อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อาลัย "โล้นทมิฬ"...

วงการกำปั้นโลก เพิ่งสูญเสียตำนานอย่าง มาร์เวลัส มาร์วิน แฮกเลอร์ ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งที่ทำให้ "โล้นทมิฬ" ยังคงอยู่ในใจแฟนมวยทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบันคืออะไร...   อังคารที่ 16 มีนาคม 2564 เวลา 09.00 น.

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการกีฬาโลกสูญเสีย “ตำนาน” ไปอีกคน เมื่อ มาร์เวลัส มาร์วิน แฮกเลอร์ อดีตแชมป์โลกรุ่นมิดเดิลเวตผู้ยิ่งใหญ่ชาวสหรัฐ 1 ใน 4 ทหารเสือรุ่นมิดเดิลเวตอันเกรียงไกรในยุค 80 เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยวัย 66 ปี
    
สาเหตุอย่างเป็นทางการนั้น ถึงตอนเขียนต้นฉบับนี้ยังไม่มีการระบุชัดเจน แต่มีข่าวว่าเป็นผลข้างเคียงจากการรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งจะจริงเท็จมากน้อยแค่ไหน เดี๋ยวคงมีความชัดเจน
    
แต่ในฐานะแฟนมวยโลกแล้ว เรื่องที่ผ่านเข้ามาในหัวเมื่อได้ยินข่าวการจากไปของ “โล้นทมิฬ” มีแต่เรื่องความยิ่งใหญ่ และความสนุกเร้าใจของมวยโลกในยุคนั้น...
    
เส้นทางของ แฮกเลอร์ เริ่มต้นจากติดลบ เขาเทิร์นโปรชกมวยอาชีพในปี 1973 ภายใต้การดูแลของ 2 พี่น้อง แพท และ กูดี เปโตรเนลลี ในช่วงแรกเขาต้องขึ้นชกแลกค่าตัวน้อยนิดเพื่อไต่เต้า และใช้เวลาอยู่ถึง 6 ปี กว่าจะมีโอกาสชิงแชมป์โลกครั้งแรก
    
แฮกเลอร์ ขึ้นชิงแชมป์โลก มิดเดิลเวต WBC และ WBA กับ วีโต อันตูโอแฟร์โม แชมป์โลกชาวอิตาลี ในปี 1979 เขาไล่ตะบันแชมป์โลกจนหน้าตาบวมปูด แต่ครบยกดันถูกตัดสินให้เสมอหน้าตาเฉย 
    
ถึงปี 1980 แฮกเลอร์ มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้ง โดยบินไปท้าชิงกับ อลัน มินเตอร์ แชมป์โลกชาวอังกฤษถึงกรุงลอนดอน คราวนี้ “โล้นทมิฬ” ไล่ถล่มนักชกเลือดผู้ดีก่อนเอาชนะทีเคโอไปแค่ยก 3 ก่อนจะรวบแชมป์ IBF อีกสถาบันในปี 1983
 
    
กระนั้น แฮกเลอร์ เชื่อว่าเขายังไม่ได้รับการยอมรับอย่างที่เขาเชื่อว่าตัวเองควรจะได้ เขาต้องการการยอมรับอย่างมาก ถึงขั้นขอเปลี่ยนชื่อจาก มาร์วิน นาธาเนียล แฮกเลอร์ เป็น มาร์เวลัส (แปลว่ายอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ อะไรทำนองนั้น) มาร์วิน แฮกเลอร์   
    
จากนั้น แฮกเลอร์ เริ่มเป็นที่ยอมรับ หลังเปิดซีรีส์การดวลกับเหล่า 4 ทหารเสือ ด้วยการอัดกับ “มนุษย์หิน” โรแบร์โต ดูรัน ชนิดมันยกร่องในปี 1983 ก่อนเอาชนะคะแนนไปหลังโขลกกันครบ 15 ยก  
 
    
ถึงปี 1985 ชื่อของ แฮกเลอร์ ดังถึงขีดสุด เมื่อต่อย “เดอะ ฮิตแมน” โธมัส เฮิร์นส์ หลับคาไหล่ยก 3 ในศึกซูเปอร์ไฟต์ที่ถูกยกย่องว่าเป็น 8 นาทีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์มวยโลก ก่อนที่เส้นทางของ “โล้นทมิฬ” จะยุติหลังแพ้คะแนน ชูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด แบบค้านสายตา ในปี 1987 
    
และเมื่อไม่ได้รับโอกาสให้แก้มือ เขาจึงตัดสินใจแขวนนวมให้รู้แล้วรู้รอด โดยที่บรรดาคนใกล้ชิดบอกว่า แฮกเลอร์ แทบไม่เคยหยิบนวมขึ้นมาสวมแบบจริง ๆ จัง ๆ อีกเลย...
 
    
ถามว่าทำไม แฮกเลอร์ จึงยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนมวยทั่วโลก นอกจากเรื่องสไตล์การชกชนิดเดินหน้าฆ่ามันสะใจแฟน ๆ แล้ว อีกเรื่องที่ทำให้เขาไปถึงจุดสุดยอดของอาชีพ ก็น่าจะเป็นเรื่องของความมุ่งมั่นทุ่มเท 
    
ก่อนไฟต์ชกกับ เฮิร์นส์ นั้น แฮกเลอร์ มักจะสวมหมวกเบสบอลที่ปักคำว่า WAR หรือ “สงคราม” ปรากฏตัวในการโปรโมทไฟต์ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมจะถล่มทุกคนที่ขวางทางสู่ความสำเร็จ และทุกครั้งที่เตรียมตัวขึ้นชก เขาจะตัดขาดจากโลกภายนอก แล้วจินตนาการว่าตัวเองกำลัง “ติดคุก” เพื่อเลี่ยงสิ่งยั่วใจทั้ง เหล้ายา ปาร์ตี้ และผู้หญิง 
    
เรียกว่าเสียสละความสุขทั้งหมดเพื่อชัยชนะ ถือเป็นตัวอย่างสำหรับนักกีฬาหลายคนที่ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองยังไปไม่ถึงจุดสูงสุด ซึ่งบางทีก็ต้องย้อนถามตัวเองบ้าง
    
ว่า “คุณทุ่มเทเพื่อมันมากพอหรือยัง?” 
.
.                    
ผยองเดช

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 79