่จะดูแลเลี้ยงดูเด็กทั้งสองคนนี้เสมือนเป็นลูกแท้ๆ และจะเลี้ยงดูอบรมบ่มนิสัยให้เต็มที่เพื่อให้เป็นคนดีที่สุด  



นางศรีทอง ยายของน้องใบหยก ภูมิใจที่หลานทั้งสองคนเป็นเด็กดีจนอดที่จะเอ่ยชมหลานไม่ได้ว่า นอกจากน้องใบหยกจะช่วยเก็บผัก ขายผักแล้ว บางวันยังช่วยเก็บของเก่าขาย และช่วยทำงานบ้านเป็นประจำ ทั้งกวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน รวมถึงงานอื่นๆ เท่าที่จะทำได้ ช่วยแบ่งเบาภาระงานของครอบครัวได้เป็นอย่างดี หลานเป็นคนที่ว่านอนสอนง่าย เคยถามว่าโตขึ้นอยากจะเป็นอะไร ด้วยความที่เป็นเด็กเขาก็ยังตอบไม่ได้ จะบอกเพียงว่า "หนูต้องช่วยตายายหาเงินให้ได้เยอะๆ เพื่อให้อยู่กินสบาย และหนูจะได้เรียนสูงๆ ต่อไปจะได้เลี้ยงยายกับตา แค่ฟังหลานพูดเท่านี้ทุกวันก็หายเหนื่อยแล้ว"  



นายอนันต์และนางศรีทอง กล่าวทิ้งท้ายว่า ถึงแม้เราจะยากจนแต่ก็ไม่เคยท้อ ตั้งใจทำมาหากินในทางที่สุจริต สอนหลานให้เป็นคนดีขยันสู้ชีวิต เมื่อเขาโตขึ้นก็หวังว่าจะไม่ต้องลำบาก ทุกวันนี้ครอบครัวเราต้องขอขอบคุณมากที่สุดก็คือเจ้าของปั๊มที่เมตตาให้อยู่อาศัยพักบ้านฟรี มีพื้นที่ให้ได้ปลูกผักปลอดสารพิษขาย ซึ่งช่วยเหลือครอบครัวเราได้เป็นอย่างมาก.

คอลัมน์ : นิยายชีวิต โดย : อสงไขย
เรื่องและภาพโดย : รภูชิตพงศ์ ทิพย์พรชัย จ.นครราชสีมา
แนะนำเรื่องราวชีวิตดั่งนิยาย หรือสอบถามได้ที่ banyen111dailynews@gmail.com
คลิกอ่านเรื่องราว "นิยายชีวิต" เพิ่มเติมได้ที่นี่..          



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น