อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

วิสัยทัศน์ 'ธนารัตน์ งามวลัยรัตน์' ผู้จัดการธ.ก.ส.คนใหม่

เปิดวิสัยทัศน์”ธนารัตน์”ผู้จัดการ ธ.ก.ส.คนใหม่ สร้างตาข่ายความปลอดภัยทางสังคมสู่เกษตรกร จันทร์ที่ 29 มีนาคม 2564 เวลา 08.46 น.


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตลอดห้วงเวลา 55 ปี นับตั้งแต่มีการก่อตั้งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขึ้นมา ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการดูแลยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ควบคู่ไปกับพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และล่าสุดในโอกาสที่ นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้จัดการ ธ.ก.ส. คนใหม่สดๆ ร้อนๆ จึงขอพาไปเจาะลึกวิสัยทัศน์ นโยบายการขับเคลื่อน ธ.ก.ส.ที่จะเกิดในอนาคตอันใกล้กัน



นายธนารัตน์ เผยว่า นโยบายการทำงานหลัก ยังคงมุ่งเน้นเดินหน้าไปสู่วิสัยทัศน์ที่ธนาคารวางไว้คือเป็น ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน มุ่งสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชนบท แต่รายละเอียดในทางปฏิบัติอาจปรับเปลี่ยนไปบ้างให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยการขับเคลื่อนงานพัฒนาชนบท จะเน้นสร้างการมีส่วนร่วมในชุมชนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ รวมถึงการร่วมมือกับภาคีเครือข่ายเข้าไปช่วยพัฒนา เพื่อสร้างตาข่ายความปลอดภัยทางสังคม” หรือ Social Safety Net

อาทิ การเชื่อมโยงตลาด Social Commerce การส่งเสริมระบบการตรวจสอบย้อนกลับในสินค้าเกษตรอินทรีย์ตลอดห่วงโซ่บนระบบ Blockchain การพัฒนาสินค้าเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมาตรฐาน การส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร และส่งเสริมกิจกรรมการลดก๊าซเรือนกระจกให้กับชุมชนธนาคารต้นไม้ของ ธ.ก.ส. ตลอดจนร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเข้าไปสร้างองค์ความรู้เพื่อต่อยอดผลผลิต สร้างอาชีพ และรายได้ให้กับชุมชนเกิดความเข้มแข็งและเติบโตอย่างมีคุณภาพ



อีกทั้งเป็นการบูรณาการช่วยเหลือกันระหว่างชุมชนต่างๆ ให้ก้าวเดินไปด้วยกัน โดยมีธ.ก.ส.เป็นตัวกลางทำหน้าที่เชื่อมโยง ให้ความรู้ และสนับสนุนแหล่งเงินทุนให้ อย่างล่าสุดผมและทีมงาน ธ.ก.ส. ลงพื้นที่ไปจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทุกคนทราบกันดีว่ามี “ไอ้ไข่ วัดเจดีย์” เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นต้องคิดกันต่อว่าจะทำอย่างไรให้คนที่เดินทางไปแล้ว ไม่ใช่ไปขอพรอย่างเดียวและกลับบ้าน แต่จะต้องแวะมาเที่ยว มานอนค้างคืน จับจ่ายซื้อของ ซื้อสินค้าชุมชนโดยรอบด้วย

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้น เช่น พอมาขอพรเสร็จก็นอนพักที่โรงแรมหรือรีสอร์ท จากนั้นต้องใช้สบู่นมแพะวิสาหกิจชุมชนกลุ่มคนสร้างสุข วังมโนห์รามาอาบน้ำ ใช้โลชั่นสกัดจากมะพร้าวของปาณิษาออยล์ชโลมผิว หรือพอตื่นมากินอาหารก็มีเนื้อแพะจากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงแพะสิชลก้าวหน้า มีผักสดปลอดสารพิษจากมาดาวีฟาร์ม มีบานาน่าไซรัปอาหารหวานจากวิสาหกิจชุมชนบ้านเขาวังทอง และปิดท้ายด้วยการซื้อผ้ามัดย้อมสี จากวิสาหกิจชุมชนสวนตาเหน่งกลับไปเป็นของฝาก



กระบวนการสร้างเครือข่ายเช่นนี้ จะทำให้สังคมเกิดความเข้มแข็ง ยั่งยืน มากกว่าการเติบโตเพียงแค่คนเดียว และมีภูมิคุ้มกันช่วยรับมือความเปลี่ยนแปลงได้ดี และที่สำคัญ “การสร้างตาข่ายความปลอดภัยทางสังคม” จะช่วยต่อยอดโครงการพัฒนาชุมชนต้นแบบเพื่อยกระดับสู่ “ชุมชนอุดมสุข” ของธ.ก.ส. ที่นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสร้างความสมดุลเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ซึ่งได้เริ่มไปเมื่อปี 2563 และในปีนี้ก็วางเป้าหมายสร้างชุมชนอุดมสุขเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 300 แห่ง

ขณะเดียวกัน ธนาคารยังวางเป้าหมายสร้างการเข้มแข็งของชุมชน และลูกค้าธ.ก.ส. โดยนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนเพิ่มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการสนับสนุนด้านการตลาด ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยวิเคราะห์ บริหารจัดการข้อมูล เพื่อสร้างโอกาสการแข่งขัน ความต้องการของลูกค้า พร้อมกับหาตลาดจำหน่ายทางออนไลน์ ผ่านแพลทฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่าง Lazada, Shopee, Thailandpostmart และในปีนี้ธ.ก.ส.ก็จะร่วมกับธนาคารกรุงไทย ทำระบบ Social Commerce เพื่อนำสินค้าจากเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนกว่า 150 ราย ไปจำหน่ายได้ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.นี้



ไม่เพียงแค่นั้น ธนาคารจะนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้า ทั้งในส่วนลูกค้าเดิมที่นิยมมาใช้บริการสาขา ก็ได้รับความสะดวกด้วยบริการที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ก็จะมีบริการ ดิจิทัล แบงกิ้ง ผ่านแอพพลิเคชัน A Mobile และช่องทางแอพฯไลน์ Baac Connect มาให้บริการแบบครบวงจร เพราะระยะหลังคนไทยได้ปรับตัวเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดมากขึ้น อย่างโครงการคนละครึ่ง เราชนะ ก็มีผู้ใช้แล้วหลายสิบล้านคน หรืออย่างการเปิดขายสลากออมทรัพย์ผ่านแอพฯ A Mobile เพียง 8 วันก็ขายผ่านแอพฯได้ถึง 3.7 หมื่นล้านบาท และยังมีลูกค้าที่เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่เพิ่มเข้ามาอีกมาก จึงต้องนำช่องทางออนไลน์ไปให้บริการเพิ่มด้วย

สำหรับบริการด้านดิจิทัลที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ คือ บริการสินเชื่อ Digital Lending หลังนำร่องปล่อยกู้ผ่านสินเชื่อฉุกเฉินโควิดไปแล้ว 5,000 ราย เมื่อปี 63 มาในปีนี้จะมีการปล่อยกู้เป็นทางการ ให้ลูกค้ากลุ่มที่มีสมุดบัญชี มีสลากออมทรัพย์ และมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟน สามารถยื่นกู้ผ่านแอพฯ A Mobile หรือ ไลน์ BAAC Connect ได้เลย จากนั้นให้รออนุมัติ เพื่อทำสัญญาแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e Contact และรอรับเงินโอนเข้าบัญชีได้ทันทีโดยไม่ต้องไปสาขา



ขณะเดียวกันธนาคารจะนำเทคโนโลยีดิจิทัล เข้ามาพัฒนาบริหารจัดการภายในองค์กร ด้วยการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะ เพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการ ด้วยการ Up skill พัฒนาทักษะของพนักงานด้านเทคโนโลยีหรือดิจิทัล Re skill การสร้างทักษะใหม่ให้ตอบโจทย์กับการทำงานในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และ New skill การสร้างทักษะใหม่ๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารความเสี่ยงผ่านระบบดิจิทัล เป็นต้น

นอกจากภารกิจดังกล่าวแล้ว ในปี 2564 ธนาคารยังพร้อมทำหน้าที่หลักสนับสนุนแหล่งเงินทุนสำหรับช่วยเหลือเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนต่างๆ ซึ่งในปีบัญชี 2564 ตั้งเป้าหมายให้สินเชื่อเติบโตอีกกว่า 69,000 ล้านบาท พร้อมกับพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการการเงิน ตลอดจนสนองตอบนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน การสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้ามาเสริมความเข้มแข็งและการเติบโตในภาคชนบท ผ่านโครงการสินเชื่อ New Gen Hug บ้านเกิด, สินเชื่อ Smart Farmer

นอกจากนี้ จะเข้าไปดูแลภาระหนี้สินให้เกษตรกร ผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ การฟื้นฟูอาชีพ ซึ่งปี 2564 มีลูกหนี้ที่ครบกำหนดมาตรการพักชำระหนี้จากโควิดกว่า 2 ล้านราย มูลหนี้กว่า 9 แสนล้านบาท ธนาคารจึงมอบหมายให้พนักงานสาขาลงไปพบปะลูกค้าเพื่อตรวจสุขภาพหนี้และประเมินศักยภาพการชำระหนี้ หากพบว่ายังมีศักยภาพจะแนะนำให้ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้น แต่กรณีลูกค้าไม่มีศักยภาพ ก็จะช่วยเหลือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ควบคู่ไปกับการเติมทุน ฟื้นฟูอาชีพให้ลูกค้ามีรายได้ด้วย

ท้ายนี้ แม้สถานการณ์ต่างๆของโลกจะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่ธ.ก.ส.ยังพร้อมก้าวสู่การเป็นธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน สนองตอบนโยบายของกระทรวงการคลัง ในการขยายบทบาทการเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาชุมชนและการพัฒนาภาคเกษตร ยกระดับศักยภาพของเกษตรรายย่อยและผู้ประกอบการเกษตร เพื่อเป็นธนาคารที่มีฐานรากที่มั่นคง รับผิดรับชอบต่อทุกภาคส่วน และสร้างประโยชน์ให้ทั่วถึงอย่างยั่งยืน ดังคำมั่นสัญญาที่ประกาศไว้ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 55 คือ Better life สร้างคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น Better Community สร้างชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น และ Better Pride สร้างความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกรรมที่เป็นฐากรากสำคัญของประเทศให้มากยิ่งขึ้น
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น