อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2564

ก้าวแรกที่ไม่ค่อยสวยของ"บิ๊กแป๊ะ"

ที่มองว่า การเปิดตัวของ “บิ๊กแป๊ะ” ไม่ค่อยสวย เพราะการพูดเรื่อง “บิ๊กป้อม” ทาบทาม ทำให้หนีการถูกหาว่าเป็นนอมินีได้ยาก และในปัจจุบันนี้เราก็เห็นสถานการณ์ม็อบคนรุ่นใหม่ที่ออกมาต่อต้านรัฐบาล การจะซื้อใจชนชั้นกลางในกรุง ยิ่งต้องประกาศถึงความเป็นอิสระของตัวเอง พุธที่ 7 เมษายน 2564 เวลา 07.00 น.


สนามเลือกตั้งท้องถิ่นกำลังทยอยเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเคยมีข่าวว่า กกต.ได้ขอต่อ ครม.ว่าการจัดเลือกตั้งอะไรก็ตามให้ห่างกัน 3 เดือนเพื่อเตรียมการทัน สนามเลือกตั้งที่มีสีสันไม่แพ้ระดับชาติ คือสนามผู้ว่าฯ กทม. เพราะในเมืองหลวงก็ดูเหมือนเป็นการ “วัดคะแนนเสียง” ของพรรคใหญ่ที่จะชิงกันส่งตัวคนน่าสนใจ และยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อพรรคในระดับชาติ

คนที่เปิดตัวแต่ไก่โห่ และเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม ที่ไม่ขออยู่ใต้ชายคาพรรคเพื่อไทย ด้วยเหตุผลว่า จะได้ดึงฝ่ายต่าง ๆ เข้ามาช่วยพัฒนา กทม.ได้ง่ายขึ้น นายชัชชาติมีภาพลักษณ์ของนักบริหารรุ่นใหม่ มีภาพลักษณ์เข้าถึงง่าย ดูจากที่มีการเอารูปตอนตักบาตรไปทำเป็นธีมเล่นกันทั้งอินเทอร์เนต



คนต่อมาที่เปิดตัวแล้วเรียกความน่าสนใจได้คือ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ที่อยู่มา 5 ปีจนได้
ฉายา “พิทักษ์หนึ่งกึ่งทศวรรษ” ที่ก็มีข่าวมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่าจะลงสมัครในนามอิสระ แต่ก็มีข่าวตามติดตัวมาว่า ได้รับแรงสนับสนุนจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ตอนนี้ “บิ๊กแป๊ะ” ก็เปิดเพจชื่อตัวเอง แล้วก็โชว์รูปเดินสายทำกิจกรรมเยี่ยมพบปะประชาชน และมีการทำคลิปสั้นให้รู้จัก “พี่แป๊ะ” ในมุมสบาย ๆ ซึ่งก็เน้นย้ำผลงานก่อนเกษียณที่เป็นที่ประจักษ์สำคัญคือเรื่องการช่วยชีวิต 13 เด็กหมูป่าจากถ้ำขุนน้ำนางนอน และเรื่องการจัดการทหารกราดยิงในห้างเทอร์มินอล 21 ที่โคราช

แต่เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา เรียกว่า “บิ๊กแป๊ะ” สอบไม่ผ่านในการเปิดตัวกับสื่อมวลชน โดยการนัดกินข้าว แล้วยอมรับว่า “บิ๊กป้อม” มาทาบทามว่า “ถ้าไม่มีอะไรทำ ก็น่าจะไปลงผู้ว่าฯ กทม.” ซึ่งประโยคนี้มันขัดหูพิลึกว่า “ตกลงลงด้วยความตั้งใจจริงหรือเป็นนอมินีใคร (สืบทอดอำนาจ )”  แม้เจ้าตัวจะบอกว่า มีแรงบันดาลใจอยู่แล้วก็ตาม



“บิ๊กแป๊ะ” ยืนยันว่า ลงในนามอิสระแน่นอน  ร่างแผนไว้หมดแล้ว  สำหรับแนวคิดที่จะทำให้กับคน กทม.นั้นมีทั้งเรื่องปัญหาการจราจร ปัญหาขยะและปัญหาความปลอดภัย ในฐานะที่เป็นอดีตนายตำรวจเก่ารู้ถึงปัญหาต่างๆโดยเฉพาะเรื่องความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

“ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็เปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัวที่จะทำอย่างไรให้บ้านหลังนี้ดีขึ้น ฉะนั้นหลักก็คือจะต้องมี 4 เสาหลัก โดยมีผมเป็นเสาเอก คืน 1. เรื่องความจริงใจ 2.ประสบการณ์ความรู้วิสัยทัศน์ที่จะนำมาใช้ในบ้านหลังนี้ 3.รับฟังปัญหาของทุกคนจากทุกองค์กรและสิ่งที่สำคัญที่สุด 4.การซื่อสัตย์ สุจริต และโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ”

ที่มองว่า การเปิดตัวของ “บิ๊กแป๊ะ” ไม่ค่อยสวย เพราะการพูดเรื่อง “บิ๊กป้อม” ทาบทาม ทำให้หนีการถูกหาว่าเป็นนอมินีได้ยาก และในปัจจุบันนี้เราก็เห็นสถานการณ์ม็อบคนรุ่นใหม่ที่ออกมาต่อต้านรัฐบาล (และคนก็ไม่ค่อยจะชอบตำรวจ) การจะซื้อใจชนชั้นกลางในกรุง ยิ่งต้องประกาศถึงความเป็นอิสระของตัวเอง



ที่สำคัญภาพลักษณ์ของ “บิ๊กแป๊ะ” ก็คือตำรวจเกษียณ ซึ่งจะถูกมองว่า “ไม่เคยมีผลงานในการบริหารราชการเมืองมาก่อน” การเปิดตัวที่น่าประทับใจ สิ่งที่จำเป็นไม่ใช่การพูดถึงเรื่องความจริงใจ แต่ต้องพูดถึงปัญหาใน กทม. หลากหลายว่า ได้เห็นอะไรมาบ้าง และจะแก้ปัญหาอย่างไรในฐานะที่จะ “เปลี่ยนหมวก” มาเป็นนักบริหาร

ในกระแสตื่นตัวทางการเมือง นอกจากการพูดถึงนโยบายที่ชัดเจนแล้ว ที่สำคัญคือการเปิดตัวทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ แต่ละคนมีวิสัยทัศน์ด้านไหน โดยเฉพาะจราจรกับสิ่งแวดล้อมที่ทำคน กทม.ประสาทเสีย  ยิ่งต้องเปิดทั้งทีมทั้งแผน และแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิต การมีคนรุ่นใหม่ (โดยเฉพาะไม่เกี่ยวกับการเมือง ) จะสร้างภาพลักษณ์ได้ดีขึ้นมาก

ก็ต้องให้โอกาส “บิ๊กแป๊ะ” กันอีก อย่าให้ใครมองว่าเข้ามาร่วมสืบทอดอำนาจ ทีมสื่อต้องทำงานหนักกว่านี้.
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น