อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

กระสุนยางมาจากไหน

กระสุนยางเป็น 1 วิธีในการควบคุมฝูงชนที่รัฐใช้เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา เเล้วพวกท่านเคยสงสัยไหมว่ากระสุนยางมีที่มาจากไหน พุธที่ 24 มีนาคม 2564 เวลา 11.04 น.

เหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมาค่อนข้างเศร้า การปะทะกัน ความรุนแรง การจับกุม การบาดเจ็บ สิ่งเหล่านี้ สังคมไทยต้องร่วมกันนั่งลงถกกันจริงใจได้แล้วว่าเราจะฝ่าหาทางออกประเทศนี้กันอย่างไร ความรุนแรงไม่นำมาซึ่งทางออกที่สง่าผ่าเผยได้อย่างแน่นอน และการด่าไปมามันเปลืองน้ำลายอย่างยิ่ง แทนที่จะได้ ทางออก ก็จมกับความขัดแย้งต่อไป

เราจำเป็นต้องมี หน่วยงานร่วมค้นหาความจริง รวบรวมข้อมูลถอดบทเรียน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนทุกฝ่าย และการเมืองต้องแก้ไขด้วยการเมือง เห็นประเทศเป็นที่ตั้งเพื่อทำให้สังคมวันหน้าดีงามเป็นอารยะกว่านี้ และสื่อมวลชนคือผู้ทำหน้าที่ในการนำเสนอข่าวสาร การปิดกั้นการทำหน้าที่ของสื่อไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตามเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างมาก

ผู้มีอำนาจในสังคมไทยสามารถและต้องร่วมกันพูดคุยฟังกันและกันให้มาก การปะทะที่มีคนบาดเจ็บไม่เป็นผลดีต่อประเทศนี้เลย บาดแผลความร้าวฉานจะนำมาซึ่งความเกลียดชังที่จะสั่นคลอนบั่นเซาะประเทศอย่างยาวนาน และเราอยู่ใน วังวนแห่งปัญหานี้มามากกว่า 10 ปี แล้วนะครับ ขณะที่ชาติอื่น ๆ วัฒนาตัวเองไปไกลแล้ว เรายังคงเดินก้าวหน้าไปข้างหลังโดยไม่สนใจความรุ่งโรจน์แห่งโลกใบนี้เลย วันเวลาแห่งความหวังของคนรุ่นต่อไปจำต้องผ่อนปรนและพูดคุยฟังกันอย่างมาก ไม่อย่างนั้นเราจะไม่เหลืออะไรอีก หมดสิ้นความหวังไม่เป็นผลดีต่ออนาคตอย่างแน่นอน



นี่เป็นมุมมองของหนอนโรงพัก ผิดถูกอย่างไรถกเถียงกันได้ เห็นต่างไม่เห็นด้วยอย่างไรสามารถพูดคุยกันได้ ความรุนแรงไม่ใช่คำตอบ คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะถอดบทเรียนเรื่องนี้อย่างจริงจัง มีวิธีการมากมายในการควบคุมฝูงชน และที่สำคัญการชุมนุมประท้วงจะต้องมีรูปแบบแกนนำที่เดินทางไปสู่สันติวิธี เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่สามารถทำได้ โดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายเป็นบาดแผลในประวัติศาสตร์ชาติ

กระสุนยาง ถูกพูดถึงกันมากในการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา หลายคนอาจไม่ทราบว่า จริง ๆ แล้วประเทศที่คิดค้นกระสุนยางขึ้นมานั้น คือ อังกฤษ นั่นเอง โดยอังกฤษนั้นคิดกระสุนยางซึ่งเอาเข้าจริงยุคแรก ๆ มันไม่ใช่ยาง แต่ถูกตั้งชื่อไว้แบบนี้เพื่อหลอกสื่อ โน้มน้าวสังคมว่ามัน ไม่ใช่กระสุนจริงที่จะทำอันตรายถึงแก่ชีวิต ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วกระสุนยางนั้นมีความรุนแรงและอันตรายอย่างมาก



อังกฤษใช้กระสุนยางในการควบคุมฝูงชนในฮ่องกง ในช่วงการลุกฮือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยยุคนั้น กระสุนยางจะถูกยิงลงไปที่พื้นเพื่อให้มันเด้งไปโดนขาหรือหัวเข่า เพื่อทำให้ผู้ชุมนุมหยุดการต่อต้านและได้รับบาดเจ็บ มันมีชื่อเล่นในยุคนั้นตัวน็อกหัวเข่า เพราะเด้งพื้นเข้าเข่าผู้ชุมนุมก็จะล้มเจ็บโอดครวญทันที

กระสุนยางนั้นมีวิวัฒนาการจากกองทัพอังกฤษนำปรับ กระสุนที่ใช้ซ้อม มาใช้คุมฝูงชน เพื่อไม่ให้มีภาพว่าใช้กระสุนจริงสาดสลายชุมนุม ซึ่งมันจะเสื่อมเสียความเป็นชาติมหาอำนาจอย่างมาก อย่างไรก็ดี อังกฤษนำมาใช้ใน ไอร์แลนด์เหนือ อีกครั้ง เพื่อจัดการกับประชาชนที่ต้องการลุกฮือเรียกร้องเอกราชปลดแอกไอร์แลนด์เหนือจากสหราชอาณาจักรซึ่งมีอังกฤษเป็นใหญ่ เราจะคุ้นกับขบวนการนี้ว่ากลุ่มไออาร์เอ หรือ กองทัพปลดปล่อยไอร์แลนด์ นั่นเอง (Irish Republic Army) ซึ่งต้องการให้ไอร์แลนด์เหนือมารวมกับไอร์แลนด์ เป็นเอกราชประเทศเดียวกัน



แน่นอนว่าอังกฤษยอมไม่ได้ ส่งกองทัพไปปราบปราม มีความรุนแรงมากมาย เพราะกองทัพต้องทำสงครามในเมือง การใช้กระสุนจริงอาจทำให้คนตายได้ ดังนั้นจึงเอากระสุนยางมาใช้ ซึ่งในประเทศอังกฤษเองไม่ได้มีการใช้แล้ว จนถึงปี 2001 ถึงรื้อกลับมาใช้ใหม่ เจ้ากระสุนยางครั้งนี้มีความรุนแรงมาก เพราะมันมีส่วนประกอบของโลหะ ผลก็คือชื่อว่ากระสุนยางและไปโม้โฆษณาว่าไม่ทำให้ใครตาย แต่เอาเข้าจริง มีคนตายจากกระสุนยางในไอร์แลนด์เหนือเป็นจำนวนมาก โดยเป็นเด็กเสียด้วย ภาพลักษณ์ของกระสุนยางจึงถูกมองอย่างเลวร้ายมาก เมื่ออังกฤษใช้ อเมริกาก็หยิบมาใช้บ้าง ตำรวจและกองทัพใช้กระสุนยางซึ่งมีโลหะประกอบในการจัดการ ประชาชนที่ชุมนุมประท้วงต่อต้านสงครามเวียดนาม ซึ่งสร้างบาดแผลบาดเจ็บล้มตายได้เลย จากนั้นกระสุนยางจึงถูกนำไปใช้ในหลายประเทศทั่วโลก ในชิลี การชุมนุมประท้วงของประชาชน โดนเจ้าหน้าที่รัฐใช้กระสุนยางสลายชุมนุมโดย เจตนายิงเข้าที่ตาเพื่อให้อีกฝ่ายตาบอด ซึ่งเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก และการชุมนุมเรื่องคนดำในอเมริกา ตำรวจได้ใช้กระสุนยางยิงสลายชุมนุม หลายคนเป็นแผลฉกรรจ์บาดเจ็บสาหัสอย่างมาก ทำให้ สื่อมวลชนอเมริกันออกมาตั้งคำถามกับกระสุนยางว่ามันควรเหมาะเอามาใช้ในการสลายชุมนุมเหรอ ในเมื่อภาครัฐเองก็มีเครื่องมือมากมายจัดการชุมนุม

ดังนั้นกระสุนยางมันก็คือกระสุนเกือบจริง ที่เจ้าหน้าที่ใช้เพื่อจัดการผู้ชุมนุม โดยให้ภาพว่าไม่ได้ใช้กระสุนจริง แต่ผลของมันคืออันตรายอย่างมาก

ทุกวันนี้หลายประเทศทั่วโลกใช้กระสุนยางในการจัดการผู้ชุมนุมอย่างรุนแรงมาก ๆ ในอิสราเอลเอง ทหารอิสราเอลใช้กระสุนยางจัดการยิงชาวปาเลสไตน์ที่ออกมาประท้วง ซึ่งผลคือได้รับบาดเจ็บอย่างมาก เข้าหัวกะโหลกร้าว เข้าตัวก็แผลใหญ่ สาหัสได้ ดังที่เราเห็นในการชุมนุมประท้วงในไทยช่วงที่ผ่านมา



ดังนั้นขอเรียกร้องว่ากระสุนยางไม่ควรจะถูกเอามาใช้ในการควบคุมฝูงชนอย่างยิ่ง เพราะมันอันตราย และทุกวันนี้เจ้าหน้าที่แทบจากทั้งโลก ก็ไม่ได้ยิงลงพื้นให้มันเด้งไปโดนขาโดนหัวเข่าแบบที่อังกฤษทำกับฮ่องกงเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว คือก็ยังมีการ ยิงในระดับเอว แต่ในการประท้วงที่อเมริกา เราจะเห็นเจ้าหน้าที่ถือปืน ประทับบ่ายิง เลย ซึ่งอันตรายมาก ๆ

เราจำเป็นต้องมุ่งหวังในสันติภาพและผลักดันปัญหาทางการเมืองให้เป็นทางออกของประเทศโดยเร็ว ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง การนำเสนอทางออกเรียกร้องเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของสื่อมวลชน ความร้าวฉานและความเกลียดชังไม่นำพาสังคมไทยไปสู่สิ่งที่ดีได้เลย แต่หากจะถามว่าแล้วมันจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หนอนโรงพักก็ขอตอบว่าไม่ทราบ แต่ การพูดคุยกันเพื่อเร่งหาทางออก เป็นวิธีการที่ดีที่สุด และเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะทำได้ ในการพาสังคมไทยหลุดจากวังวนความขัดแย้งได้สักที 



การชุมนุมก็ต้องมาคิดใหม่ว่าถ้าทุกครั้งที่จัดแล้วมันรุนแรงแล้วใครจะอยากมาชุมนุม มันมีวิธีการมากมายในการแสดงออก ยิ่งถูกปิดกั้นยิ่งต้องสร้างสรรค์ การรวมคนมหาศาลได้จำต้องใช้พลังอย่างมาก แน่นอนความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นมีแต่บั่นทอนหัวจิตหัวใจ แต่เราก็ต้องสู้และรวมจำนวนคนให้ได้ เส้นทางนี้ยาวนานก็ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกฝ่ายที่มุ่งหวังสันติภาพและประชาธิปไตยทุกคน ย้ำอีกครั้งว่าความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหาอย่างแน่นอน

เห็นอีกฝ่ายเป็นมนุษย์ด้วยกันเอง เป็นคนเหมือนกับเรา ไม่ใช่ปิศาจ ไม่ใช่มาร ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย เห็นคนเท่ากับคน แล้วเราอาจจะมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ได้ แม้จะเป็นเพียงแสงเล็กน้อย แต่มันก็ช่วยให้เห็นทางขับไล่ความมืดได้แน่นอน

...................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย "ณัฐกมล ไชยสุวรรณ"
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น