อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

จับตาด่านสำคัญกฎหมายประชามติ

เมื่อตรวจสอบลงไปใน รายละเอียดพบ ร่างกฎหมายประชามติ มีประเด็นที่น่าสนใจคือ มาตรา 13 ที่กำหนดให้  ผลการออกเสียงประชามติจะได้ข้อยุติต่อเมื่อมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงและต้องมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น พฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม 2564 เวลา 07.00 น.


หน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยเดินมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ

จับสัญญาณจากปัญหาเรื่องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ  ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่พบ แง่มุมกฎหมาย  หลายชั้น ให้ต้องตีความ

โดยเฉพาะ "คำวินิจฉัยกลาง "ศาลรัฐธรรมนูญ ความยาว 11 หน้ากระดาษเอ 4  เรื่องอำนาจรัฐสภา ในการแก้รัฐธรรมนู

ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชัดว่า การที่รัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญโดยใช้วิธีเพิ่มให้มีหมวด  15/1  เรื่องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถือเป็นการแก้ไขหลักการสำคัญ ของรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560

มีผลเท่ากับ เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับปี  2560  โดยอัตโนมัติ



ศาลรัฐธรรมนูญ ชี้แจงลงไปในรายละเอียด หากรัฐสภา ต้องการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติก่อน ว่าต้องการให้มี รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่และเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ ต้องให้ประชาชน ลงประชามติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ   กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง

คำวินิจฉัยกลาง มีความชัดเจนในหลักการคือต้องทำประชามติ "ก่อน" และ "หลัง" การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความเกี่ยวพันกับ ร่าง พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่ถูกเสนอโดย คณะรัฐมนตรี (ครม.)

รัฐสภามีมติรับหลักการ วาระที่ 1  ไปเมื่อวันที่  1 ธ.ค. 2563     ตอนนี้ ร่างกฎหมายประชามติรอที่ประชุม รัฐสภา โหวตวาระที่สองและวาระที่สาม  ช่วงวันที่  17-18 มี.ค.



เมื่อตรวจสอบลงไปใน รายละเอียดพบ ร่างกฎหมายประชามติ มีประเด็นที่น่าสนใจคือ มาตรา 13 ที่กำหนดให้  ผลการออกเสียงประชามติจะได้ข้อยุติต่อเมื่อมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงประชามติจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงและต้องมีจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิออกเสียงในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น

แปลไทยเป็นไทย มาตรา  13 กำหนด   กติกาการทำประชามติจะผ่านได้  ต้องเข้าเงื่อนไข 2 ข้อ

(1)เงื่อนไขข้อแรก การทำประชามติ ต้องได้คะแนนเสียงเกิน ครึ่ง ของจำนวน คนที่ออกมาใช้สิทธิ์

(2)เงื่อนไขที่สอง การทำประชามติต้องมีคนออกมาใช้สิทธิเกิน 50%  ของจำนวนคนมีสิทธิทั่วประเทศ

จากการตรวจสอบ คนไทย อายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิออกเสียงประชามติ มีจำนวน ประมาณ 50 ล้านคน  ดังนั้น การทำประชามติรัฐธรรมนูญ ต้องมีคนออกมาใช้สิทธิ์  เกิน 50% หรือขั้นต่ำ  25 ล้านคน

หากคนมาใช้สิทธิไม่ถึง 50%  ส่งผลให้ ประชามติถูกคว่ำทันที!!

จากการ ตรวจสอบสถิติการทำประชามติ รัฐธรรมนูญ ย้อนหลัง  2 ครั้ง



การทำ ประชามติ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550  มีคนออกมาใช้สิทธิ   57 %   หรือ 14 ล้านคน   , ไม่ออกมาใช้สิทธิ 42%  หรือประมาณ   19 ล้านคน

การทำ ประชามติ รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีคนออกมาใช้สิทธิ  59%  หรือ  29 ล้านคน ไม่ออกมาใช้สิทธิ 41%  หรือ 21 ล้านคน

ประเด็นที่"ฝ่ายค้าน" กำลังจับตาคือการกำหนดเงื่อนไขให้คนออกมาใช้สิทธิประชามติ  เกิน 50%  ของจำนวนคนมีสิทธิทั่วประเทศ

เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้คนที่ไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ  ออกรณรงค์ให้คนนอนอยู่บ้านเฉยๆ  ไม่ต้องใช้สิทธิ

เพื่อล้มการทำประชามติ  ปิดประตูแก้รัฐธรรมนูญ

การเมืองไทยกำลังเดินมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ  บทสรุปจะเป็นเช่นไร ต้องตามติดชนิดไม่กะพริบตา!!
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น