อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 เมษายน 2564

"สายแทรกไหล่ทาง"โปรดฟัง!! รับใบสั่งปรับ1พันบาทถึงบ้าน

ดีเดย์ 5 เม.ย.นี้ กทพ.สั่งปรับ รถที่วิ่งบนไหล่ทางพิเศษ(ทางด่วน) โดยมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท   อังคารที่ 6 เมษายน 2564 เวลา 08.00 น.

ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์..การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)  ดีเดย์จับปรับ รถที่วิ่งบนไหล่ทางพิเศษ(ทางด่วน) แล้วตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท  

ปัจจุบันกทพ.เปิดบริการทางพิเศษแล้ว 8 เส้นทางครอบคลุมกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมระยะทางประมาณ 224 กม. ได้แก่ทางพิเศษเฉลิมมหานคร  (ด่วน1) ทางพิเศษศรีรัช (ด่วน2)  ทางพิเศษฉลองรัช  (รามอินทรา-อาจณรงค์) ทางพิเศษบูรพาวิถี  (บางนา-ชลบุรี) ทางพิเศษอุดรรัถยา  (บางปะอิน-ปากเกร็ด)  ทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) และทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ  มีปริมาณการจราจรทั้งระบบวันละกว่า 1.2 ล้านคัน

ข้อมูลระบบงานเหตุการณ์บนทางพิเศษ (TFC)  ของกทพ. พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนทางพิเศษ ในปีงบประมาณ 63 มีมากกว่า 800 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 440 รายและเสียชีวิต 7 ราย โดยเกือบ 50% ของอุบัติเหตุมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ อาทิ การใช้ความเร็วสูง การเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน และการใช้ไหล่ทาง เป็นต้น



นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า  จากสาเหตุดังกล่าวฝ่ายควบคุมการจราจร กทพ. จึงจัดทำแผนดำเนินงานการป้องกันอุบัติเหตุในทางพิเศษ ประจำปีงบประมาณ 63 -65 ที่มุ่งเน้นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้บนทางพิเศษ โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันและลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกิดขึ้นกับผู้ใช้ทางพิเศษให้เหลือน้อยที่สุดประกอบด้วย 2 มาตรการ

มาตรการแรกติดตั้งป้ายแจ้งเตือนความเร็ว (Your Speed Sign) ที่ทำงานควบคู่กับกล้องตรวจจับความเร็ว เพื่อให้ผู้ใช้ทางใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด โดย กทพ. มีแผนติดตั้งทุกสายทางพิเศษ รวม 17 จุด บนทางพิเศษ 4 สายทาง เมื่อเดือน ก.พ.64 ติดตั้งแล้วเสร็จ 2 เส้นทางคือ 1.ทางพิเศษบูรพาวิถี 4 จุด เเละทางพิเศษเฉลิมมหานคร 5 จุด ใช้วงเงินประมาณ 27 ล้านบาท ส่วนอีก 2 เส้นทาง ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์)  4 จุด คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน ก.ย.64 เเละทางพิเศษฉลองรัช 4 จุด แล้วเสร็จเดือน ก.ย.65

มาตรการที่ 2 ติดตั้งกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย (ช่องทางฉุกเฉิน) เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุในไหล่ทาง โดยจะติดตั้ง 32 จุด บนทางพิเศษ 4 สายทาง เมื่อเดือน ธ.ค. ติดตั้งแล้วเสร็จ 1 เส้นทาง คือทางพิเศษกาญจนาภิเษก(บางพลี-สุขสวัสดิ์) 10 จุด วงเงิน 8.3 ล้านบาท ส่วนอีก 3 เส้นทาง ทางพิเศษเฉลิมมหานคร 6 จุด ทางพิเศษฉลองรัช 8 จุด และทางพิเศษบูรพาวิถี 8 จุด อยู่ระหว่างดำเนินการ  คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี  64



ส่วนเส้นทางที่บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (บีอีเอ็ม) ได้รับสัมปทานกทพ.ได้ประสานให้ติดตั้งกล้องตรวจจับความเร็ว และกล้องตรวจจับรถยนต์วิ่งไหล่ทางซ้าย (ช่องทางฉุกเฉิน) ด้วยเช่นกัน

ผู้ว่าการ กทพ. ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 5 เม.ย.นี้ กทพ. จะรวบรวมข้อมูลผู้กระทำผิด พร้อมไฟล์ภาพจัดส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายในการจับปรับต่อไป ทั้งนี้ก่อนการส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะมีกระบวนการกลั่นกรองจากเจ้าหน้าที่ของ กทพ. โดยใช้ดุลยพินิจก่อน หากเป็นช่วงที่การจราจรติดขัด โดยเฉพาะช่วงเช้า-เย็น หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนโบกให้เข้าใช้ไหล่ทางได้ กรณีนี้จะไม่ส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนข้อเสนอที่ให้กำหนดช่วงเวลาเปิดให้รถยนต์วิ่งไหล่ทางได้โดยไม่ถูกจับปรับนั้น ขอรับไปพิจารณาก่อน

ด้าน พ.ต.อ.ชูตระกูล ยศมาดี รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า การวิ่งบนไหล่ทางเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จะอนุญาตให้เฉพาะรถฉุกเฉิน รถพยาบาล และรถดับเพลิงใช้เท่านั้น หรือในชั่วโมงเร่งด่วนหากมีเจ้าพนักงานจราจรเปิดช่องให้ใช้ไหล่ทางก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามบทลงโทษการวิ่งบนไหล่ทางไม่ได้มีการระบุชัด แต่ผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีโทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานจราจร ซึ่งมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

เจอบ่อยมาก สายแทรก ใจร้อน!! เห็นเลนว่างต้องเข้า...วิ่งไหล่ทางซ้ายแล้วมาปาดมาเบียดผู้ที่เคารพกฎจราจร  นอกจากกทพ.แล้วยกมือเชียร์สุดแขนให้กรมทางหลวง(ทล.) กวดขันบนมอเตอร์เวย์ด้วย

---------------------------------
คอลัมน์ มุมคนเมือง
โดย ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่ง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

ความคิดเห็น